หน้าแรก คอลัมนิสต์ เกียรติศักดิ์...

เกียรติศักดิ์ทหาร‘ซึ่งต้องพิสูจน์’ โดย : เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

22.12.17 | 15:09 น.

บทพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 เรื่องของการรักชาติ รักศักดิ์ศรี และเกียรติศักดิ์ทหาร มีบทหนึ่งที่แสดงถึง “เกียรติศักดิ์” (พจนานุกรมฉบับมติชน 2547) คือฐานะที่ได้รับการยกย่อง บทพระราชนิพนธ์บทนี้ ความว่า

มโนมอบพระผู้ เสวยสวรรค์

แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทิดหล้า

ดวงใจมอบเมียขวัญ และแม่

เกียรติศักดิ์รักข้า มอบไว้แก่ตัว

Advertisement

“ทหาร” ขึ้นชื่อว่ามีฐานะได้รับการยกย่อง เพราะทหารมีเกียรติ เป็นผู้ปกป้องประเทศจากศึกสงคราม ได้ชื่อว่า “เป็นรั้ว” ของประเทศ

เมื่อมีการจัดตั้งโรงเรียนเตรียมทหาร การจะเข้าเรียนต่อในโรงเรียนทหารและตำรวจระดับสูง ต้องไปสอบเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร 2 ปี หลังจากสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว

โรงเรียนเตรียมทหารเปิดโอกาสให้กุลบุตรที่ต้องการเป็นทหารตำรวจ เข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่ปีการศึกษา 2501 เป็นรุ่นแรก และเรียนรวมกันทุกเหล่าทัพกับเหล่าตำรวจ

จากนั้นจึงไปเข้าเรียนต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน จนสำเร็จชั้นปีที่ 4 ปีที่ 5 ออกมาเป็นนายทหารตามสังกัด

การมีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร เท่ากับเริ่มต้นเตรียมไปเป็นนายทหารนายตำรวจ ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของโรงเรียนเตรียมทหารที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา เรียกว่า “ธำรงวินัย” คือต้องมีวินัยที่เข้มข้นเต็มรูปแบบ หมายถึงความเป็นระเบียบ มีวินัย อดทน เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาและรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่ดูแลรุ่นน้องปีหนึ่ง พร้อมจะส่งต่อให้รุ่นพี่ที่โรงเรียนนายร้อย เพื่อ “ธำรงวินัย” ต่อไป

การจะฝึกผู้ที่เข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร ที่เพิ่งผ่านการเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ซึ่งมาจากหลากหลายครอบครัวให้มาอยู่ร่วมกัน ฝึกระเบียบปฏิบัติให้มีวินัยไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะความอดทนต่อคำสั่งและการปฏิบัติตนให้อยู่ในครรลองของวินัยทหาร

ว่าเฉพาะนักเรียนเตรียมทหารซึ่งมีเวลาฝึกความอดทน ระเบียบปฏิบัติ และวินัยอย่างเข้มข้นภายในเวลา 2 ปี จึงต้องเข้มงวดกวดขันกว่าการฝึก
“พลทหาร”

การฝึกนักเรียนทหารให้เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา มีความอดทนจากคำสั่งและปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ต้องไม่ใช่อารมณ์รุนแรง และที่สำคัญคือต้องไม่มีการถูกเนื้อต้องตัวนักเรียนเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น

กระนั้น ด้วยการต้องฝึกตนให้เข้มแข็ง อดทน เพื่อให้มีสภาพร่างกายที่แข็งแรง นักเรียนทหารจึงต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง ทนต่อทุกสภาพที่มากระทบ

กระนั้น สภาพร่างกายของแต่ละคนอาจมีโรคภัยประจำตัว หรือไม่อาจทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ จนที่สุดอาจเจ็บไข้ถึงกับชีวิตได้ เมื่อได้รับการฝึกอย่างหนักหน่วง จึงบางครั้งมีผู้เสียชีวิตระหว่างการเรียนได้

การต้องเสียชีวิตของผู้เข้าเรียนทหารแม้ไม่มีทุกปี แต่ห้วงเวลาของโรงเรียนเตรียมทหารกว่า 50 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่เรียนไม่จบมีไม่น้อย มีผู้เสียชีวิตระหว่างเรียนรวมแล้วกว่า 16 คน แต่ละชีวิตเป็นเรื่องของแต่ละคน

ดูเหมือนว่ามีนักเรียนเตรียมทหาร 2 คนกระมังที่เสียชีวิตจากเหตุบางประการ เช่น รายหนึ่งเสียชีวิตหลังจากรุ่นพี่บังคับให้ดื่มน้ำเข้าไปปริมาณมากเกินเหตุเมื่อหลายปีก่อน แต่กรณีนั้นยุติไปได้

ส่วนกรณีหลัง มีเสียงเรียกร้องจากครอบครัวถึง “เกียรติศักดิ์” ของลูกชาย นักเรียนเตรียมทหาร ว่าเสียชีวิตเพราะเหตุใดแน่ ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิสูจน์ความจริง หรือทำความจริงให้ปรากฏ

สาเหตุของการเสียชีวิตที่ยังกำกวมอยู่ แม้มีการแถลงผลแล้วก็ตาม แต่เหตุผลการเสียชีวิตยังขัดแย้ง

หวังว่า การเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหารคนนี้จะได้รับ “เกียรติศักดิ์” ตามที่ครอบครัวเรียกร้อง