การบุกทลายสถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ช่วยเหลือหญิงสาวชาวต่างชาติได้ถึง 113 ราย โดยอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเด็กต่ำกว่า 18 กี่คนกันแน่ เนื่องจากส่วนใหญ่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน จึงไม่มีหลักฐานการแสดงตัวตน ไม่สามารถรับฟังจากคำให้การได้เพียงอย่างเดียว
คดีนี้เป็นเรื่องใหญ่ร้ายแรง เข้าข่ายการค้ามนุษย์และการค้าประเวณีข้ามชาติอีกด้วย
จึงนับเป็นการจับกุมสถานบริการแอบแฝงรายใหญ่ และเปิดให้เห็นเครือข่ายขบวนการค้าหญิงที่เชื่อมโยงถึง 3 ประเทศ
จากพม่า มายังไทย และข้ามไปมาเลเซีย
นอกจากเนื้อคดีเป็นเรื่องไม่ธรรมดาแล้ว ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง และมีตัวละครที่เชื่อมโยงไปถึงการเมืองอีก
ความที่ระยะนี้การเมืองกำลังเข้มข้น กำลังอยู่ในช่วง “เร่งหาเสียง” และ “เร่งดูดอดีต ส.ส.” ซึ่งกระทำโดยฝ่ายเดียวพวกเดียว โดยพรรคอื่นกลุ่มการเมืองอื่นไม่สามารถขยับเขยื้อนอะไรได้
กรณีวิคตอเรีย จึงถูกมองว่ามีเป้าหมายการเมืองอยู่เบื้องหลัง
ด้วยความที่ “เฮีย” เจ้าของใหญ่นั้นมีลูกชายอยู่ในแวดวงกีฬา มีสายสัมพันธ์กับสโมสรของกลุ่มนักการเมืองทางภาคเหนือสุด เลยกลายเป็นจุดให้วิเคราะห์เชื่อมโยงกัน
แต่อันที่จริง ก่อนจะมาเป็นการบุกจับครั้งใหญ่นี้ มีความเป็นมาที่ชัดเจนประการหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่การเมือง
นั่นคือ การทำงานของ “มูลนิธิพิทักษ์สตรี” ซึ่งได้รับการร้องเรียนตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว
โดยพ่อ-แม่ของหญิงสาวในรัฐฉานขอความช่วยเหลือ เมื่อลูกสาวที่หายตัวไปโทรศัพท์ติดต่อจากมาเลเซีย ขอให้ช่วยหาเงินราว 9 หมื่นบาท มาไถ่ตัว เพราะทนกับการถูกบังคับค้ากามไม่ไหว
มูลนิธิพิทักษ์สตรีจึงได้ประสานงานกับเอ็นจีโอด้านผู้หญิงในประเทศดังกล่าว และติดต่อกับตำรวจที่นั่น จนช่วยเหลือออกมาได้เมื่อเดือนเมษายน 2560
แล้วก็ได้ข้อมูลว่า ยังมีเด็กสาวร่วมชาติที่ถูกชักชวนมาทำงานใน กทม.แล้วลงเอยส่งตัวมาขายบริการในมาเลเซีย ที่รอความช่วยเหลืออีกกว่า 20 คน
ที่สำคัญคือ ได้ข้อมูลเส้นทางขบวนการค้ากามข้ามชาติแก๊งนี้ว่า มีนายหน้าในพม่าติดต่อเด็กสาวให้เข้ามาทำงานในไทย อ้างว่าไปทำงานเสิร์ฟอาหาร
แต่ถูกส่งตัวมาเป็นพนักงานบริการในสถานอาบอบนวดหลายแห่งใน กทม.
จาก กทม. สักระยะหนึ่งจะโดนส่งตัวไปค้ากามต่อที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีจุดพักรออยู่ที่หาดใหญ่
เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมด องค์กรเอ็นจีโอด้านสตรีดังกล่าวจึงติดต่อกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จากนั้นมีการรวบรวมข้อมูล เจาะเข้าไปในสถานอาบอบนวดวิคตอเรีย จนได้รายละเอียดชัดเจน
นำมาสู่การบุกทลายครั้งใหญ่ดังกล่าว
มองในแง่นี้ ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรมูลนิธิพิทักษ์สตรีกับดีเอสไอ เพื่อช่วยเหลือเด็กสาวจากชาติเพื่อนบ้านให้พ้นจากนรกกามได้ครั้งใหญ่
ทั้งเป็นการเปิดโปงเส้นทางค้าหญิงสาวข้ามชาติได้อีกด้วย
ทุกรายได้รับการชักชวนจากเอเยนต์ในพม่า อ้างว่ามาหางานสุจริตใน กทม. แต่พบว่าเป็นการขายบริการในอาบอบนวด ก่อนจะส่งต่อไปขายตัวในอีกประเทศ
ทั้งหมดยากจะดิ้นรนหลบหนี เพียงแค่เริ่มต้นเดินทางออกจากบ้าน ก็จะมีตัวเลขค่าเดินทางที่กลุ่มนายหน้าตั้งขึ้นมากลายเป็นหนี้สินผูกมัด
แถมพ่อ-แม่ทางบ้านก็จะตกเป็นตัวประกัน เพราะเอเยนต์เหล่านี้เข้าถึงได้ทุกครอบครัว
จะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเช่นไรก็ตามที แต่นี่คือการช่วยเหลือเด็กสาวที่ถูกนำตัวข้ามน้ำข้ามทะเลมาตกนรกได้กว่าร้อยชีวิต
ทั้งควรจะสืบสาวต่อไปถึงตัวขบวนการค้ากามข้ามชาติ เพื่อขุดรากถอนโคนให้ได้
……………..
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

