หน้าแรก คอลัมนิสต์ เงาสะท้อน อำน...

เงาสะท้อน อำนาจ นาฬิกา ทุ่งใหญ่ นเรศวร คนละเรื่อง เดียวกัน

10.02.18 | 16:00 น.

เหมือนกับกรณีของ “นาฬิกา” หรู กับ กรณีของยืมเงินเจ้าของอาบ อบ นวด “300 ล้านบาท” กับ กรณีการออกไล่ล่า “เสือดำ” ที่ทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นคนละเรื่อง

เรื่อง 1 สัมพันธ์กับอดีต “ผบ.ทบ.”

เรื่อง 1 สัมพันธ์กับอดีต “ผบ.ตร.”

เรื่อง 1 สัมพันธ์กับนายพรานซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจก่อสร้างระดับใหญ่ยักษ์

แต่ละเรื่องดำเนินไปอย่างเป็นเอกเทศ และทำท่าว่ากรณีการไล่ล่า “เสือดำ” ที่ทุ่งใหญ่นเรศวรจะอึกทึกครึกโครมกระทั่งสามารถยึดครอง “พื้นที่” ทางด้านข่าวไป

Advertisement

ส่งผลให้คนไม่สนใจเรื่อง “นาฬิกา” หรู

ส่งผลให้คนมองข้ามบทบาทและความหมายอันมากด้วยเงื่อนงำของการหยิบยืมเงินจำนวนมากถึง 300 ล้านบาทไปโดยอัตโนมัติ

เป็นเช่นนั้นจริงละหรือ

พลันที่เรื่อง 3 เรื่องนี้เกิดขึ้นบนถนนสายข่าวได้ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ ไม่เพียงแต่อดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งโพสต์ถึงปัญหาความยากจน

แม้กระทั่งอดีต ผบ.ทบ.ยังต้องยืม “นาฬิกา” เพื่อน

แม้กระทั่งอดีต ผบ.ตร.ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้รักษากฎหมาย ยังต้องไปยืมเงินเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของอาบ อบ นวด เป็นจำนวนมากถึง 300 ล้านบาท

หากยังมีเสียงประชดประเทียดว่า ปืนที่ยิง “เสือดำ” อาจเป็นการหยิบยืมจาก “พราน”

ถามว่าถ้าไม่มีการนำเอาคำว่า “ยืมเพื่อน” มาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อหาทางออกให้กับกรณี “นาฬิกา” หรู จำนวนมากกว่า 20 เรือน

จะมีการเอ่ยถึงยืมเงิน 300 ล้านบาทหรือ

ในที่สุดแล้วความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกรณี “นาฬิกา” กับกรณี “300 ล้านบาท” และกับกรณี “เสือดำ” ทุ่งใหญ่นเรศวร คือ กระบวนการบังคับใช้ของกฎหมาย

เป็นเงาสะท้อน “อภิสิทธิ์” ของ “ผู้มีอำนาจ”

เรื่องนี้ต้องใช้หลักการมองปัญหาในแบบที่ ศาสตราจารย์ นพ.ประเวศ วะสี ใช้อยู่เสมอ นั่นก็คือ ต้องมองอย่างประจักษ์ในความเป็น “องค์รวม”

นั่นก็คือ อย่ามองอย่างแยกส่วน

หากมองอย่างแยกส่วนอาจเข้าใกล้กับสภาพความเป็นจริงได้ แต่ก็เสมอเป็นเพียงความเป็นจริงเฉพาะส่วน

มิได้เป็นความจริง “ทั้งหมด”

ไม่รู้สึกสงสัยบ้างหรือว่า เหตุใดกรณี “นาฬิกา” จึงลงเอยที่คำว่ายืม ทั้งๆ ที่ราคาหลักแสนและหลักล้าน เหตุใดกรณี “300 ล้านบาท” จึงลงเอยที่คำว่ายืม และเหตุใดจึงมีการพกพาอาวุธเข้าไปล่าสัตว์อย่างอุกอาจแม้ในอุทยานแห่งชาติอันเป็นมรดกโลก

เรื่องแบบนี้ “ชาวบ้าน” ยากที่จะทำได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

เรื่องแบบนี้ต้องสัมพันธ์กับ “อำนาจ” ไม่ว่าจะเป็นอำนาจในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจในทางเศรษฐกิจ

จึงกล้าทำ กล้าพูดออกมาได้ระดับนี้

อย่าได้แปลกใจเพราะว่าหากเกิดกรณีในแบบนาฬิกาขึ้นมาอย่างซ้ำซาก การที่จะยื้อจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ย่อมเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา

กรณีของ “นาฬิกา” หรู กรณีของยืมเงินเพื่อน “300 ล้านบาท” และกรณีของการพกพาอาวุธเข้าไปล่า “เสือดำ” ในอุทยานแห่งชาติอันเป็นมรดกโลก จึงคือ เงาสะท้อนของ “สังคม”

จะแปลกไปบ้างก็ตรงที่เป็นสังคมของคนมีอำนาจ เป็นสังคมของคนมีเงิน เป็นสังคมที่รู้สึกว่าอำนาจที่ตนมีเป็นของยั่งยืน สถิตสถาพร

กระทั่งขาดความเกรงใจ “ชาวบ้าน” ไปบ้างเท่านั้นเอง