9 ธันวาคม วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (International Anti-Corruption Day) : โดย ฐนยศ คีรีนารถ

Businessman Hands in Handcuffs Holding Ten Dollar Bill

ท่านทั้งหลาย คอร์รัปชั่น (Corruption) “นับวันจะเป็นภัยพิบัติร้ายแรงของโลก” เลวร้ายยิ่งกว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เพราะเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ไม่เลือกสถานที่และเวลา ทั้งไม่มีฤดูกาล เป็นอุปสรรคในการพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติทั้งมวล ทั้งปัญหาคอร์รัปชั่น นับวันจะรุนแรงและซับซ้อนรูปแบบมากยิ่งขึ้น ทั่วโลกจึงศึกษาค้นคว้าหาหนทางป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังและเร่งด่วนเป็นที่สุด

United Nations Office on Drug and Crime หรือ UNODC และ United Nations Development Programme หรือ UNDP เป็นหน่วยงานของสหประชาชาติว่าด้วยความร่วมมือกัน “ต่อต้านคอร์รัปชั่น” (Anti-corruption) ซึ่งริเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 โดยที่ประชุมประเทศสมาชิก 168 ประเทศ มีมติร่วมกันกำหนดให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (International Anti-corruption Day) และถือเอาคำขวัญเป็นวลีว่า “Zero Corruption-100% Development” และเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือกันปราบปรามคอร์รัปชั่นให้หมดสิ้นโดยเร็ว

ประเทศไทย สังคมไทย เป็นประเทศหนึ่ง ต้องผจญภัยกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ดัชนีคอร์รัปชั่นในสังคมไทยปี 2559 อยู่อันดับที่ 101 ของโลก เป็นอุปสรรคในการใช้งบประมาณของแผ่นดินพัฒนาประเทศชาติอย่างรุนแรง ทั้งเป็นต้นเหตุให้คนในชาติแตกแยก ขาดความสามัคคี แยกพวก แยกถิ่น แยกภาค เพราะผลประโยชน์ขัดแย้งไม่ลงตัว นับว่าเป็นภัยพิบัติอย่างร้ายแรง

บัดนี้ รัฐบาลและคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. โดยความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้ตรากฎหมายหรือบัญญัติกฎหมายออกมาใช้บังคับหลายฉบับ เพื่อป้องกันปราบปรามและลงโทษผู้กระทำความผิด ฐานทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างรุนแรง เช่น ให้พิจารณาและพิพากษาคดีลับหลังจำเลย กรณีจำเลยซึ่งเป็นนักการเมืองหลบหนีไม่ไปศาล หรือให้คดีไม่มีอายุความ หรือไม่ขาดอายุความ เป็นต้น แต่ท่านผู้มีความรู้ดีทั้งหลายย่อมทราบดีอยู่แล้วว่า ประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นกฎหมายหลักฉบับหนึ่งในการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นยังมีจุดอ่อน หรือช่องว่าง หรือจุดด้อยอันควรจะได้รับการพิจารณาแก้ไขอย่างเร่งด่วน กล่าวคือ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 บัญญัติให้ เจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับสินบน มีความผิด มีโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงประหารชีวิต และมาตรา 144 บัญญัติให้ ผู้ใด ให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน มีความผิด มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี กล่าวคือ มีความผิดและต้องรับโทษทั้งเจ้าพนักงานผู้รับสินบนและประชาชนผู้ติดสินบน

คือเป็นความผิดและลงโทษ “ทั้งหนูทั้งแมว” จึงร่วมกันปกปิด ปิดบัง ซ่อนเร้นวิธีดำเนินการเพื่อ “หลบหนีความผิดทั้งคู่”

หลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีหลายวิธี เช่น

1.บัญญัติกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายให้เอาโทษเฉพาะเจ้าพนักงานผู้รับสินบนฝ่ายเดียว เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด และกำหนดให้ฝ่ายผู้ติดสินบนก็เป็นความผิด แต่ไม่เอาโทษ ตามทฤษฎี เจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษากฎหมายยิ่งกว่าประชาชนทั่วไป หรือ

2.บัญญัติกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมาย ให้กันผู้ติดสินบนไว้เป็นพยาน ไม่ต้องถูกดำเนินคดี โดยถือว่ายังเป็นผู้กระทำความผิด เพราะเป็นการกระทำมิชอบและผิดศีลธรรมตามทฤษฎี การกันผู้ร่วมกระทำความผิดไว้เป็นพยานเพื่อปราบปรามลงโทษผู้กระทำความผิดแท้จริง หรือ

3.บัญญัติกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายให้ฝ่ายเจ้าพนักงานที่รับสินบน หรือฝ่ายผู้ติดสินบน ที่เปิดเผยข้อมูลหลักฐานการทุจริตต่อเจ้าพนักงานก่อน ให้ไม่ต้องรับโทษ ตามทฤษฎี “ผู้เปิดเผยความผิดก่อน สมควรได้รับยกเว้นโทษ” ซึ่งเป็นที่นิยมในหลายประเทศ และ

4.บัญญัติกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมาย ให้ประชาชนผู้มีหลักฐานการชำระภาษีประจำปี เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ให้มีอำนาจฟ้อง หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้ในคดีที่มีการทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ตามทฤษฎีประชาชนมีหน้าที่เฝ้าระวังงบประมาณแผ่นดิน

หากปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไข โดยเพิ่มหลักการดังกล่าวบางข้อบางประการไว้ในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 เพื่อใช้พิจารณาพิพากษาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เชื่อได้ว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง เพราะทั้งหนูทั้งแมวต้องยั้งคิด ตัดสินใจและไม่กระทำความผิดอย่างง่ายดายอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ จะเป็นผลดีในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น
มากยิ่งขึ้น

อนึ่ง ตามที่สังคมไทยเรียกร้องให้บรรดาข้าราชการทุกระดับชั้น รวมทั้งข้าราชการการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ แจ้งบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการด้วยนั้น บัดนี้เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ได้รับข่าวสารว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยกร่างกฎหมายเสนอสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้พิจารณาตรากฎหมาย ให้ข้าราชการทุกตำแหน่งต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินแล้ว เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นที่สุด

ขอท่านทั้งหลายมาช่วยกันใช้สติปัญญาและความรู้ของท่าน เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญยิ่งนี้กันเถิด และเพื่อทุกๆ คนครับ

ฐนยศ คีรีนารถ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อุตฯดี๊ด๊าความเชื่อมั่นดีขึ้น อานิสงส์ช้อปช่วยชาติกระตุ้นกำลังซื้อ
บทความถัดไป‘เนชั่น’ขายกิจการในเครือ ช่องNOW-ม.เนชั่น-บ.ขนส่ง มูลค่า 1.4 พันล้าน รับมือผลกระทบอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์