องคุลีมาล ยุคปี60 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

ปกมติชนสุดสัปดาห์ ถามแทนอียูด้วยอารมณ์ขัน ขื่น-ขื่น

ว่าเมื่อคลาย (กฎ เจตจำนง และวิญญาณที่จะปกป้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน) ให้แล้ว

YOU (ซึ่งก็คงไม่ใช้ใครที่ไหน ไทยแลนด์นี่ล่ะ) ว่าไง

ซึ่งเราก็ได้ยินผู้นำบริหารประเทศคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบไปแล้วว่า

ยังยืดตามโรดแมป (โดยไม่ระบุว่าจะเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน อย่างที่อียูย้ำความจำไว้) ส่วนจะเลือกตั้งเมื่อใด

ขึ้นอยู่กับ “กฎหมายลูก” จะเสร็จเรียบร้อยเมื่อใด

เจอคำตอบแบบนี้เข้า ไม่รู้อียูตามความยอกย้อนทันหรือเปล่า

แต่ในเมืองไทยเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ กับกฎหมายลูก ที่จะต้องผ่านอย่างน้อย 4 ฉบับถึงจะมีเลือกตั้งได้ไปแล้ว คือ

1) พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. 2) ร่าง พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง ส.ว 3) ร่าง พ.ร.ป.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4) พ.ร.ป.พรรคการเมือง ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2 ยังอยู่ในการพิจารณาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังไม่มีอะไรผิดปกติมากนัก

แต่ก็อย่าวางใจ ในขบวนการพิจารณาเกิดอะไรขึ้นได้เสมอ

ถึงขนาดมีคนมองในแง่ร้ายไว้ว่า หากหน้ามืดกันจริงๆ อาจมีสัญญาน “สุดท้าย” ให้ล้ม พ.ร.ป.ทั้ง 2 เลยก็ได้

ส่วนฉบับที่ 3 พ.ร.ป.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่น่ามีปัญหา เพราะสามารถโละ กกต.ชุดเก่าไปได้ทั้งชุด

แต่ก็นั่นแหละ ด้วยหลักที่ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ถูกโละ ก็ได้ย้อนศรเอาคืน

ด้วยการตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของ 2 กกต.สายศาลฏีกา มีที่มาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ด้วยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอาจจะไม่ได้ลงคะแนนเลือกโดยเปิดเผย

เรื่องนี้ ละเอียดอ่อน

เพราะหาก “ผิดจริง” คงเป็นเรื่องหัวเราะมิออก ร่ำไห้มิได้

และตอนนี้ สนช.ก็มีมติ ชะลอการตรวจสอบประวัติ 7 กกต.ไว้ก่อน และขอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลชี้แจงขั้นตอนการเลือกมาให้พิจารณาก่อน พ.ร.ป.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ว่าไม่มีปัญหา จึงมีปัญหาขึ้นมาดังที่ว่า

มีปัญหาเช่นเดียวกับ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่มีผลบังคับใช้แล้ว

แต่กลับไม่สามารถเดินหน้าใดๆ ได้ เพราะเจอคำสั่งมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปิดล็อกเอาไว้

ไม่ยอมให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม ทั้งที่กฎหมายกำหนดขั้นตอนเอาไว้ชัดเจน

มีการเรียกร้องให้ปลด คสช.ก็ไม่ยอม

พล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแง่เอาไว้ล่าสุด ว่าจะปลดล็อกให้ แต่จะขอปลดเป็นขั้นเป็นตอน

ซึ่งก็ยังไม่เห็นว่าจะทำอย่างไร

แต่ก็ต้องมาปั่นป่วนซ้ำเข้าไปอีก เมื่อ “มือไม้และกองเชียร์ คสช.” คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาเคลื่อนไหว ให้แก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง

โดยอ้างความไม่ชอบธรรมของบางมาตรา รวมถึงมีปัญหาเรื่องระยะเวลาที่ถูกปิดล็อกไว้

“อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่” ยาวเฟื้อย ว่าการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันนั้นต้องการอะไร

ถ้าไม่ชัดก็ต้องย้อนกลับไปอ่านเงื่อนไขที่จะให้มีการเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ ข้างต้น

นั่นคือ กฎหมายลูกจะต้องเสร็จเรียบร้อยก่อน

พอมีเงื่อนไขนี้ กฎหมายลูกก็เริ่มทยอยมีปัญหาขึ้นมาปั๊บ

ไปเข้าล็อกคนที่อยากเลื่อนเลือกตั้ง รวมถึงคนที่ไม่อยากให้มีเลือกตั้งพอดิบพอดี

มาถึงตรงนี้ ใจก็ประหวัดไปถึงองคุลีมาล

ไม่ใช่องคุลีมาล “ตัดนิ้ว” ยุคสมัยพุทธองค์

แต่เป็นองคุลีมาล ปี 2560 ที่เที่ยวตัด “มือ” สำหรับใช้สิทธิของชาวบ้าน

ไม่มีพุทธองค์เตือนสติ

มีแต่เสียงลอยลม

อียูคลายให้แล้ว

แต่ “ยู” ยังไม่ “คลาย” แถมยังมัดปมเพิ่มขึ้นอีก

…………….

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มกัมพูชาดับปริศนาคาเรือประมง น้องชายขอเงินบริจาคเป็นทุนกลับบ้านพร้อมศพพี่
บทความถัดไปเหล่ากูรูจากคณะบัญชีฯ จุฬาฯ ฟันธงธุรกิจไทยปี 2561