หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทความ จริยธร...

บทความ จริยธรรมครู… โดย : เฉลิมพล พลมุข

6.02.18 | 13:00 น.

บุคลากรที่สำคัญของทุกประเทศอาชีพหนึ่งก็คือครู-อาจารย์ที่ได้กระทำหน้าที่ของผู้ที่อบรม สั่งสอน เป็นแบบอย่างให้กับเด็กเยาวชนหรือผู้ที่ต้องการเข้าไปเพื่อรับองค์ความรู้ในสรรพวิทยาต่างๆ ทั้งความรู้และพฤติกรรมของเบ้าหลอมเพื่อให้ผลผลิตที่ดีออกไปสู่สังคมตามความคาดหมาย

อาชีพครูหรือครูอาชีพ หรือจะมีคำเรียกว่าอาจารย์ ผู้ที่ได้ถ่ายทอดความรู้ในศาสตร์และสาขาต่างๆ มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ ในสมัยนั้นอาจจะเรียกว่านักปรัชญา อาทิ ธาเลส โสเครตีส เพลโต อริสโตเติล ในสมัยก่อนมิปรากฏถึงเรื่องค่าตอบแทนของผู้สอนที่เป็นเงิน ตำแหน่ง ยศและผลประโยชน์ ขณะเดียวกันระบบการสอนสมัยก่อน ผู้ที่มีความรู้ ปัญญาและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ก็ถ่ายทอดความรู้ อุดมการณ์ หรือสิ่งที่เป็นสัจจะความจริงให้กับโลกของเรามาจนถึงทุกวันนี้

ข่าวหรือข้อมูลหนึ่งที่ปรากฏในสื่อทุกประเภทของสังคมไทยเราในวันเวลาที่ผ่านมาเร็วนี้ก็คือ พฤติกรรมของครู อาจารย์หรือบุคลากรทางการศึกษาที่ได้มีพฤติกรรมกระทำความผิดทั้งระเบียบวินัยของความเป็นข้าราชการ ข้อกฎหมายของบ้านเมือง รวมไปถึงคุณธรรมจริยธรรมขั้นพื้นฐานที่จะพึงกระทำในหน้าที่ อาจจะมีบางคำถามจากสังคมที่ว่า สิ่งใดเกิดขึ้นกับบุคคลที่ถูกสังคมให้การเคารพนับถือในฐานะที่เป็นแบบอย่างของสังคม

กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งมีสัมพันธ์ชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หรือ ม.2 ใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา จนกระทั่งถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และตำรวจได้ออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำ ภาพที่ปรากฏในสื่อที่เราท่านได้พบเห็นก็คือ ผู้อำนวยการที่อายุรุ่นปู่ ลุง ตาที่สนิทสนมใกล้ชิดกับรุ่นหลานในพฤติกรรมดังข่าว ที่ได้นำเสนอพร้อมข้อความที่สื่อให้เห็นถึงบางพฤติกรรมบางอย่างของผู้ที่ถูกเรียกว่าครู

ข้อมูลหนึ่งที่ปรากฏจากสื่อเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศ ความรุนแรงของนักเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2556-2560 ก็คือ ในปี พ.ศ.2556 มีเหตุหรือกรณีล่วงละเมิดทางเพศ จำนวน 319 ราย เด็กกับเด็ก 100 ราย ครูหรือบุคลากรทางการศึกษากับเด็กจำนวน 21 ราย บุคคลอื่นกับเด็ก 194 ราย และกรณีความรุนแรง 1,616 ราย เด็กกับเด็ก 1,325 ราย ครูหรือบุคลากรทางการศึกษากับเด็ก 32 ราย บุคคลอื่นกับเด็ก 90 ราย มีการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเอง 8 ราย และกรณีอื่นๆ 161 ราย

Advertisement

สำหรับปี พ.ศ.2560 มีกรณีล่วงละเมิดทางเพศ 68 ราย เด็กกับเด็ก 10 ราย ครูหรือบุคลากรทางการศึกษากับเด็ก 8 ราย บุคคลอื่นกับเด็ก 33 ราย และบุคคลในครอบครัวกับเด็ก 17 ราย สำหรับกรณีความรุนแรง 134 ราย เด็กกับเด็ก 92 ราย ครูและบุคลากรทางการศึกษากับเด็ก 7 ราย บุคคลอื่นกับเด็ก 13 ราย มีการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเอง 3 ราย และมีการกระทำจากบุคคลในครอบครัวกับเด็ก 19 ราย…(มติชนรายวัน 29 มกราคม 2561 หน้า 1)

ในตัวเลขและข้อมูลดังกล่าวทั้งกรณีความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศยังคงเป็นสภาพของปัญหาทั้งในแวดวงของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับการบริหารจัดการหรืออาจจะมีตัวเลขดังกล่าวไปถึงผู้นำของรัฐบาล ภาวะดังกล่าวอาจจะกระทบถึงความเชื่อมั่น ศรัทธา ภาพลักษณ์หนึ่งซึ่งครู อาจารย์สมัยก่อนได้ปฏิบัติต่อศิษย์เสมือนลูกหลาน คนในครอบครัวด้วยความเมตตาธรรม สิ่งเหล่านั้นยังคงมีอยู่ในสังคมในภาพรวมแค่ไหนเพียงไร…

ผู้ที่ต้องการจะสอบเข้ารับราชการเป็นครู หรือบุคลากรทางการศึกษาล้วนแล้วแต่ต้องศึกษาทั้งข้อกฎหมาย คุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งองค์ความรู้และพฤติกรรมอื่นที่จะเอื้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ทั้งส่วนรวมและพฤติกรรมส่วนตนเพื่อส่งต่อหรือเป็นแบบอย่างที่พึงประสงค์ของสังคม สิ่งหนึ่งที่เราท่านรับทราบเป็นอย่างดีนั่นก็คือความเป็นบริโภคนิยม วัตถุนิยม เงินนิยมที่อาจจะเป็นข้ออ้างของอุดมการณ์ที่พึงประสงค์

เมืองไทยเราได้มีพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ในมาตรา 30 (7) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา และในมาตรา 54 การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะใด และการเลื่อนเป็นวิทยฐานะใดต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิทยฐานะตามมาตรา 42 ซึ่งผ่านการประเมิน ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความประพฤติด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ประสบการณ์ คุณภาพการปฏิบัติงาน ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ ผลงาน
ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในด้านการเรียน การสอน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด

ในมาตรา 94 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว และข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติดหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด เล่นการพนันเป็นอาจิณ หรือกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง…

ครูหรืออาจารย์ก็คือมนุษย์หรือคนคนหนึ่งของสังคม สังคมไทยเราสมัยก่อนเมื่อห้าสิบหรือหกสิบปีที่แล้วมา อาชีพของความเป็นครูได้รับการยกย่อง ให้การเคารพนับถือครูเสมือนผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านและชุมชน ครูหรือพระสงฆ์อาจจะอยู่ในสถานภาพเดียวกันเป็นที่พึ่งของบ้าน ชุมชน สังคม ทั้งการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม อาจจะรวมไปถึงการให้ปัญญาและความรู้ถึงระบบการเมืองที่พึงประสงค์ เมื่อกาลเวลาผ่านมาถึงยุคปัจจุบันพฤติกรรมของครูหรือบุคลากรทางการศึกษาก็มีความเปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลหรือกรณีดังกล่าว รัฐบาล คสช.ก็มีนโยบายที่จะปฏิรูปประเทศ ควรจะมีการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศเป็นลำดับต้นๆ ด้วยหรือไม่

ผู้บริหารเมืองไทยเราในภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งความเป็นนักการเมืองในอดีตและปัจจุบันรวมอยู่ด้วย หลายคนได้ศึกษาเล่าเรียนมาจากโรงเรียนวัด เป็นเด็กวัด ศิษย์วัด ครู-อาจารย์ของบางคนก็เป็นหลวงพี่หลวงพ่อ ท่านได้ให้การสั่งสอนอบรมให้ทุกคนเป็นคนดี คนเก่ง ข้อเท็จจริงหนึ่งในปัจจุบันก็คือ แม้กระทั่งชื่อที่เป็นโรงเรียนวัดหลายแห่งถูกตัดออกไปทั้งในเมืองหลวงและต่างจังหวัด สถานภาพของโรงเรียนวัดหลายแห่งดูเสมือนจะต้องถูกปิดลงเนื่องด้วยจำนวนตัวเลขของนักเรียนที่เข้าเรียน ค่านิยม ความรู้ความเชื่อความคิดของผู้ปกครอง สิ่งสำคัญก็คือระบบบริหารจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ…

จำนวนโรงเรียนในสังคมไทยเราที่มากกว่าสองพันโรงเรียน มีเด็กอนุบาลหนึ่งคนต่อหนึ่งห้องเรียน มีโรงเรียนไอซียู หากเปรียบเสมือนห้องสำหรับดูแลผู้ป่วยก็คือผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้เวลารอชีวิตระหว่างความเป็นและความตาย มีเด็กนักเรียนหลายคนที่ครอบครัวไม่มีสภาพของความพร้อม อาทิ ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ผู้ปกครองเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เด็กส่วนหนึ่งต้องออกนอกระบบการศึกษา นักเรียนส่วนหนึ่งอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาที่สอง เด็กติดยาเสพติด ติดการพนัน หรือแม้กระทั่งเป็นยุวอาชญากรที่อยู่ในทัณฑสถานต่างๆ ทั่วเมืองไทย

สภาพปัญหาของครูหรือบุคลากรทางการศึกษาในข้อเท็จจริงที่เราท่านได้พบเห็นได้ก็คือ ครูส่วนหนึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัว หนี้สินดอกเบี้ยของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศยังคงเป็นสภาพปัญหาในข้อเท็จจริง ครูซื้อหวยหรือสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เป็นข่าวของสังคมก็เป็นส่วนหนึ่ง การประกอบอาชีพเสริมอื่นใดนอกจากความเป็นครูก็ยังคงปรากฏมีอยู่ในแวดวงของการศึกษา มิอาจจะนับรวมถึงสภาพของปัญหาทางด้านจิตใจที่เป็นผลกระทบโดยตรงต่อผู้เรียน

ปัจจุบันมีประชากรโลกมากว่า 450 ล้านคน ป่วยด้วยโรคจิตเวชและความผิดปกติทางพฤติกรรม ผู้ป่วยส่วนหนึ่งมีความทุกข์ทรมานทางร่างกาย จิตใจ สังคม ซึ่งจะมีผลต่อการประกอบอาชีพที่ต้องเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะอาชีพที่เป็นความคาดหวังของสังคม อาทิ วิศวกร พระ หมอ พยาบาล ครูหรือาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องต้องผ่านการตรวจเช็กโรคทั้งทางร่างกาย สภาพจิตใจ ปัญหาจิตเวช อารมณ์พฤติกรรม หรือต้องพบจิตแพทย์เพื่อให้การรับรองในการประกอบวิชาชีพ สังคมไทยเราได้มีการนำหลักการดังกล่าวมาปรับใช้อยู่ด้วยหรือไม่…

มีบางประเทศในโลกนี้ได้มีระบบการตรวจเช็กคัดกรองผู้ที่จะมาเป็นครู อาทิ ประเทศฟินแลนด์และประเทศสิงคโปร์ รัฐบาลของเขาได้วางแผนอนาคตของประชากรในชาติล่วงหน้าถึง 40 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่จะมาเป็นครูโดยมีการรับสมัครในจำนวน 20,000 คน จะรับจริงเพียง 2,000 คน ผู้สมัครต้องจบการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาโท ต้องมีการสอบผ่านทั้งข้อเขียน บทความทางการศึกษา มีการสัมภาษณ์ตัวต่อตัวจะดูวิธีการสื่อสาร มีการทดลองสอนและวิจัยอย่างน้อยสองปีก่อนบรรจุเข้าทำงาน โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์จะมีสถาบันครุศึกษาทำหน้าที่คอยตรวจสอบ กำกับติดตามถึงระบบความรู้ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพของความเป็นครู

สถาบันการศึกษาในประเทศไทยเรามีความหลากหลายตั้งแต่เด็กอนุบาลหรือปฐมวัยไปจนกระทั่งการศึกษาระดับปริญญา มีสถานศึกษาทั้งที่เป็นของรัฐบาล เอกชน เป็นของชาวต่างชาติ ซึ่งรัฐบาล คสช.มีแนวนโยบายให้มหาวิทยาลัยต่างชาติเข้ามาเปิดทำการเรียนการสอนในเมืองไทยเราได้ ข้อเท็จจริงหนึ่งในระบบการศึกษาของเมืองไทยเราในขณะนี้จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่เข้าศึกษาเล่าเรียนทั้งในระดับอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยมีตัวเลขที่ลดน้อยลงตามลำดับ ข้อมูลหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ สถานศึกษาที่เป็นของเอกชนอาจจะต้องปิดกิจการลง รัฐได้ให้การดูแลเขาเหล่านั้นอย่างทั่วถึงอยู่ด้วยหรือไม่…

โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัยในเมืองไทยเรา ปัจจุบันนอกจากผู้เรียนจะเป็นคนไทยแล้วยังมีชาวต่างชาติทั้งรอบๆ บ้านเรา พม่า เขมร ลาว จีน อินเดีย ฝรั่ง รวมถึงชาติอื่นๆ เข้ามาเป็นนักเรียนนักศึกษาอยู่จำนวนไม่น้อย ส่วนหนึ่งก็มีครูหรืออาจารย์ที่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำหน้าที่ในการถ่ายทอดวิชาความรู้ อาจจะมีบางคำถามที่ย้อนกลับไปยังรัฐบาลที่ว่า เด็กชาวต่างชาติหลายคนใฝ่รู้ใฝ่เรียนต่างเก็บเกี่ยวความรู้ความสามารถ ภาษา การติดต่อสื่อสารอาจจะรวมไปถึงระบบการเมืองไทยในวันนี้ วันหนึ่งเขาเหล่านั้นกลับไปยังประเทศของเขาแล้วสามารถบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ประทับใจสิ่งที่ดีงามของเมืองไทยเราอย่างภาคภูมิใจอยู่ด้วยหรือไม่…

ท่านพุทธทาสแห่งสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีข้อคิดเรื่องการศึกษาหมาหางด้วน โดยได้ยกนิทานอีสป มีสุนัขตัวหนึ่งไปติดกับดัก ทำให้หางขาดไป สุนัขตัวนั้นก็ไปบอกตัวอื่นว่า หางด้วนดีก็ชักชวนให้ตัวอื่นไปตัดหาง ในที่สุดก็มีสุนัขจำนวนมากที่หางด้วน ประเทศใหญ่ๆ ที่มีอำนาจจัดการศึกษากันมาถึงยุควัตถุนิยมเจริญ มาดึงเอาจิตใจของคนไปหลงใหลในอำนาจของวัตถุ เขี่ยธรรมะหรือศาสนาออกไปจากระบบ “กับดัก” คืออำนาจนิยม วัตถุนิยม บริโภคนิยม งับเอาหางหมาตัวนั้นขาดไปแล้วเป็นหมาหางด้วน…