หน้าแรก คอลัมนิสต์ แผนรุก การเมื...

แผนรุก การเมือง คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 แผน มัดตราสัง

25.12.17 | 12:31 น.

หลังคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 57/2557 ก็ต้องถือว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 เป็นมาตรการ “รุก” ทางการเมืองอีกก้าวใหญ่

เมื่อปี 2557 ห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว

ในปี 2560 เป้าหมายคือ มัดตราสังพรรคการเมือง “เก่า” และเปิดทางสะดวกให้กับพรรคการเมือง “ใหม่”

ยิ้มเห็นแก้ม แย้มเห็นไรฟัน

จากข้อเสนอของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประสานกับข้อเสนอของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป สัมผัสได้ผ่านคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560

Advertisement

เสียงร้องจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เสียงร้องจาก นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เสียงร้องจาก นายชัยเกษม นิติสิริ ชัด

รวมศูนย์ไปยัง “รีเซต” เพื่อ “เซต ซีโร่”

ประติมากรรมอันมาจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 เท่ากับเป็นการรุกเข้าไปยัง “กล่องดวงใจ” ของพรรคการเมือง

ที่ว่า 2.8 ล้านพรรคประชาธิปัตย์-แหลก

ทั้งๆ ที่เป็นการสะสมปริมาณมาจากเดือนเมษายน 2489 ผ่านร้อนหนาวทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ไม่ว่ายุค จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ไม่ว่ายุค จอมพลถนอม กิตติขจร

มาพังครืนก็ในยุค “คสช.”

ความเคียดแค้นอันปรากฏผ่านวาทกรรมว่าด้วยบทบาทของ “ลุง” บางคนที่เป็นนกต่อให้กับพรรคทหารจากภายในพรรคประชาธิปัตย์

ถือได้ว่าเป็น “แค้น” อันมี “เป้า”

หากไม่ได้รับการปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ยากยิ่ง

ที่จะสามารถสร้างประติมากรรมได้

ในระดับคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560

ไผเป็นไผ แทบไม่ต้องบรรยาย

จากนี้จึงเห็นได้ว่าสถานการณ์นับแต่ก่อนเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องมายังสถานการณ์ก่อนเดือนพฤษภาคม 2557 มีความสัมพันธ์และต่อเนื่องกัน

บทสรุปที่ว่ารัฐประหาร “เสียของ” นั้นน้ำหนักอยู่ตรงไหน

แท้จริงแล้ว การพยายามรวมศูนย์ความเคียดแค้นชิงชังไปยังพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และ ณ วันนี้คือพรรคเพื่อไทย

อาจสะท้อนนัยยะอะไรได้หลายอย่างในทางการเมือง

มาถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เป้าหมายนี้มิได้เปลี่ยน แต่เมื่อโยงคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 57/2557 กับคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 เข้าด้วยกัน

ก็จะเผยการขยาย “เป้าหมาย” ที่ใหญ่ขึ้น

มิได้จำกัดแต่เพียงพรรคเพื่อไทยอีกต่อไปแล้ว แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา หรือพรรคการเมืองเก่าอย่างพรรคภูมิใจไทยก็โดน

หากไม่ทำตัวน่ารักเหมือนนักการเมือง “บางคน”

ผลจากคำสั่งนี้จะก่อให้เกิดการแปรเปลี่ยนในทางความคิดและในเชิงการวิเคราะห์หรือไม่ อีกไม่นานย่อมได้คำตอบ

นับวันกระบวนการในทางการเมืองยิ่งเพิ่มความสลับซับซ้อน เพราะความต้องการก็คือการต่อท่อแห่งอำนาจ การดำรงจุดมุ่งหมายนี้จึงสำคัญ

สำคัญต่อพัฒนาการในทางการเมือง

สำคัญต่อแต่ละ “มาตรการ” ที่ออกมาเพื่อทำหมันและมัดตราสังพรรคการเมืองเก่า พรรคการเมืองใหญ่ ให้ค่อยๆ หมดฤทธิ์หมดเดชลง

ทุกอย่างล้วน “ปฏิรูป” ก่อน “เลือกตั้ง”