ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ไปร่วมประชุม World Internet Summit และ One Belt One Road by Digital Economy Technology ณ เมือง Wuzhen ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 3-5 ธันวาคมนี้ ได้ทั้งประสบการณ์ใหม่ และความรู้ใหม่อย่างมากมาย แม้ว่าตลอดชีวิตจะได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศถึงกว่า 55 ประเทศ และเมืองสำคัญกว่า 300 เมืองทั่วโลก แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่จะรู้สึกเปิดหูเปิดตาตื่นเต้นเท่าครั้งนี้
ตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทางเข้าเมือง Wuzhen โดยรถยนต์จากสนามบิน PuTong นคร Shanghai เมื่อนั่งมากว่า 3 ชั่วโมงก็หายเหนื่อยทันที เพราะเห็นสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ แต่ละต้นมีแสงไฟส่องที่ลำต้นไม้ใหญ่ทุกต้น ทำให้มีบรรยากาศเปรียบเสมือนเมืองในสวน
สองข้างทางเป็นสถาปัตยกรรมโบราณทั้งสิ้น สมกับเป็นเมืองเก่าที่มีอายุมากกว่า 1,200 ปี ไม่เคยนึกฝันว่าเมืองโบราณนี้จะใหญ่โต
ตลอดระยะทางเห็นความสวยงามมากว่า 30 นาที กว่าจะถึงที่หมาย
หลังมอบหนังสือเดินทางให้กับล่ามที่มาคอยดูแลลงทะเบียนให้แล้ว ส่วนตัวเองไปเข้าห้องสุขา ออกมาได้พบความแปลกใจอีกประการหนึ่ง คือเจ้าหน้าที่ได้ลงทะเบียนให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องมีแผ่นป้ายชื่อห้อยคอเหมือนที่อื่น แต่ให้ติดเข็มกลัดเล็กๆ รูปทรงกลมสัญลักษณ์เครื่องหมายของงานประชุมครั้งนี้ทันทีที่ปกเสื้อนอก
เมื่อเดินเข้าสู่กระบวนการเช็กอินเข้าโรงแรม ผู้คนและนักข่าวเป็นจำนวนมากรอคอยผู้มาเยือนจากต่างประเทศ และสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าตกใจเป็นครั้งที่ 3 เพียงในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง คือเดินผ่านจุดตรวจที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลความเข้มงวดอย่างมาก จึงเตรียมตัวเตรียมใจว่าจะต้องโดนตรวจสอบอย่างหนัก เพราะทราบมาว่าจะมีบุคคลสำคัญทั่วโลกตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี และผู้นำธุรกิจระดับโลกมากกว่า 100 ประเทศเข้าร่วมประชุมครั้งนี้
ถึงจุดตรวจที่จะต้องผ่านเข้าไป แทนที่จะถูกค้นตัวถอดสัมภาระ กลับได้รับการให้ความเคารพและต้อนรับอย่างดียิ่ง มองซ้ายมองขวาจึงถึงบางอ้อว่า มีทั้งรูปตัวเองและประวัติขึ้นที่จอภาพดิจิทัลหลายจอเต็มไปหมด รวมทั้งจอขนาดใหญ่ จึงรู้สึกโชคดีที่เขาให้เป็นแขกระดับ VVIP ของงานครั้งนี้
เพราะติดเข็มที่คอเสื้อนี่เอง ไปที่ไหนในเมืองคนรู้จักหมด ไม่ต้องไปโชว์ป้ายหรือนามบัตร ทุกแห่งหนที่ไปในเมืองนี้มีเครื่องอ่านเข็มกลัดที่ติดไปบนคอปกเสื้อนอกของเรา ทั้งอยู่ฟรีกินฟรี (ทั้งเมือง) ก็เพราะเจ้าเข็มนี้เอง ติดแล้วใครๆ ก็รู้จัก แม้กระทั่งตำรวจหุ่นยนต์ ซึ่งเจ้าตำรวจหุ่นยนต์นี้จะทำหน้าที่ Scan ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาทุกคน และสามารถรู้หมด ใครจะแปลกปลอมเข้ามาในเมืองนี้ มีประวัติอย่างไรจะรู้ไปหมด หากมีคนแปลกปลอมเข้ามาเจ้าหุ่นยนต์ตำรวจจะทำหน้าที่ส่งเสียงร้องให้คนมาจับทันที
แต่พอติดเข็มนี้แล้ว เจ้าตำรวจหุ่นยนต์ก็แสดงความเคารพและส่งเสียงต้อนรับ จึงเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดอีกหนึ่งอย่างที่ได้พบ
เมื่อถึงวันประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,500 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ในช่วงเช้าเป็นการกล่าวภาพรวมกว้างๆ จากเจ้าภาพ และบุคคลสำคัญระดับโลก รวมไปถึงแขกผู้มีเกียรติ และประเทศไทยด้วยที่รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง) ได้ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์เป็นที่ประทับใจของผู้มาร่วมประชุมทั้งหลาย
แต่ส่วนที่น่าสนใจมากเป็นพิเศษ คือสุนทรพจน์ของนาย JACK MA เจ้าของธุรกิจ Alibaba ผู้ทรงอิทธิพลด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอินเตอร์เน็ตมากที่สุดในจีนขณะนี้ และนาย TIM COOK (เบอร์ 1 ของบริษัท Apple) ขอเรียนในรายละเอียดต่อไปในช่วงท้ายของบทความนี้
ข้าพเจ้าได้อยู่ร่วมงานนี้ถึง 3 วัน 3 คืน เป็นนักเรียนที่ดี เพราะยิ่งฟังยิ่งรู้มากเท่าไหร่ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นๆ ทุกวัน โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว เมืองไทยได้แต่พูดแค่ตัวเลข 4.0 เหมือนนามธรรม
ตรงกันข้ามกับการประชุมครั้งนี้ที่พูดกันคุยกันเชิงรูปธรรมส่วนใหญ่ อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ไม่เกินทศวรรษนี้ เราจะต้องปรับและเปลี่ยนทั้งแนวคิดและการทำงานอย่างไรจึงจะตามเขาให้ทัน ใคร่ขออนุญาตสรุปประเด็นสำคัญสั้นๆ สัก 6 ถึง 7 ประเด็น ดังนี้
1.ได้เห็นภาพที่ชัดเจนการเปลี่ยนแปลงของโลกในทศวรรษหน้าอันใกล้นี้ โดยการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติอย่างมาก ตลอดจนภาคการผลิตและอุตสาหกรรม โดยได้มีการพูดถึงเทคโนโลยี Artificial Intelligence (Al) ที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและสั่งการแทนมนุษย์ได้
2.เพราะฉะนั้นโลกจึงกำลังไปสู่การเปลี่ยนแปลง โดยการใช้สมองกลและหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ในงานบางอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ดี ส่วนงานที่มนุษย์ทำได้ดีอยู่แล้ว หุ่นยนต์และเครื่องจักรกลที่ควบคุมด้วยระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่จะทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพได้สูงกว่ามนุษย์ และจะทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ
3.การเชื่อมโยงของมวลมนุษยชาติ จะมีระบบ AI มาทำหน้าที่เชื่อมโยงในองค์ความรู้ ความรอบรู้ ความเข้าใจ ตลอดการตัดสินใจการบริหารงานที่ไม่ผิดพลาด จะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความรู้ความคิด การติดต่อประสานงาน ความเท่าเทียมในรายได้และผลประโยชน์ที่สามารถกระจายไปได้อย่างทั่วถึง การผลิต ผลผลิตทั้งอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมจะสามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับภาวะของตลาด ความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการเก็บกักตุนสินค้าหรือวัตถุดิบ ตลอดจนสินค้าเหลือใช้อีกต่อไป ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจจะลดน้อยลง
4.แหล่งพลังงานจากเดิมที่ได้อาศัย Fossil Carbom เป็นตัวการสำคัญในการให้พลังงานมานานนับหลายร้อยปี จะถูกแทนที่โดยพลังงานไฟฟ้าจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาดจะถูกพัฒนาไปสู่การผลิตที่มีประสิทธิภาพ และระบบการจัดเก็บพลังงานที่สมบูรณ์และยั่งยืนอย่างมีประสิทธิผล ไปสู่การสร้างสมดุลของโลกมนุษย์กัลธรรม
5.โครงการ One Belt One Road จะเปรียบเสมือนแนวทางการกระจายการพัฒนาความเจริญของจีนโดยระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ สร้างการลื่นไหลขนได้ทั้งคนและสินค้าตลอดการเชื่อมโยงของวัตถุดิบเพื่อนการบริดภคได้เกือยทั่วโลก แต่จะไม่เกิดประโยชน์สูงสุดหากไม่อาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตามคู่ขนานมาด้วย เช่น กระใช้ระบบ E-Learning, E-commerce, E-Finance, E-Invesment, E-Factory, E-Agriculture และ E-Smart City เป็นต้น
6.โลกในอนาคตจะเป็นเรื่องของการปราศจากพรมแดนจริงๆ คุณภาพชีวิตของประชาชนจะเปลี่ยนไป ความเท่าเทียมกันในสังคมจะสูงขึ้น ปัญหาของการผลิตสินค้าที่มีมากจนเกิดส่วนเกินทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและการบริโภคของประชาชนนั้นที่ไม่สมดุลกับการผลิตนั้น ต่อไปปัญหาเหล่านี้จะลดน้อยลง ทำให้ราคาสินค้ามีเสถียรภาพมากขึ้น ตลอดจนต้นทุนการผลิตสินค้าลดน้อยลง เนื่องจากจะถูกแทนที่โดยหุ่นยนต์และสมองกล
แม้กระทั่งตัวอย่างการเดินทางช่วงที่อยู่ในเมือง Wuzhen ครั้งนี้ ได้สัมผัสกับตำรวจหุ่นยนต์ที่สามารถทักทายรู้จักผู้คนท้งหมดในงานและประชาชนทั้งเมืองนับหลายพันชีวิตได้หมด
และหากพบการแปลกปลอมของบุคคลอื่น จะส่งเสียงสัญญาณอันตรายให้มนุษย์เข้าจับกุมได้ทันที
ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งในการประชุมสัมมนาครั้งนี้คือ การปาฐกถาของนาย JACK MA เจ้าของธุรกิจ Alibaba ที่มองถึงอนาคตของโลกจากวันนี้ไปอีก 30 ปี ว่าจะปราศจากการสู้รบสงครามโลก แต่มนุษยชาติจะทำสงครามโลกกับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างยิ่งยวด
เพราะการเพิ่มขึ้นของจำนวนมนุษย์และการบริโภคอย่างมาก ทำให้เกิดการขาดสมดุลในโลก สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติจะเปลี่ยนแปลง ปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก
คือสื่อที่ท้าทายกับมวลมนุษยชาติ ว่าจะสามารถต่อสู้ดำรงชีวิตเผ่าพันธุ์ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่ไม่เอื้ออำนวยต่อความสุขของมนุษย์เหมือนในอดีตอีกต่อไป ที่สุดจะเป็นสงครามที่ใหญ่ยิ่งเปรียบเสมือนสงครามโลกครั้งที่ 3
ส่วนความเห็นของ CEO บริษัท Apple (นาย TIM COOK ) นอกจากได้แสดงวิสัยทัศน์กับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตภายใต้ Technology สมัยใหม่แล้ว ยังให้ความเป็นห่วงโลกในอนาคตถึงการที่มนุษย์ได้พยายามสร้าง Technology และหุ่นยนต์มาแทนที่มนุษย์ได้อย่างใกล้เคียงที่สุดอย่างมากแล้ว สิ่งที่จะเป็นปัญหาต่อไป คือมนุษย์จะขาดความเป็นมนุษย์ ความคิด ความรัก ความอบอุ่น ความเมตตาเอื้ออาทรลดน้อยลงไป และจะกลายเป็นมนุษย์ที่ทำตามหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรไปเท่านั้น
นอกจากความรู้ใหม่ที่ได้ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าถือโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในจีนอีก 3-4 เมืองสำคัญ ซึ่งนอกจากเมือง Wuzhen แล้วไปเมือง Fuzhou, Shanghai และ Hangzhou พบว่าเมืองจีนเปลี่ยนไปอย่างมาก ซึ่งเคยเดินทางไปเมืองจีนมาแล้วนับสิบครั้ง แต่ครั้งนี้ตกใจที่เห็นคนจีนสุภาพเรียบร้อยมีระเบียบวินัย อัธยาศัยไมตรีดีกว่าแต่ก่อนมาก ขนาดการขึ้นรถโดยสารประจำทางยังเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พนักงานเก็บเงินทางด่วนทุกด่านเคารพนบนอบ ยิ้มแย้มแจ่มใสน่ารัก ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
แม้กระทั่งจะหาทางเข้าห้องสุขา ซึ่งแต่ก่อนสามารถหาโดยการตามกลิ่นห้องสุขาไป แต่เดี๋ยวนี้สะอาดจนต้องถามผู้คนว่าอยู่ที่ไหน เขาไม่เพียงแค่ชี้นิ้วเหมือนแต่ก่อนแล้ว กลับพาไปอย่างเต็มใจ ข้าพเจ้าได้ใช้บริการห้องสุขาสาธารณะอย่างมากทั้งหนักทั้งเบาหลายต่อหลายแห่ง ปรากฏว่าสะอาดหมด รับรองประเทศไทยของข้าพเจ้าต้องอายแน่
เมื่อไปดูเมืองอุตสาหกรรมใหม่ที่เรียกกันว่า Smart-City พบว่าสวยงามร่มรื่น สะอาดสะอ้านดูดีมาก ไปดูวิธีการดูแลเมือง ขยะทุกชิ้นนำมาเผา แล้วนำพลังงานมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ส่วนเถ้าถ่านก็นำมาผลิตอิฐบล็อก ระบบบำบัดน้ำเสียก็เช่นกัน ไม่มีน้ำเสียสักหยดที่จะปล่อยลงสู่ที่สาธารณะและธรรมชาติ แต่สามารถบำบัดจนสะอาดกลับมาใช้ได้ใหม่ 100%
ในส่วนของระบบพลังงาน มีโรงงานที่สร้างทั้งแบตเตอรี่ลิเทียมที่เป็นส่วนสำคัญใช้ในพาหนะอย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้ทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาต้องจองสั่งซื้อ และมีอุตสาหกรรมใหม่ การเก็บพลังงานไฟฟ้าพร้อมใช้ได้ทั้งตึกทำงาน, ที่อยู่อาศัย หรือชุมชน
พลังงานที่เก็บส่วนใหญ่เป็นพลังงานสะอาด หรือไม่ก็มาจากการเผาเศษขยะ เมืองนี้จึงเป็นเมืองที่น่าอยู่ด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างมาก
ไปดูเมืองแห่งการศึกษาซึ่งมีมากกว่า 20 มหาวิทยาลัย คือเมือง Hangzhou ซึ่งทั้งสวยน่าอยู่ การจัดการระบบการศึกษาดีเลิศ
เดี๋ยวนี้นักศึกษาจีนสมัยใหม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ที่สำคัญสุภาพเรียบร้อยมีน้ำใจไมตรีครับ!!

