หน้าแรก คอลัมนิสต์ อย่าใช้มาตรา4...

อย่าใช้มาตรา44พร่ำเพรื่อ โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

25.03.16 | 15:00 น.

นับแต่ 22 พฤษภาคม 2557 ดูเหมือนว่า ระยะหลังมานี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มาจากการยึดอำนาจรัฐ จะพูดย้ำถึงการให้ปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย หากมีการกระทำความผิดขึ้น ไม่ว่ากรณีใด

ขณะเดียวกัน หลายเรื่องที่ไม่อาจรอปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายได้ จะด้วยเหตุใดก็ตาม พลเอกประยุทธ์จะใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2557 (ฉบับชั่วคราว) มาตรา 44 ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกรณีที่เห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปด้านต่างๆ ฯลฯ

กรณีการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามธรรมนูญ หรือรัฐธรรมนูญจากการกระทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ในประเทศไทยน่าจะเกิดขึ้นกรณีแรกเมื่อครั้งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปฏิวัติ มีกำหนดไว้ในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 มาตรา 17 ความว่า

“ในระหว่างที่ใช้ธรรมนูญนี้ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควร เพื่อประโยชน์ในการระงับหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักรหรือราชบัลลังก์ หรือการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลาย ก่อกวน หรือคุกคามความสงบ ที่เกิดขึ้นภายในหรือมาจากภายนอกราชอาณาจักร ให้นายกรัฐมนตรีโดยมติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการ หรือกระทำการใดๆ ได้ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำเช่นว่านั้นเป็นคำสั่งหรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย (วรรคสอง) เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการหรือกระทำการใดไปตามความในวรรคก่อนแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้สภาทราบ”

นับแต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจตามมาตรา 17 ประหารชีวิตผู้ต้องหาสองสามคดี ความสงบราบคาบก็เกิดขึ้นในแผ่นดินพลัน ทั้งยังไม่นับการจับกุมคุมขังผู้ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำตัวเป็นอันธพาล ไม่มีการงานทำเป็นหลักแหล่ง และคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ของนักข่าวนักหนังสือพิมพ์จำนวนหนึ่ง

Advertisement

มาตรา 17 ใช้ถึงสมัยที่ จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี และใช้มาตรานี้ยึดทรัพย์จอมพลสฤษดิ์ ต่อมา นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้มาตรานี้ยึดทรัพย์จอมพลถนอมกับพวกเช่นกัน

เมื่อเกิดรัฐประหารยุค 6 ตุลาคม 2519 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 มาตรา 21 บัญญัติคล้ายกับมาตรา 17 มีผิดแผกในรายละเอียดบางประการเท่านั้น เช่น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันใช้รัฐธรรมนูญนี้ และไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและของสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการ หรือการกระทำใดๆ ได้ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำของนายกรัฐมนตรีรวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งหรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย (วรรคสอง) เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการหรือกระทำการใดไปตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินทราบ

มาตรา 21 นี้ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น คือนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ใช้ประหารชีวิตอดีตพลเอก ฉลาด หิรัญศิริ ที่ก่อกบฏ และยิงนายพลทหารคนหนึ่งเสียชีวิต

ห้วงเวลาของการใช้อำนาจพิเศษของนายกรัฐมนตรีห่างหายไปนาน เพิ่งจะมาโผล่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2557 (ฉบับชั่วคราว) มาตรา 44 แต่ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งกระทำด้วยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อได้ดำเนินการแล้วให้รายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว

ความแตกต่างของการใช้อำนาจพิเศษนี้สองครั้งแรกโดยนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้โดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับนายกรัฐมนตรี ทำนองว่า หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่ากรณีใดไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ จะยื่นดาบให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติด้วยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจัดการ แล้วรายงานให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติกับนายกรัฐมนตรีทราบ

การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งควรเป็นตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติต้องตระหนักไว้ว่า อย่าใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อ นะจ๊ะ