หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ: ลพบุรีมีหลักฐาน “คนไทย” ไม่เคยร้าง 3,000 ปีมาแล้ว จนปัจจุบัน

19.12.17 | 18:19 น.
สุจิตต์ วงษ์เทศ

ลพบุรี เป็นดินแดนแสดงความเป็นมาของบรรพชนคนไทย ลูกผสมนานาชาติพันธุ์ร้อยพ่อพันแม่ อย่างชัดเจนและโดดเด่นที่สุด โดยมีหลักฐานมากอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา ซึ่งพบยากในที่อื่นๆ

เพราะลพบุรีไม่เคยร้างตั้งแต่ 3,000 ปีมาแล้ว จนถึงทุกวันนี้ พบหลักฐานชุมชนคนอยู่ต่อเนื่อง เป็นบ้านเป็นเมืองเป็นรัฐขนาดอาณาจักร กระทั่งปัจจุบันเป็นจังหวัดลพบุรี

ขอมเก่าแก่ที่สุด คือ ขอมละโว้ อยู่ลพบุรี เป็นประชากรกลุ่มสำคัญในการสถาปนากรุงศรีอยุธยาและกรุงสุโขทัย ในที่สุดขอมละโว้ในกรุงศรีอยุธยาก็กลายตัวเองเป็นคนไทย

ดังนั้น จำเป็นต้องมี “ลพบุรีมิวเซียม” จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของบรรพชนคนไทย ที่ให้ทั้งคุณค่าและมูลค่า

คุณค่า ทางวิชาความรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของคนและดินแดนในไทย

Advertisement

มูลค่า ทางรายได้กระจายในท้องถิ่นลพบุรีจากการท่องเที่ยว

 

นพบุรี มีเขา 9 ยอด เมืองหนุมาน

นพบุรี หมายถึงเมืองที่มีภูเขา 9 ยอด น่าจะเป็นนิทานท้องถิ่นเมืองลพบุรี อย่างน้อยตั้งแต่ครั้งพระนารายณ์ หรืออาจมีอยู่ก่อนนานแล้วก็ได้

รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ ร.1 เก็บคำบอกเล่าไว้เกี่ยวกับเรื่องเมืองนพบุรีที่พระรามเนรมิตให้หนุมาน จะสรุปย่อๆ มาดังนี้

พระรามแผลงศรพรหมาสตร์ให้หนุมานเหาะตาม ถ้าพบศรตรงไหนแล้วกลับมาบอกจะไปสร้างเมืองให้หนุมานครองตรงนั้น ศรพรหมาสตร์ไปตกบริเวณทิวเขา 9 ยอด พังทลาย มีกลอนว่า

เห็นศรพรหมาสตร์ตรวยตรง               ตกลงเบื้องบนเขาใหญ่

เก้ายอดย่อยยับระยำไป                      มิ่งไม้เป็นภัสม์ธุลีการ

หนุมานเหาะตามไปพบก็เอาหางกวาดกรวดหินจนราบเรียบ แล้วเร่งกลับไปทูลพระรามอย่างประจบ

สุธาธารสะอ้านขาวสะอาด                  ข้ากวาดเป็นปราการกั้น

ภูมิฐานกว้างใหญ่ก็คล้ายกัน                กับเขตขัณฑ์นครอยุธยา

 

แต่พระรามตำหนิว่าไม่ได้สั่งให้กวาดราบอย่างนั้น มีกลอนบทละครพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ดังนี้

ตรัสว่าเราใช้แต่ไปดู                            ให้รู้ว่าศรตกที่ไหน

แจ้งแล้วจะยกพลไป                            สร้างสรรค์เมืองให้วานร

ตราบสิ้นพระจันทร์พระอาทิตย์ เหตุใดควรคิดทำก่อน

ไหนเลยจะเป็นสถาวร                         เราจะบทจรก็เสียที

หนุมานได้ฟังยิ่งตกใจ เพราะเท่ากับทำงานเกินสั่ง ถือเป็นละเมิดพระราชโองการ

พระรามเมตตา จึงให้พระอินทร์สั่งพระวิษณุกรรมไปสร้างเมือง แล้วให้นามว่า นพบุรี อันเนื่องจากสร้างสถานที่ภูเขา 9 ยอด มีกลอนว่า “เราจะประสาทนามพระนคร ให้ถาวรชื่อนพบุรี”

ต่อมา นักค้นคว้าพากันเข้าใจว่าพระนารายณ์ไปประทับเมืองละโว้เก่า แล้วสร้างเมืองใหม่ให้ชื่อ “นพบุรี” โดยเชื่อว่าแผลงจาก “นวบุรี” (นว แปลว่า ใหม่)

พระนารายณ์ให้นามเมืองว่าลพบุรี (ไม่ใช่นพบุรี) มีบอกชัดเจนในโคลงพระศรีมโหสถ (แต่งในแผ่นดินพระนารายณ์) อาจเกี่ยวข้องทั้งชื่อละโว้ (คำท้องถิ่น) และ ลว (โอรสพระราม-นางสีดา) ส่วนนพบุรีเป็นชื่อในนิทาน

ชื่อบ้านนามเมืองในลพบุรีจากนิทาน

รามเกียรติ์ เนื้อเรื่องต่างๆ ถูกยกไปโยงเข้ากับชื่อบ้านนามเมืองในลพบุรี มีบอกไว้หลายอย่าง ดังนี้

พระรามก่อนแผลงศร ได้เอาลูกศรชุบน้ำ บริเวณนั้นจึงเรียกทะเลชุบศร

ศรพระรามที่แผลงไปตกปักลงดิน พื้นที่ตรงนั้นถูกพิษศร กลายเป็นสีขาวแผ่เป็นบริเวณกว้าง ต่อมาชาวบ้านขุดมาทำดินสอพอง

ลูกศรพระรามที่ตกปักลงดินเป็นของศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นหิน ชาวบ้านจึงเก็บไว้เซ่นวักในศาลลูกศร กลางเมืองลพบุรี (แต่ถูกลักลอบกะเทาะทำเครื่องรางและยาจนหมด)

พระรามแผลงศรพรหมาสตร์ตกลงภูเขา 9 ลูก ถล่มทลายกลายเป็นทุ่งราบกว้างขวาง จึงเรียก ท้องพรหมาสตร์ (บางทีเรียก ทุ่งพรหมาสตร์)

[สรุปจากหนังสือ อุปกรณ์รามเกียรติ์ ของ เสฐียรโกเศศ สำนักพิมพ์ศยาม พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2550 หน้า 155-157]