เมื่อเกาหลีใช้โอลิมปิกรวมชาติ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

มหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 23 ที่เมืองพย็องชัง สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 9-25 กุมภาพันธ์ 2561 นับเป็นนิมิตหมายอันดีของประชาชนชาวเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ที่จะก้าวข้ามความขัดแย้งของรัฐบาลทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นประชาชาติเดียวกัน ให้มีโอกาสกลับคืนเป็นประเทศเดียวกันอีกครั้ง

การกลับมาเป็นประเทศเดียวกันอีกครั้งมีตัวอย่างมาแล้วจากเยอรมนีตะวันออกและเยอรมนีตะวันตก ที่เกิดการแบ่งแยกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งฝ่ายพันธมิตรมีสหรัฐอเมริกา เป็นหัวเรือ แบ่งแยกเยอรมนีเป็น 2 ส่วน มีรัสเซียยึดครองเยอรมนีตะวันออก ทั้งยังแบ่งแยกเมืองหลวงเบอร์ลินออกเป็น 2 ส่วนด้วย

ในที่สุด กำแพงเบอร์ลินที่กั้นเบอร์ลินเป็นเบอร์ลินตะวันออกกับเบอร์ลินตะวันตก ต้องทลายลงหลังจากสูญเสียชาวเยอรมันที่ต้องการอิสรภาพหนีออกมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารเยอรมนีตะวันออกยิงตายไปหลายศพ

เหตุแห่งการแบ่งแยกเกาหลีใต้ออกจากเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นเมื่อเช้าตรู่วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2493 เมื่อเกิดสงครามเกาหลีขึ้น ซึ่งเกาหลีเหนือเป็นประเทศปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์รุกรานเกาหลีใต้ เป็นเหตุให้มนุษยชาติและอิสรภาพแห่งเกาหลีใต้ถูกหยิบยกขึ้นสนามทดสอบประวัติศาสตร์

สงครามเกาหลีถือเป็นการเผชิญหน้าทางการทหารที่ยิ่งใหญ่ครั้งแรกของกองกำลังฝ่ายประชาธิปไตยกับกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งสหประชาชาติส่งกองกำลังทหารจาก 16 ประเทศสมาชิก พร้อมหน่วยอาสาพยาบาลจาก 5 ประเทศเข้าไปยังเกาหลีใต้ที่ทั้งสองฝ่ายไม่เคยรู้จักหรือพบกันมาก่อน แต่ต้องมาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารเกาหลีใต้ในดินแดนห่างไกลเพื่อรักษาไว้ซึ่งอิสรภาพของชาวเกาหลีใต้

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2553 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 60 ปีที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียเข้ามาร่วมกับเกาหลีใต้ นายลี มยอง บัค ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวถึงสงครามครั้งนี้ว่า

ประเทศไทยเป็นเพียงหนึ่งในสองประเทศของเอเชียร่วมกับประเทศฟิลิปปินส์ที่ส่งกำลังเข้าช่วยรบในสงคราม ซึ่งประเทศไทยส่งกำลังทหารบกจำนวน 6,326 นาย และได้ชัยชนะหลายครั้งในสมรภูมิ ทำให้ทหารไทยได้รับสมญานามว่า “พยัคฆ์น้อย” ขณะที่สงครามคร่าชีวิตทหารไทยไป 1,273 นาย หากไม่มีการพลีชีพอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้กล้าเหล่านี้ ข้าพเจ้าคงไม่สามารถเขียนคำสดุดีได้เช่นในวันนี้

“สาธารณรัฐเกาหลีจะขอมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการรักษาสันติภาพของโลก ณ ขณะนี้ พวกเรากำลังดำเนินภารกิจปฏิบัติการรักษาสันติภาพใน 14 ประเทศทั่วโลก ทั้งในปีนี้ (พ.ศ.2553) มีการจัดประชุม G20 ส่วนปี ค.ศ.2012 จะมีการจัดประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ครั้งที่ 2 ขึ้น ในการนี้เราจะเพิ่มมาตรการความร่วมมือทั้งทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ และปรารถนาจะให้ความร่วมมือมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น ทว่า สาธารณรัฐเกาหลียังคงเป็นประเทศเดียวในโลกที่ยังมีการแบ่งแยกดินแดน และยังมีความตึงเครียดทางการทหารอยู่…

“เป้าหมายที่แท้จริงของความสัมพันธ์เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้นั้นมิใช่เพื่อการเผชิญหน้าเอาชนะกัน แต่เพื่อชี้นำและเปลี่ยนเกาหลีเหนือที่เดินผิดทางให้กลับมาสู่ความมั่นคงและสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี หรือความร่วมมือเพื่อความมั่นคงและการรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวของชนชาติเกาหลีต่างหากที่เป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญของพวกเรา”

วันนี้ นางคัง คยอง ฮวา รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ชี้ว่า การเจรจาคือเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสร้างโอกาสสำคัญเพื่อคลี่คลายความไม่สงบที่เกิดขึ้นภายในภูมิภาค “ฉันคิดว่า พวกเราเข้าใจเกาหลีเหนือดีมากกว่าใครๆ เราเจรจาตกลงกันตลอดหลายทศวรรษ ทั้งรูปแบบการเจรจาแบบปิดและเปิด พวกเราไม่ได้เจรจาตกลงกันเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และนี่คือโอกาสสำคัญ”

โอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือต่างบรรลุข้อตกลงจะถือธงรวมเกาหลี

วันนี้ประเทศไทยยังตกลงกันไม่เสร็จเรื่อง “ปรองดอง” ไม่ว่าจะกับคนเมืองด้วยกัน หรือพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โปรดศึกษาจากเกาหลีเป็นตัวอย่าง เพื่อรวมไทยให้เป็นไทยบนความแตกต่างให้ได้

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

บทความก่อนหน้านี้อาชีพบริการของผู้หญิง ควรจะเป็นกิจจะลักษณะมากกว่านี้ และควรมีสัญญาที่มีลักษณะคล้ายการสมรส : โดย กนกศักดิ์ พ่วงลาภ
บทความถัดไปPTG เปิดสาขาสมุทรปราการพร้อมศูนย์บริการรถยนต์คุณภาพ “AUTOBACS” จากญี่ปุ่น