หน้าแรก คอลัมนิสต์ หวาดหวั่น เพื...

หวาดหวั่น เพื่อไทย บทเรียน “ประชาธิปัตย์” ส่งต่อ ถึง”คสช.”

20.12.17 | 12:45 น.

ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจหรือไม่ที่ตัดสินใจประกาศ “ยุบสภา” เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในเดือนมกราคม 2544

ตอบได้เลยว่า มั่นใจ

มิได้มั่นใจอย่างธรรมดา หากแต่มั่นใจเป็นอย่างสูงเพราะตระหนักดีว่าการสอบสวนบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายทักษิณ ชินวัตร โดย ป.ป.ช.กำลังเข้มข้น

นี่เหมือนกับเป็นการต้อนรับน้องใหม่สำหรับ “ไทยรักไทย”

การที่ ป.ป.ช.เลือกที่จะอ่านคำวินิจฉัยในห้วงก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ ยิ่งสร้างความมั่นใจเป็นอย่างสูง

Advertisement

ความคึกคักที่ปรากฏไม่เพียงแต่จาก “ประชาธิปัตย์” เท่านั้น

หากไม่ว่าพรรคชาติไทย ไม่ว่าพรรคชาติพัฒนา ไม่ว่าพรรคความหวังใหม่ ไม่ว่าพรรคเสรีธรรม ล้วนเปี่ยมไปด้วยความหวัง

แต่แล้วผลการเลือกตั้งชัยชนะกลับเป็นของ “ไทยรักไทย”

เช่นเดียวกับการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ประกาศ “ยุบสภา” เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2554 ถามว่ามั่นใจหรือไม่

ตอบได้เลยว่า มั่นใจ

มิได้มั่นใจอย่างธรรมดา หากแต่มั่นใจเป็นอย่างสูง เพราะว่าการสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 ไม่เพียงแต่ก่อความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงให้กับคนเสื้อแดงอันเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นอย่างยิ่งของพรรคเพื่อไทย

หากแต่การจัดตั้ง “ศอฉ.” ขึ้นในกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ยังสร้างพันธมิตรระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับบรรดาแม่ทัพนายกอง

โดยเฉพาะฝ่ายคุมกำลังจาก “บูรพาพยัคฆ์”

คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนกันยายน 2551 เท่ากับเด็ดหัว นายสมัคร สุนทรเวช ตามมาด้วยคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในเดือนพฤศจิกายน 2551 ส่งผลให้ยุบพรรคพลังประชาชน เท่ากับเด็ดหัว นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปด้วย

การชู น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นมาแทบไม่มีความหมาย

แต่แล้วผลการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 ก็อีหรอบเดียวกับผลการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2550 ก็อีหรอบเดียวกับผลการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2548

และอีหรอบเดียวกับผลการเลือกตั้งในเดือนมกราคม 2544

สะท้อนให้เห็นว่า ความพยายามในการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ความพยายามในการยุบพรรคไทยรักไทยในเดือนพฤษภาคม 2550 ความพยายามในการยุบพรรคพลังประชาชนในเดือนพฤศจิกายน 2551 เท่ากับเป็นการ “รีเซต”

แทบไม่ส่งผลสะเทือนอะไรเลยในทางการเมือง

ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลพรรคไทยรักไทยอันแสดงออกผ่านการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ยังแสดงพลานุภาพอย่างต่อเนื่อง

มายังการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2550 มายังการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554

บทเรียนที่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพันธมิตรอันแนบแน่นกับขบวนการรัฐประหารจึงเป็นบทเรียนที่ไม่ควรมองข้าม

หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มีความพยายามอย่างค่อนข้างเป็นระบบในการจัดการต่อพรรคเพื่อไทยอย่างจริงจังและเข้มข้น

ไม่ว่าจะโดย “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าจะโดย “มาตรา 44”

เวลาจากเดือนพฤษภาคม 2557 ผ่านมาจนเลยเดือนพฤษภาคม 2560 และกำลังจะก้าวเข้าไปยังเดือนพฤษภาคม 2561

แต่ความหวาดกลัว “เพื่อไทย” ก็ยังดำรงอยู่