ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจหรือไม่ที่ตัดสินใจประกาศ “ยุบสภา” เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในเดือนมกราคม 2544
ตอบได้เลยว่า มั่นใจ
มิได้มั่นใจอย่างธรรมดา หากแต่มั่นใจเป็นอย่างสูงเพราะตระหนักดีว่าการสอบสวนบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายทักษิณ ชินวัตร โดย ป.ป.ช.กำลังเข้มข้น
นี่เหมือนกับเป็นการต้อนรับน้องใหม่สำหรับ “ไทยรักไทย”
การที่ ป.ป.ช.เลือกที่จะอ่านคำวินิจฉัยในห้วงก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ ยิ่งสร้างความมั่นใจเป็นอย่างสูง
ความคึกคักที่ปรากฏไม่เพียงแต่จาก “ประชาธิปัตย์” เท่านั้น
หากไม่ว่าพรรคชาติไทย ไม่ว่าพรรคชาติพัฒนา ไม่ว่าพรรคความหวังใหม่ ไม่ว่าพรรคเสรีธรรม ล้วนเปี่ยมไปด้วยความหวัง
แต่แล้วผลการเลือกตั้งชัยชนะกลับเป็นของ “ไทยรักไทย”
เช่นเดียวกับการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ประกาศ “ยุบสภา” เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2554 ถามว่ามั่นใจหรือไม่
ตอบได้เลยว่า มั่นใจ
มิได้มั่นใจอย่างธรรมดา หากแต่มั่นใจเป็นอย่างสูง เพราะว่าการสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 ไม่เพียงแต่ก่อความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงให้กับคนเสื้อแดงอันเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นอย่างยิ่งของพรรคเพื่อไทย
หากแต่การจัดตั้ง “ศอฉ.” ขึ้นในกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ยังสร้างพันธมิตรระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับบรรดาแม่ทัพนายกอง
โดยเฉพาะฝ่ายคุมกำลังจาก “บูรพาพยัคฆ์”
คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนกันยายน 2551 เท่ากับเด็ดหัว นายสมัคร สุนทรเวช ตามมาด้วยคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในเดือนพฤศจิกายน 2551 ส่งผลให้ยุบพรรคพลังประชาชน เท่ากับเด็ดหัว นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปด้วย
การชู น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นมาแทบไม่มีความหมาย
แต่แล้วผลการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 ก็อีหรอบเดียวกับผลการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2550 ก็อีหรอบเดียวกับผลการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2548
และอีหรอบเดียวกับผลการเลือกตั้งในเดือนมกราคม 2544
สะท้อนให้เห็นว่า ความพยายามในการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ความพยายามในการยุบพรรคไทยรักไทยในเดือนพฤษภาคม 2550 ความพยายามในการยุบพรรคพลังประชาชนในเดือนพฤศจิกายน 2551 เท่ากับเป็นการ “รีเซต”
แทบไม่ส่งผลสะเทือนอะไรเลยในทางการเมือง
ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลพรรคไทยรักไทยอันแสดงออกผ่านการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ยังแสดงพลานุภาพอย่างต่อเนื่อง
มายังการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2550 มายังการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554
บทเรียนที่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพันธมิตรอันแนบแน่นกับขบวนการรัฐประหารจึงเป็นบทเรียนที่ไม่ควรมองข้าม
หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มีความพยายามอย่างค่อนข้างเป็นระบบในการจัดการต่อพรรคเพื่อไทยอย่างจริงจังและเข้มข้น
ไม่ว่าจะโดย “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าจะโดย “มาตรา 44”
เวลาจากเดือนพฤษภาคม 2557 ผ่านมาจนเลยเดือนพฤษภาคม 2560 และกำลังจะก้าวเข้าไปยังเดือนพฤษภาคม 2561
แต่ความหวาดกลัว “เพื่อไทย” ก็ยังดำรงอยู่

