หน้าแรก คอลัมนิสต์ ใช้ธรรมเป็นอำ...

ใช้ธรรมเป็นอำนาจ โดย : กลิ่นบงกช

9.02.18 | 14:29 น.

คําว่า ใช้ธรรมเป็นอำนาจ ตามที่วางไว้เป็นชื่อบทความข้างบนนั้น เป็นชื่อหลักธรรมข้อที่หนึ่งของหมวดธรรมชื่อ จักกวัตติวัตร ที่พระพุทธองค์ประทานไว้ให้ผู้ปกครองบ้านเมืองนำไปปฏิบัติ ถามว่า การใช้ธรรมเป็นอำนาจ หมายถึงการใช้อย่างไร? ตอบว่า หมายถึงการใช้ความถูกต้องเป็นอำนาจ ถามต่อไปว่า จะยึดอะไรเป็นความถูกต้อง ตอบว่า ขั้นแรกให้ยึดศีลธรรมเป็นหลักในความถูกต้อง ถ้าไม่เกี่ยวกับศีลธรรม ก็ให้ยึดกฎหมายเป็นความถูกต้อง

แต่เพราะเรื่องศีลธรรมเด่นชัดกว่ากฎหมาย

เช่น เมื่อศีลบัญญัติว่า การฆ่า การขโมย เป็นความผิด และกฎหมายก็บัญญัติว่าผิดด้วย ก็ต้องตัดสินว่าผิด ถ้าผู้ปกครองบ้านเมืองหรือผู้ตัดสินคดีความ ตัดสินว่าไม่ผิด โดยจะใช้สำนวนว่า ยกฟ้องหรือสำนวนอื่นใดก็ตามที อย่างนี้ชื่อว่า ใช้อธรรมเป็นอำนาจ ความเดือดร้อนจะตามมา

อนึ่งบางเรื่องไม่เกี่ยวกับศีลธรรม แต่ผู้มีอำนาจเด็ดขาดในบ้านเมืองตราขึ้นไว้ โดยยึดตนเป็นหลักกฎหมายอย่างนี้จะยึดว่าถูกต้องไม่ได้ เพราะการตรากฎหมายของคนคนเดียว มักไม่อิงความถูกต้อง แต่จะอิงความปรารถนาแห่งใจของผู้มีอำนาจมากกว่า ประวัติการตรากฎหมายของมนุษย์ในยุคแรกจะอิงประชามติ และศีลธรรมมาก เหตุผลเป็นเพราะสังคมมนุษย์ทำผิดความรู้สึกของมนุษย์ในยุคนั้น จึงก่อให้เกิดพระราชา ผู้ดูแลบ้านเมือง และกฎหมาย เพื่อดูแลสังคมให้เป็นไปตามศีลธรรม

เพื่อชี้ให้เห็นประวัติความเป็นมาของกฎหมายในสมัยดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบัน ที่ไทยเราเอามาเป็นต้นแบบ จึงขอเล่าการวิวัฒนาการทางกฎหมาย ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสเล่าไว้ดังต่อไปนี้

Advertisement

ในยุคที่มนุษย์มีข้าวสาลีเป็นอาหาร ปรากฏว่าข้าวสาลีในยุคนั้นเกิดขึ้นเองโดยมนุษย์ไม่ต้องปลูก และพื้นที่ข้าวสาลีงอกคงมีดาษดื่น มนุษย์ในยุคนั้นจึงต่างคนต่างมาเก็บไปกินกันตามใจชอบ ไม่มีใครหวงใคร กาลต่อมาเมื่อข้าวสาลีนั้นมีจำนวนลดลง มนุษย์เหล่านั้นจึงประชุมกันแบ่งพื้นที่ข้าวสาลีงอกอยู่นั้นออกเป็นแปลงๆ เรียกว่าเขต คำว่าเขตเป็นภาษาบาลี แปลว่า นา ในคราวนั้นนาแต่ละแปลงมีเจ้าของแล้ว

ต่อมามนุษย์บางคนมีความโลภ เมื่อจะไปเก็บข้าวสาลีมากิน แทนที่จะไปเก็บในนาของตนกลับไปแอบเก็บในนาของคนอื่น สภาพการณ์แบบนี้มีเพิ่มมากขึ้น มนุษย์เหล่านั้นจึงประชุมกันหาทางป้องกันแล้วได้ข้อสรุปว่า ให้เลือกผู้ดูแลขึ้นมาหนึ่งคน แล้วคนที่ได้รับเลือกนั้นก็หาลูกมือมาช่วยเหลือในการดูแลนาเหล่านั้น โดยแต่ละคนในชุมนุมนั้นจะบริจาคข้าวสาลีของตนให้แก่หัวหน้าผู้ดูแลนาเหล่านั้น ซึ่งในยุคนั้นเรียกว่า ส่วย เมื่อได้ข้อยุติอย่างนั้นแล้ว ในที่ประชุมจึงทำการคัดเลือกบุคคลผู้หนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลนาข้าว

ผลของการคัดเลือกที่ประชุมได้เลือกท่านผู้หนึ่ง ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาสง่างาม ทุกคนมองแล้วมีความเลื่อมใส เขามีนามว่า มนู ให้เป็นผู้ดูแลนา โดยให้ชื่อตำแหน่งว่า ขัตติยะ ซึ่งแปลว่า กษัตริย์ กาลต่อมาท่านมนูได้บัญญัติการขโมยข้าวในนาของคนอื่นเป็นความผิดที่ผู้ขโมยต้องได้รับโทษ ความชั่วของมนุษย์สมัยดึกดำบรรพ์ การขโมยเกิดขึ้นก่อน ต่อจากนั้นเมื่อมีการฆ่ากันเกิดขึ้น ท่านมนูจึงบัญญัติการฆ่าคนเป็นเป็นความผิด ผู้กระทำการฆ่าจะต้องได้รับโทษ นับจากนั้นเป็นต้นมา ท่านมนูได้บัญญัติความผิดที่มนุษย์สมัยนั้นทำขึ้นอีกมากมายตลอดอายุของท่าน บัญญัตินั้นจึงได้นามว่า คัมภีร์ มนูธรรมศาสตร์ ที่ไทยเราได้นำมาเป็นต้นแบบของกฎหมายในกาลต่อมา

และพระมนูก็เป็นพระมหากษัตริย์องค์แรกของโลกที่มนุษย์ในเขตต่างๆ ในโลกนำไปเป็นตัวอย่างตราบจนถึงทุกวันนี้

ก่อนที่จะไปถึงเนื้อเรื่องตามชื่อบทความ เราควรมาวิเคราะห์หาความจริงในนิทานดึกดำบรรพ์ตามที่พระพุทธองค์ตรัสเล่ามาก่อน ว่าน่าเชื่อหรือไม่ มีหลักฐานอย่างไรบ้างพอที่จะอ้างได้ พระองค์ตรัสเล่าไว้ในจักกวัตติสูตรและในอัคคัญญสูตรว่า ขั้นแรกการกำเนิดของกษัตริย์ที่ตรัสเล่า ไม่มีอะไรที่จะวิเศษเหมือนลัทธิอื่นอ้างไว้ พระองค์ตรัสว่า กำเนิดกษัตริย์มาจากการเลือกตั้งของชุมชนในยุคนั้น ทุกวันนี้การเลือกตั้งผู้เป็นประมุขของประเทศก็ยังใช้ระบบการเลือกตั้ง อีกทั้งสาเหตุที่ให้ประชาชนในยุคที่พระองค์ตรัสเล่าเลือกพระมนูเป็นผู้ดูแลนา ก็เพราะรูปร่างสง่างาม มองแล้วเกิดความนิยมรักใคร่ ทุกวันนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนไหนหน้าตาดี มีสง่ามีราศี ประชาชนจะนิยมเลือก ดังนั้นรูปร่างหน้าตาจึงเป็นสาเหตุข้อหนึ่งที่ทำให้ประชาชนเลือก ไม่ผิดจากที่พระพุทธองค์ตรัสเล่าไว้ นี่ก็น่าจะเป็นหลักฐานอ้างได้ว่า พระดำรัสเรื่องนี้เป็นความจริง

หลักฐานอีกอย่างหนึ่งคือ ชื่อของพระมนูยังปรากฏอยู่ในหมู่ชนทุกวันนี้ เช่น คำว่า มนุษย์ คำคำนี้เป็นภาษามคธ หรือที่เรารู้จักกันว่าภาษาบาลี แปลว่า ลูกหลานพระมนู หรือแม้คำว่า รัฐธรรมนูญ ที่คณะผู้ก่อการ พ.ศ.2475 นำมาใช้เรียกกฎหมายสูงสุด ผู้เขียนเดาว่าน่าจะยึดคำว่ามนูมาเป็นหลักตั้งชื่อกฎหมายสูงสุดว่ารัฐธรรมนูญ นี่ก็น่าจะเป็นหลักฐานหนุนว่านิทานดึกดำบรรพ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสเล่าน่าจะเป็นเรื่องจริง

สำหรับลัทธิอื่น เมื่อจะกล่าวกำเนิดกษัตริย์จะต้องแต่งเรื่องอย่างอัศจรรย์ เช่น เมื่อจะแต่งเรื่องพระราม ก็แต่งว่า อโนมตัน เป็นเด็กที่เกิดจากการที่เทวดากวนเกษียรสมุทร พระนารายณ์จึงนำไปถวายพระอิศวร พระอิศวรก็รับเป็นลูกแล้วก็เนรมิตเมืองอยุธยาให้ครอง ต่อมา อโนมตันมีโอรสชื่อ ท้าวอัชบาล ท้าวอัชบาลมีโอรสชื่อทสรถ ท้าวทศรถมีโอรสชื่อพระราม ถามว่าน่าจะเชื่อได้หรือไม่ ทั้งที่ความจริงท้าวทศรถเป็นเรื่องชาดกในพระพุทธศาสนา และท้าวทศรถก็ครองเมืองพาราณสี พระรามนั้นก็เป็นโอรสของเท้าทศรถ ผู้ครองเมืองพาราณสี พราหมณ์ได้หยิบเรื่องนี้ไปแต่งรามเกียรติ์ ซึ่งผิดความจริงที่กล่าวไว้ในชาดกโดยสิ้นเชิง

เรามาพูดถึงประวัติพระมนูกันต่อไป นับจากนั้นเป็นต้นมา ชุมชนในสมัยนั้นก็นำการเลือกหัวหน้าตามแบบพระมนูมาเป็นตัวอย่างในเขตอี่นๆ อย่างกว้างขวาง และผู้เป็นหัวหน้าเหล่านั้นต่างมีอำนาจตามอำเภอใจบ้าง มีความรู้สึกที่ดีบ้าง แล้วก็กลายเป็นพระราชาที่ได้รับเกียรติจากชาวโลกอย่างยิ่งใหญ่ในกาลต่อมา เพราะคนเคารพ เกรงกลัว จึงมักทำอะไรตามใจตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อจะมีการผลัดเปลี่ยนผู้ปกครองบ้านเมือง จะมีการแย่งอำนาจกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโอรสของพระราชาองค์เก่านั่นเองที่มักทำการแย่งอำนาจกัน

ตามประวัติศาสตร์ของโลก พระราชาองค์เก่ามิได้สมหวังเสมอไป ผิดหวังเสียมากกว่า เพราะคนสมัยเก่าแย่งอำนาจการปกครองกัน ขอให้ดูสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระเจ้าอู่ทองสิ้นพระชนม์ กรุงศรีอยุธยาก็แย่งอำนาจมาตลอด 3 รัชกาล เมื่อมาถึงรัชสมัยของพระอินทรราชา ฝ่ายราชวงศ์ สุวรรณภูมิ มาแย่งราชสมบัติของฝ่ายราชวงศ์อู่ทอง เหตุการณ์น่าจะถูกแย่งเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับเป็นว่า เจ้าอ้ายพระยา กับเจ้ายี่พระยา สองพี่น้องโอรสของพระอินทรราชา กลับแย่งกันเอง แล้วก็ตายทั้งคู่ เจ้าสามพระยาผู้เป็นน้อง จึงได้ราชสมบัติโดยธรรม นับจากนั้นการแย่งอำนาจกันมิได้มีตลอด 4 รัชกาล คงจะเนื่องมาจากผู้ปกครองปัจจุบันมิได้แย่งมาจากใคร

ประกอบกับ เมื่อพระบรมไตรโลกนาถปกครองบ้านเมือง พระองค์ให้ตรากฎหมายสืบสันตติวงศ์ แล้วสถาปนารัชทายาทเป็นมหาอุปราช การแย่งอำนาจจึงสงบลง กาลต่อจากนั้นเป็นต้นมา แม้จะมีกฎหมายสืบสันตติวงศ์ก็ทำอะไรไม่ได้ แย่งอำนาจกันมาตลอด น่าจะเป็นเพราะการได้เห็นตัวอย่างการแย่งอำนาจกันในประวัติศาสตร์นั่นเอง

ต่อมาเมื่อถึงยุคปัจจุบัน อำนาจการปกครองมาอยู่ในมือของทหาร เมื่อปี พ.ศ.2475 ทหารก็อ้างว่ายึดอำนาจมาเพื่อประชาชน จากนั้นมาการแย่งอำนาจกันก็มาอยู่กับฝ่ายทหารแย่งกันเอง แย่งกันไปแย่งกันมา ตลอดเวลา 86 ปี นี่คือพฤติกรรมที่เห็นเป็นตัวอย่าง

นี่คือเวรที่จองกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

ผู้ปกครองปัจจุบันไม่ต้องการที่จะให้ทหารคนไหนมายึดอำนาจของตัว ก็พยายามสร้าง พยายามเขียนเสือให้วัวกลัว เป็นต้นว่าวางกำลังในหมู่ทหารที่เป็นพวก เขียนกฎหมายตามอำเภอใจ ตามที่นึกคิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ตัว ถึงจะเอาเปรียบคนอื่นก็มิได้คำนึงถึง

ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ขณะนี้ คือโครงการไทยนิยม ซึ่งรัฐบาลตั้งทีมไปชี้แจงทุกหมู่บ้านประมาณ 7 หมื่นหมู่บ้าน มีงบประมาณ 2,000 ล้านบาท งบ 2 พันล้านนี้ เป็นค่าอาหารเลี้ยงประชาชนที่มาฟังการชี้แจง แถมคราวนี้การหาเสียงให้มีมหรสพได้ด้วย ถามว่าถ้าคนอื่นเขามองว่าโครงการนี้คือรัฐบาลหาเสียง จะเถียงเขาอย่างไร และถ้าเขาโพนทะนาว่าใช้เงินหลวงหาเสียง จะแก้ตัวอย่างไร ถึงจะแก้ตัวว่าไม่ได้หาเสียง เพียงการชี้แจงโครงการไทยนิยม แล้วใครเขาจะเชื่อ เขาเพียงนิ่ง และอย่าคิดว่าเขานิ่ง
นั่นคือเขาเชื่อ ไม่ใช่ !

นี่คือผิดหลักธรรมข้อที่หนึ่งของหมวดธรรมที่ชื่อจักกวัตติวัตร ที่ทรงบัญญัติว่า ผู้ปกครองบ้านเมือง ต้องใช้ธรรมเป็นอำนาจ

การตั้งทีมชี้แจงไทยนิยม พร้อมอนุมัติเงิน 2 พันล้านนี้ เป็นธรรมหรือไม่ คือถูกต้องตามสามัญสำนึกหรือไม่ เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ หรือไม่ อีกทั้งเมื่อต้องการอะไรที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ทางการเมืองของตนก็ร่างเป็นกฎหมายบังคับใช้ พอมีคนติงกรณีดังกล่าว ก็พูดหน้าตาเฉยว่า “ใครจะพูดอย่างไรไม่สนใจ เราจะทำตามกฎหมาย” นั่น ! ไม่ใช่กฎหมาย นั่นคืออำเภอใจที่ สนช.ที่ตนตั้งมากับมือตอบสนอง

ขอให้ดูตัวอย่างของการไม่ใช้ความถูกต้องเป็นอำนาจ แต่กลับใช้ความผิดกฎหมายเป็นอำนาจ เช่น การใช้กำลังอาวุธยึดอำนาจจากรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งมาเป็นความผิดตามกฎหมาย ผลที่ได้รับก็คือชาวโลกไม่ยอมรับ ไม่ค้าขายด้วย จนกระทั่งทุกวันนี้ เมื่อเป็นรัฐบาลที่ไม่ถูกต้อง ก็บอกกับเจ้าของประเทศว่าจะใช้เวลาไม่นานแล้วจะมีการเลือกตั้ง

ขั้นแรกไปประเทศญี่ปุ่นก็ไปพูดสัญญาให้ชาวโลกรับรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2558 แต่ก็ไม่มีการเลือกตั้ง ถามว่าเสื่อมเสียหรือไม่? ผู้อ่านตอบในใจตนเองได้ เมื่อไปประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ก อเมริกา ก็ไปสัญญาให้เกือบทุกประเทศที่นั่งประชุมฟังว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2560 แต่พอถึงเวลาเข้าจริง กลับไม่มีการเลือกตั้ง ถามว่าความเสื่อมเสียที่คนพูดอย่างนี้มีเพิ่มขึ้นหรือไม่? ผู้อ่านตอบในใจตนเองได้ พอไปพบประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ไปสัญญากับชาวโลกอีกว่าจะมีการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ปี 2561

พอถึงต้นปี’61 ก็อาลัยในตำแหน่งเพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว จึงเลื่อนออกไปอีกสามเดือน ถามว่าผู้นำของประเทศที่พูดแบบนี้จะมีคนศรัทธาหรือ? ชาวโลกเขาจะมองอย่างไร? จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากมีคนตำหนิอย่างแรงว่า เสียสัตย์ ! เสียคน ! นี่คือผลของการที่ใช้ความตามอำเภอใจตนเองเป็นอำนาจ ใช้ความไม่ถูกต้องเป็นอำนาจ เสียคำพูดจัดเป็นความไม่ถูกต้อง เพราะไม่รักษาคำพูด แต่ถ้าผู้พูดรู้มาแต่ต้นว่าปี 2558-2561 จะไม่มีการเลือกตั้ง แต่พูดเท็จไปตลอดว่าจะเลือกตั้งปี’58 แล้วก็ผลัดไปปี’60 แล้วก็เลื่อนไปอีก

ลักษณะอย่างนี้เรียกว่าผิดศีล คือผิดศีลที่พระท่านเรียกว่า สัมปชานมุสาวาท แปลว่าพูดเท็จทั้งที่รู้อยู่ การพูดเท็จทั้งที่รู้อยู่พระท่านว่ามีโทษร้ายแรง อาจได้รับโทษในชาติหน้า ชาตินี้กรรมคงตามไม่ทัน

การใช้อธรรมเป็นอำนาจ การสั่งบัญญัติกฎหมายตามความพอใจของตน เป็นการละเมิดหลักธรรมข้อที่หนึ่งของหมวดธรรมของผู้ปกครองแผ่นดินชื่อ จักกวัตติวัตร ผลของการปกครองบ้านเมืองที่ไม่มีหลักธรรมกำกับ จะสร้างความเดือดร้อนในภายหลัง ขณะนี้ประชาชนกำลังเสื่อมศรัทธา เพราะผู้มีอำนาจไม่รักษาคำพูด และกำลังรวมตัวกันกดดันให้มีการเลือกตั้ง ตามที่ผู้มีอำนาจได้สัญญาไว้ ขอผู้มีอำนาจอย่าประมาท อาจเป็นไปได้ที่ผู้อยากอยู่ในอำนาจยาวๆ นั้นมิใช่จะมีเฉพาะ คสช.เท่านั้น สนช.ก็อยากอยู่ยาวได้ เพราะเงินเดือนมันยั่วกิเลสนัก คนกลุ่มนี้อาจอาจสร้างปัญหาได้ โดยการสร้างกฎหมายให้น่าสงสัยจนต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ

นั่น ! คือการเลื่อนเวลาเลือกตั้งแล้ว นั่น ! ทำให้ คสช.เสียหายแล้ว นั่น ! ทำให้ คสช.หมดคนเกรงใจแล้ว ท่านอย่าเพลิดเพลินกับการอยู่ยาวที่เขาทำให้ท่าน จงแสดงความบริสุทธิ์ใจเหมือนภาพการ์ตูนที่เขียนแนะนำให้เผ่นออกทางหน้าต่าง ไม่ยากอะไรที่จะแก้ไข เมื่อประชาชนต้องการการเลือกตั้ง แม้ สนช.ผู้อยากอยู่ยาวจะผ่านกฎหมายที่ทำให้ผิดสัญญาการเลือกตั้งไปก็ไม่เป็นไร ใช้มาตรา 44 ให้มีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนให้ได้ นั่น ! คือกระโดดออกทางหน้าต่างที่มีภาพการ์ตูนแนะนำไว้ รัฐบาลเองก็มีผลงานดีหลายอย่าง โดยเฉพาะที่น่าประทับใจ คือบัตรเครดิตสำหรับคนจน ที่ใช้ซื้ออาหารไว้กิน เดือนละ 300 บาท งานนี้ทำให้คนจนตื่นขึ้นมา ก็มีข้าวสารกลอกหม้อกันถ้วนหน้า ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ คนจนบางคนตื่นขึ้นมาแล้วข้าวสารที่จะกรอกหม้อไม่มีสักเม็ด ลูกก็ร้องหิวข้าว เงินค่าเช่าบ้านก็หมด ท่านจะได้คะแนนจากคนเหล่านี้ บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อย ความไม่พอใจของประชาชนก็จะจางหายไปอย่างแน่นอน

ไม่เชื่อก็ลองประกาศการเลือกตั้งดูก็ได้ ส่วนคนที่จะถูกกล่าวโทษน่าจะเป็นกลุ่มที่สร้างกฎหมายให้เกิดการยื่นศาล ตามที่พระท่านว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมแล