หน้าแรก คอลัมนิสต์ เมื่อ กรธ. ขั...

เมื่อ กรธ. ขัดใจคสช. ร่าง รธน. ถ่ายอำนาจ อำนาจขั้วเก่า-ใหม่

24.03.16 | 12:35 น.
แฟ้มภาพ

หลังใช้เวลาพิจารณา “อย่างเป็นทางการ” อยู่สองวัน

16.10 น. ของวันที่ 22 มีนาคม นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชุดที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานยกร่าง ก็แถลงผลการประชุม ว่า กรธ.พิจารณาจนได้ข้อสรุปตามข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญจากแม่น้ำ 4 สายเรียบร้อยแล้ว

โดยมีรายละเอียดดังนี้

วิธีการได้มาซึ่งสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เอกสารที่ส่งมาระบุว่ามีผู้เสนอเป็นอันมากว่าควรใช้แบบบัตรเลือกตั้งจำนวน 2 ใบ รวมทั้งการกำหนดให้มีเขตเลือกตั้งใหญ่

แนวทางนี้ไม่ได้มาจากแม่น้ำ 4 สาย ดังนั้น กรธ.พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เข้ากับหลักการที่ กรธ.วางไว้ในร่างรัฐธรรมนูญได้ จึงยืนยันว่าเราจะใช้บัตรเลือกตั้งแบบใบเดียว

Advertisement

ส่วนประเด็นที่มาของวุฒิสภา (ส.ว.) นั้น ระยะแรกมี ส.ว.จากการสรรหา 250 คน ตามข้อเสนอแม่น้ำ 4 สาย แต่ขอให้จำนวน 50 คนสรรหาจากผู้ได้รับเลือกตามสาขาวิชาชีพ 20 สาขาวิชาชีพตามที่ กรธ.กำหนดไว้เดิม

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะเป็นปลาน้ำเดียวกันจากคนที่มาจากการสรรหาที่แม่น้ำ 4 สายขออำนาจ สว. ในการผลักดันกฎหมายปฏิรูป การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ รวมทั้งถ้าขัดกันระหว่างสภาผู้แทนกับวุฒิสภาในเรื่องกฎหมายปฏิรูป ก็ให้มีการพิจารณาในที่ประชุมร่วม

ส่วนการบริหารประเทศ ที่บอกว่าให้ ส.ว.มีอำนาจขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ รวมทั้งลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ทาง กรธ.คิดว่าเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร

จึงไม่ได้มีบทบัญญัตินี้ไว้ในบทเฉพาะกาล

 

นายนรชิตกล่าวต่อว่า ส่วนที่แม่น้ำ 4 สาย เสนอว่าขอให้ไม่ใช้บทบัญญัติที่ให้เสนอ 3 รายชื่อเป็นนายกฯ

กรธ.ยังยืนยันในหลักการที่ให้พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อว่าที่นายกฯจำนวน 3 คนตามเดิม แต่หากสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเลือกนายกฯได้ ให้มีการประชุมร่วมกันของสภาและวุฒิสภา เพื่อขอยกเว้นการเลือกนายกฯนอกบัญชี 3 คน ซึ่งถ้ารัฐสภาโดยเสียงข้างมาก 2 ใน 3 เห็นด้วยก็ให้กระทำได้

โดยวุฒิสภามีบทบาทเพียงร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติการยกเว้นไม่ใช่ให้เลือกนายกฯมาจากนอกบัญชี 3 ชื่อได้

เมื่อถามว่า จะไม่มีผู้นำเหล่าทัพใน ส.ว.อีกแล้วหรือไม่ นายนรชิต กล่าวว่า เท่าที่มีการพูดคุยกันอาจเปิดทางว่ากรณีของการสรรหาเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่ระบุไว้ประมาณ 8-10 คนที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือรัฐบาล

ขณะเดียวกันอาจเปิดช่องว่าสามารถให้ผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช.สามารถได้รับการสรรหาเป็น ส.ว.ได้ไม่เกินร้อยละ 2.5 หรือร้อยละ 5

“ถือเป็นการพบกันครึ่งทาง เพื่อให้เรามีประสบการณ์สำหรับการเลือกตั้ง ส.ว.ทางอ้อม แบบที่กำหนดไว้ในบทถาวร

“ขณะที่อีก 200 คน ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา โดยกำหนดให้ ส.ว. 6 คน สามารถเป็นข้าราชการประจำได้

“แต่ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นผู้นำเหล่าทัพเหมือนตามคำขอ”

 

คำถามที่ตามในทันทีก็คือ

แล้ว คสช. เห็นว่านี่เป็นการ “พบกันครึ่งทางจริงหรือไม่”

ข้อเสนอเรื่องปิดลับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี-ไม่ได้รับการตอบสนอง

ข้อเสนอเรื่องการเลือกตั้งเขตใหญ่เรียงเบอร์ตามคะแนน และบัตรสองใบ-ไม่ได้รับการตอบสนอง

และสำคัญที่สุดคือข้อเสนอเรื่องการเพิ่มอำนาจของ ส.ว. ในการควบคุมการทำงานของรัฐบาล-ไม่ได้รับการตอบสนอง

ซึ่งในอีกแง่หนึ่งก็คือ อำนาจเหล่านี้ยังถูกถ่ายเทไปยังศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอื่นๆ

ซึ่งหลายองค์กรก็มิได้อยู่ในการควบคุมดูแลของ คสช. อย่างเต็มมือ

ถามว่า คสช. จะมีปฏิกิริยาอย่างไร

สุดโต่งสองด้านแบบปล่อยผ่านตามใจ กรธ. หรือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญอย่างที่เคยทำมาแล้ว

หรือกดดัน-ยื่นข้อเสนอใหม่ที่ปฏิเสธไม่ได้ให้ กรธ.ปฏิบัติตาม

ปฏิบัติการทวงถามอำนาจในไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นตัวบ่งชี้