หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ไทยชอบทำเรื่องง่ายให้ยากๆ ยุ่งๆ

22.12.17 | 11:12 น.
รถรางเมืองลพบุรี มีทางแล่นผ่านพระปรางค์สามยอดและศาลพระกาฬ เริ่ม พ.ศ. 2498 (สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม) เลิก พ.ศ. 2505 (สมัยจอมพล ส. ธนะรัชต์) ภาพนี้เป็นหน้าปกหนังสือ “ข่าวการไฟฟ้า” (ปีที่ 6 ฉบับที่ 54) ธันวาคม 2505 (ได้จากหนังสือ ภาพเก่าเล่าอดีตลพบุรี นายภูธร ภูมะธน บรรณาธิการ จัดพิมพ์โดยศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเทพสตรี ลพบุรี พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ. 2541 หน้า 90)

การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมทำรายได้สูงเข้าประเทศ แต่มีปัญหาที่กระจุกในเมืองหลัก จึงต้องหาช่องทางกระจายสู่เมืองรอง

“ต้องฟื้นฟูและสร้างเรื่องราวเอกลักษณ์แต่ละชุมชนให้น่าสนใจ” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ บอกแนวทางให้เทศบาลทั่วประเทศรับรู้ถึงการสร้างทางลัดผลักความก้าวหน้าและความมั่งคั่งไปเมืองรองด้วยการท่องเที่ยว (มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560 หน้า 1, 8)

ยากยิ่งที่รองนายกฯ และ รมต.ท่องเที่ยวฯ จะคาดคั้นให้เทศบาลต่างๆ ทั่วประเทศฟื้นฟูและสร้างเรื่องราวจากเอกลักษณ์ในแต่ละชุมชน เพราะประวัติศาสตร์ไทยเต็มไปด้วยสงคราม จึงไม่มีผู้คนและสังคม แล้วไม่มีชุมชนท้องถิ่น จะหาเอกลักษณ์จากไหน?

ประกอบกับกระทรวงวัฒนธรรมอ่อนแอทางความรู้ท้องถิ่น รวมถึงมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นส่วนมากก็อ่อนแอไม่แพ้กัน คนท้องถิ่นเลยเสียโอกาสค้นพบตนเอง จนต้องจัดงานตามมีตามเกิด

“เมืองลพบุรีอาจไม่ใช่เป็นเมืองขนาดใหญ่มาก—- ทางจังหวัดกลับส่งเสริมจุดเด่นของเมืองนี้ไปในทางที่ผิดเพี้ยนสนองธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น เลี้ยงโต๊ะจีนลิง!”

Advertisement

ดร. วินัย พงศ์ศรีเพียร (เมธีวิจัยอาวุโส สกว.) เขียนบอกไว้ในหนังสือ มรดกความทรงจำแห่งนพบุรีศรีลโวทัยปุระ [ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2558 หน้า 13-14] แล้วบอกอีกตอนหนึ่งว่า

“น่าเสียดายที่คนไทยไม่ค่อยตระหนักถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองลพบุรีในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่สมัยทวารวดีถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย”

ทำให้ง่าย

หนังสือวิชาการทั้งหลายในโลก ต้องมีผู้ทำให้ง่าย หรือเรียกอย่างฝรั่งว่า ซิมพลิฟาย เพื่อกระจายข้อมูลความรู้เข้าถึงปวงชนพลเมือง

ดังมีให้เห็นเป็นพยานมากมายนานแล้ว เช่น รีดเดอร์ส ไดเจสท์, เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และหนังสือซิมพลิฟายโดยสำนักพิมพ์ในโลกตะวันตก รวมทั้งที่แปรรูปเป็นสารคดี เช่น ดิสคัฟเวอรี่ ฯลฯ แต่นักวิชาการไทยไม่ใสใจ เลยชอบทำเรื่องง่ายๆ ให้ยุ่งๆ ยากๆ

นักวิชาการอาจารย์มหาวิทยาลัยฝูงหนึ่งเลื่อมใสการอยู่บนหอคอยงาช้าง เพื่ออ่านและท่อง “คำหลวง” แล้วไม่ศรัทธาอาการตีนติดดิน ก็ไม่เป็นไร

แต่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยควรสนับสนุนนักวิชาการอาจารย์อีกกลุ่มหนึ่งที่มีศรัทธาและมีความสามารถ สรุปงานวิชาการยากๆ ทำให้ง่ายๆ เป็นถ้อยคำภาษาบ้านๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน

เพื่อสื่อสารกับสามัญชนคนทั่วไปให้รู้เท่าทันโลกและชีวิต แล้วเท่าทันนักวิชาการด้วย

พวกหอคอยงาช้างถนัดทำเรื่องง่ายๆ ให้ยากๆ โดยใช้ภาษาเทพที่คนทั่วไปไม่รู้เรื่อง ก็ตามใจเขาไป

แต่อาจารย์ทั่วไปที่ตีนติดดิน ควรฝึกใช้ภาษาคน (ไม่ภาษาเทพ) ทำเรื่องยากๆ ให้ง่ายๆ

ถิ่นลพบุรี

มหาวิทยาลัยในท้องถิ่นบางแห่งมีวิชาการแข็งแรงต่อเนื่อง เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ลพบุรี ผมเคยอ่านนานแล้วเป็นครั้งคราวหนังสือความรู้ซึ่งมีผู้เมตตาฝากให้ (หนังสือวิชาการจากสถาบันต่างๆ ไม่มีวางขายทั่วไป และไม่มีโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยรู้กันภายในเฉพาะกลุ่มเล็กๆ แคบๆ มากๆ ดังนั้นคนนอกอย่างผมอยู่ห่างไกลสำนักทิศาปาโมกข์ จึงไม่มีวันหาซื้อได้เอง บางแห่งขอซื้อก็ไม่มีขาย เพราะมีไว้แจกคนไม่อ่าน ผมเป็นคนอยากอ่านย่อมหมดสิทธิ์รับแบ่งปันข้อมูล ทำให้ไม่ฉลาด)

ล่าสุด เอนก สีหามาตย์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) ผู้มีเมตตาเสมอมาไม่ขาด ได้ฝากหนังสือเล่มหนึ่งให้ผมอ่าน คือ สรรพศาสตร์ สรรพศิลป์ ถิ่นลพบุรี รวมบทความเนื่องในการประชุมวิชาการเมื่อกรกฎาคม พ.ศ. 2559 จัดโดยคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีและภาคี

ถิ่นลพบุรี หนังสือวิชาการเล่มนี้ของ ม.ราชภัฏเทพสตรี โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มีประสบการณ์วิชาการ ร่วมบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ ต้องยกย่องความกล้าหาญเฉลียวฉลาดของผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ถ้าจะให้ต่อยอดดียิ่งๆ ขึ้นไป ผู้บริหารมหาวิทยาลัยควรมีคณะทำงาน (1) ย่อยงานวิชาการให้ง่าย กับ (2) สร้างภาพรวมความเป็นมาของท้องถิ่นลพบุรี ทั้งหมดเพื่อเข้าถึงสามัญชนคนทั่วไป