คลุมเครือ โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(แฟ้มภาพจากเฟสบุ๊ก wassana nanuam)

นักข่าวทำเนียบรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังประชุม ครม.และ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

เปิดแขนเสื้อโชว์นาฬิกาไซโก้ให้นักข่าวดู กระเซ้าเย้าแหย่นักข่าว เชิญชวนประชาชนอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ และในออนไลน์ ฯลฯ เป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น

วันเดียวกันนั้น นายกฯในฐานะหัวหน้า คสช. ได้แจ้งด้วยว่า จะใช้มาตรา 44 ยืดกำหนดเวลา เพื่อผ่อนผันเงื่อนไขต่างๆ ใน พ.ร.บ.พรรคการเมืองออกไป

เท่ากับยังไม่มีการปลดล็อก ยกเลิกหรือผ่อนผัน คำสั่ง คสช.เมื่อปี 2557 ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม 

เป็นอันว่า การตั้งพรรคใหม่ การดำเนินการของพรรคเดิม จะทำยังไงกัน ต้องไปดูคำสั่งที่จะออกมาใหม่

ขณะที่กระแสข่าวจะแก้ พ.ร.บ.พรรคการเมือง รีเซตสมาชิกพรรค ด้วยข้ออ้างว่า เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ระหว่างพรรคใหม่กับพรรคเก่า ยังดำเนินไป

ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง อาจกระทบต่อการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. ปีหน้าที่นายกฯประกาศไว้

อีกเรื่อง นายกฯได้กล่าวถึงการตั้งพรรคประชารัฐ หรือพรรคทหาร เพื่อสนับสนุนให้เป็นนายกฯต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นมีทหารที่ไหนมาตั้งพรรคการเมืองให้ ถ้าเขาไปตั้งของเขาเองก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่เกี่ยวกับตน

ฉะนั้น คงไม่มีใครไปตั้งพรรคทหาร ก็รู้อยู่ว่าตั้งมาแล้วก็คือปัญหา มันไม่เคยสำเร็จสักที จะไปตั้งให้มันเมื่อยทำไม

ทุกคนพยายามจะสร้างกระแสให้ได้ว่าจะมีพรรคทหารให้คนรังเกียจ ต้องไปดูจุดมุ่งหมายที่เขาพูดกันเพื่ออะไร ไปถามเขาดู

ประเด็นจากนายกฯ ก็คือ การตั้งพรรคทหารไม่เคยสำเร็จสักที แล้วจะตั้งทำไม

พร้อมกับตีความว่า เป็นความพยายามสร้างกระแสพรรคทหาร เพื่อให้คนเกลียด-รังเกียจทหาร

การให้สัมภาษณ์ที่ว่านี้ ทำให้ข่าวการตั้งพรรคมารองรับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อไปยังเป็นเรื่องของการคาดหมาย โดยมีปรากฏการณ์บางเรื่องสนับสนุน

เข้าใจได้ว่า แม้มีการจัดวางกลไกกฎหมาย และเครือข่ายการเมือง เพื่อรองรับกรณีจะต้อง “ไปต่อ” เอาไว้พร้อมสรรพแล้ว

ตรงไหนของกลไกที่ยังเห็นว่าเป็นปัญหา ยังไม่แน่ใจ ก็ใช้จังหวะนี้แก้ไขกฎหมายกันไป

อย่างที่เงื้อๆ จะแก้ พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพื่อรีเซตสมาชิก

แต่การตัดสินใจจะไปต่อหรือไม่ เป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องอาศัย “สัญญาณ” หลายทิศทาง 

รวมถึงผลสำเร็จทางการบริหารเศรษฐกิจที่ต้องกระจายไปถึงคนส่วนใหญ่ การยอมรับจากนานาชาติ และเสียงของประชาชนตัวจริงว่า ชื่นชมหรือรังเกียจ

จึงเป็นที่มาของความคลุมเครือ ฝุ่นควันและทะเลหมอกที่เกิดขึ้นมาตลอด

และคงจะเป็นอย่างนี้ต่อไป ข้ามไปถึงปีใหม่ 2561 ที่ใกล้เข้ามาแล้ว 

……………….

วรศักดิ์ ประยูรศุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักวิชาการสะท้อน งัด ม.44 ขยายเวลา กม.พรรค
บทความถัดไปเอ็กซิมแบงก์ประสานธพว.หนุนเอสเอ็มอีส่งออก คาดปีหน้าส่งออกสูงประวัติการณ์ ดันปล่อยสินเชื่อ 1 แสนล.