ดูเหมือนจะเป็นความบังเอิญอย่างยิ่งที่ประวัติศาสตร์การสร้างชาติของในรอบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับหมายเลข 7 อย่างน่าอัศจรรย์!
เป็นหมายเลข 7 ที่ว่ากันว่ามีความหมายและความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดหมายเลขหนึ่งตามคติความเชื่อของชนชาวยิว และบางทีอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ช่วยอธิบายว่า ทำไมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จึง (กล้า) สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำสหรัฐคนแรก (และคนเดียวของโลก) ที่ประกาศรับรองนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อิฐก้อนแรกที่ถูกนำมาเรียงตามแผนการเพื่อเริ่มก่อร่างสร้างประเทศอิสราเอลอย่างไม่เป็นทางการเริ่มต้นในปี 1917 เมื่ออาร์เธอร์ บัลโฟร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษในขณะนั้นได้เขียนจดหมายฉบับประวัติศาสตร์หนึ่งหน้าความยาว 67 คำ ถึงผู้นำของประชาคมชาวยิวในประเทศ ซึ่งต่อมารู้จักกันในนาม “คำประกาศแห่งบัลฟอร์” (Balfour Declaration) เพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์และพันธสัญญของรัฐบาลอังกฤษที่จะสนับสนุนการจัดตั้ง “บ้าน” (national home) สำหรับชาวยิวบนแผ่นดินที่เรียกว่าปาเลสไตน์ ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้การครอบครองของอังกฤษ
เป็นการนับหนึ่งก้าวแรกก้าวสำคัญของการสร้างชาติอิสราเอล
อีกสามสิบปีต่อมา สหประชาชาติได้มีมติเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 1947 ให้แบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็นสองส่วนเพื่อจัดตั้ง (สอง) ประเทศใหม่สำหรับชาวยิวและชาวปาเลสไตน์ โดยกำหนดให้เยรูซาเลมอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสหประชาชาติ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ปี 1947 คือปีที่สหประชาชาติรับรองและไฟเขียวให้ชาวยิวตั้งประเทศได้ ถือเป็นก้าวสำคัญ (ครั้งที่สอง) จนกระทั่งอิสราเอลประสบความสำเร็จสามารถจัดตั้งประเทศได้ในปีถัดมา ในขณะที่ปาเลสไตน์ยังคงล้มเหลวจนถึงปัจจุบันนี้
ก้าวกระโดดสำคัญก้าวต่อมาเกิดขึ้นในกลางปี 1967 อันเป็นผลมาจาก “สงครามหกวัน” ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มประเทศอาหรับ (ที่ขัดแย้งและคุกรุ่นมานานหลายปีก่อนหน้านั้นแล้วบังเอิญมาแตกหักเกิดสงครามขึ้นในปี 1967) ชัยชนะของอิสราเอลในปีนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ส่งผลต่อสันติภาพในตะวันออกกลางจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะวันที่ 7 มิ.ย.คือวันที่กองทัพอิสราเอลสามารถตราทัพเข้ายึดนครเยรูซาเลมฝั่งตะวันออกได้สำเร็จ เป็นวันที่ชนชาติยิว (และชาวปาเลสไตน์) ต้องจดจำไปตลอด เนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สองพันปีที่สถานอันศักดิ์สิทธิของชาวยิวอยู่ภายใต้การครอบครองของชาวยิว
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นครเยรูซาเลมทั้งหมดอยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล เรียกว่าการรวมเยรูซาเลมเป็นหนึ่งเดียวเกิดขึ้นในวันที่ 7 ปี 1967 ถือเป็น “ของขวัญชิ้นมหัศจรรย์” จากพระเจ้าที่ชนชาติยิวจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดจากมือโดยเด็ดขาด จะเป็นสมบัติของชนชาติยิวไปตลอดกาล
ตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เยรูซาเลมจึงกลายเป็นประเด็นที่สำคัญและอ่อนไหวที่สุดในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ว่าได้
ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา (7 วันหลังจากที่ทางการอิสราเอลเพิ่งฉลองครบรอบ 70 ปีที่ได้รับอนุญาตจากสหประชาชาติให้ก่อตั้งประเทศ) ดูเหมือนว่าจิ๊กซอว์สุดท้ายได้ถูกวางลงจนสมบูรณ์ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศรับรองนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ
เท่ากับว่าปี 2017 คือปีที่ความฝันของชนชาติยิวเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว?
แต่ข้อสงสัยก็คือ ทำไมจึงต้องเกิดขึ้นในยุคสมัยของโดนัลด์ ทรัมป์ และทำไมต้องเป็นผู้นำสหรัฐคนนี้ที่บังเอิญชะตาชีวิตเกี่ยวข้องกับหมายเลข 7 อย่างน่าอัศจรรย์ จนทำให้นักทฤษฎีสมคบคิดอดไม่ได้ที่ตั้งข้อสงสัยว่า นอกจากจะเป็นคนที่พระเจ้าเลือกสรรแล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะเป็นคนที่ใช่คนที่ถูกเลือกให้มาทำภารกิจแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นการเฉพาะ? (คล้ายๆ กับวิธีการสืบเสาะหาและเลือกองค์ทะไลลามะคนใหม่ตั้งแต่วัยเยาว์) ด้วยเหตุผลความบังเอิญหลายๆ ประการ
หนึ่ง ระหว่างวันเกิดของโดนัลด์ ทรัมป์ (14 มิถุนายน 1946) และวันที่อิสราเอลก่อตั้งประเทศอย่างเป็นทางการ (14 พฤษภาคม 1948) มีช่วงระยะห่างเท่ากับ 700 วัน พอดิบพอดี
กล่าวเพิ่มเติมอีกนัยหนึ่ง วันที่อิสราเอลมีฐานะความเป็นประเทศครบ 77 วัน ก็คือวันที่โดนัลด์ ทรัมป์ มีอายุครบ 777 วัน ซึ่งตัวเลข 777 ถือเป็นหมายเลขสำหรับพระเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ (ที่สุด) ตามคติความเชื่อ
สอง ในการแข่งขันเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อชิงชัยเป็นประธานาธิบดีสหรัฐครั้งล่าสุดนี้ ปรากฏว่ามีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 17 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโดนัลด์ ทรัมป์
สาม วันที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่แบบช็อกโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ตรงกับวันที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศครบ 7 ปี 7 เดือน 7 วัน พอดิบพอดี
สี่ ในวันที่เริ่มต้นเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในทำเนียบขาวเป็นวันแรก (21 มกราคม 2017) คือวันที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มีอายุครบ 70 ปี 7 เดือน 7 วัน พอดิบพอดีเช่นกัน สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำสหรัฐที่มีอายุมากที่สุดในวันเข้ารับตำแหน่ง
ห้า รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ที่มีบทบาทสำคัญไม่น้อย เข้ารับตำแหน่งตอนอายุ 57 ปี และบังเอิญเกิดวันที่ 7 มิถุนายน (วันที่ถือกันว่าสำคัญที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างชาติอิสราเอล) ด้วย
หก ฤกษ์ยามงามดีสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเริ่มต้นแถลงครั้งประวัติศาสตร์เพื่อรับรองนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการตรงกับเวลา 01.07 พอดิบพอดี
ในโลกแห่งความเป็นจริง จะมีอะไรที่บังเอิญมากกว่านี้?
หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับเลข 7 ตลอดเส้นทางหนึ่งศตวรรษของการสร้างชาติอิสราเอลนั้นจะถือว่าเป็นความบังเอิญจริงๆ เป็นเจตนารมณ์ของพระเจ้า หรือเป็นความตั้งใจ เป็นการสมคบคิดวางแผนมาอย่างยาวนานก็ไม่อาจสรุปชี้ชัดปักหมุดได้ และบางทีอาจจะเป็นปริศนาไปตลอดกาลก็เป็นได้
แต่อย่างน้อยที่สุด การที่เหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์การสร้างชาติอิสราเอลเกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับหมายเลข 7 (ปี 1917, 1947, 1967 และ 2017) อย่างไม่น่าเชื่อนั้นก็ยิ่งทำให้น้ำหนักของความบังเอิญลดน้อยลงไปด้วย
โดยเฉพาะปี 2017 ซึ่งบังเอิญตรงกับปี 5777 ตามปฏิทินฮิบรูของชนชาติยิวพอดิบพอดี ถือเป็นปีครบรอบวงจรแห่งความสมบูรณ์ตามคติความเชื่อ นั่นคือจิ๊กซอว์สุดท้ายของการสร้างชาติอิสราเอล (การรับรองนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวง) ต้องสมบูรณ์ภายในปีนี้ มิฉะนั้นก็จะต้องรอรอบวงจรต่อไปอีกหนึ่งพันปี (?)
ปี 2017 นอกจากจะครบรอบหนึ่งศตวรรษของแผนการเริ่มต้นสร้างชาติขั้นแรกแล้ว ยังเป็นวาระครบรอบ 70 ปี ที่ชนชาติยิวได้รับไฟเขียวจากสหประชาชาติให้จัดตั้งประเทศได้ ยิ่งทำให้ปี 2017 มีความหมายยิ่งขึ้น เพราะหมายเลข 70 ถือเป็นเลขที่มีประวัติศาสตร์และความศักดิ์สิทธิ์มากๆ จนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความบังเอิญได้
หรือว่าจะเป็นจริงตามที่ศาสตราจารย์เอลี่ วีเซล นักวิชาการอเมริกันเชื้อสาวยิวผู้เคยรับรางวัลโนเบลสันติภาพในปี 1986 และได้รับการยกย่องจากหนังสือพิมพ์ The Los Angeles Times ให้เป็นบุคคลเชื้อสายยิวที่สำคัญที่สุดในสหรัฐ เคยกล่าวไว้
นั่นคือ ในประวัติศาสตร์ของชนชาติยิว ไม่เคยมีความบังเอิญใดๆ เกิดขึ้น

