คนไทยปลอดภัยจริงหรือไม่… โดย : เฉลิมพล พลมุข

ชีวิตมนุษย์หรือคนเราเกิดมาลืมตาดูโลกทุกคนปรารถนาที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ไปจนหมดอายุขัยต่างก็มีความคาดหวังถึงความมั่นคงปลอดภัยของตนเอง ครอบครัว ญาติพี่น้อง ตลอดถึงความปลอดภัยในระดับของคนในชาติ และความสุขของชีวิตในประชากรทุกกลุ่มชนในโลกนี้ต่างมีเป้าหมายเดียวกันก็คือความปลอดภัย

ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของมนุษย์หรือคนในชาติใด รัฐในฐานะผู้ปกป้องคุ้มกันย่อมต้องให้การดูแลประชาชนในชาติโดยเท่าเทียมทั่วถึงตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการ แต่ในข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราท่านได้พบเห็นอยู่ในชีวิตประจำวันมีหลากหลายประเด็นที่ผลของการปฏิบัติเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริง รัฐบาลหรือผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบทั้งโดยตรงและอ้อมจะปฏิเสธในสิ่งดังกล่าวด้วยหรือไม่

เมื่อเร็ววันมานี้อิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนท์ ยูนิต (EIU) ในเครือ ดิ อิโคโนมิสต์ กรุ๊ป ได้จัดอันดับถึงเมือง ประเทศที่มีระดับความปลอดภัยของประชาชนในชาติ 4 ด้านจาก 60 ประเทศในปี พ.ศ.2560 คือ ดิจิทัล สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยส่วนบุคคล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกได้รับคะแนน 89.80 ลำดับที่ 2 สิงคโปร์ มีคะแนน 89.64 ลำดับที่ 3 โอซากา 88.87 โตรอนโต มีคะแนน 87.36 เมลเบิร์น มีคะแนน 87.30 อัมสเตอร์ดัม มีคะแนน 87.26 ซิดนีย์ มีคะแนน 86.74 สตอกโฮล์ม มีคะแนน 86.72 ฮ่องกง 86.22 ซูริก 85.20 และเมืองไทยเราอยู่ในอันดับที่ 40 มีคะแนนที่ 60.05 (มติชนสุดสัปดาห์ 2-8 กุมภาพันธ์ 2561 หน้า 108 )

กรุงเทพมหานคร มีคะแนนในด้านความปลอดภัยดิจิทัลอยู่ในลำดับที่ 52 ความปลอดภัยส่วนบุคคลอยู่ในลำดับที่ 49 การมีโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในลำดับที่ 43 และด้านสาธารณสุขอยู่ในลำดับที่ 32…

ในตัวเลขและการจัดอันดับของเมืองทั้งหกสิบประเทศดังกล่าว ประเทศไทยเรามีผลคะแนนอยู่ในลำดับท้ายๆ ท่านผู้อ่านรวมทั้งผู้เขียนด้วยคงจะไม่ค่อยสบายใจมากนักในข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่ในภาพลักษณ์และชีวิตความเป็นอยู่ของเราท่านทั้งหลายในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับความปลอดภัยในด้านต่างๆ ที่ได้พบเห็นสัมผัสได้ตามความเป็นจริงก็มิได้ต่างจากการที่องค์กรหน่วยงานดังกล่าวเขาได้มีตัวเลขออกมา…

ความปลอดภัยในชีวิตของคนไทยเราและชาวต่างชาติบางคนที่ใช้โอกาสและชีวิตครั้งหนึ่งเข้ามาท่องเที่ยวแสวงหาความสุขต้องพบกับอุบัติเหตุ การทำร้ายร่างกาย ทรัพย์สินรวมถึงการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวในรอบปีหนึ่งมีจำนวนหลายคน เราท่านจะสังเกตได้ง่ายจากพฤติกรรมขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนทั่วเมืองไทย มีอุบัติเหตุ ความพิการของชีวิตรวมไปถึงการตายที่มิอาจจะคาดประมาณได้อยู่ทุกๆ วัน

คนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีศีลห้าคอยกำกับเตือนใจมีบุคลากรในศาสนาทั้งพระสงฆ์ แม่ชี นักบวชประเภทต่างๆ อยู่ในจำนวนมากกว่าสามแสนคน มีวัด สำนักปฏิบัติธรรมมากกว่าสามหมื่นแห่ง มีสำนักงานพระพุทธศาสนาและกรมการศาสนา ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ศาสนิก
ได้ตระหนักรู้และเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนา แต่เหตุใดจำนวนตัวเลขของผู้กระทำความผิดที่ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศที่มีมากกว่าสามแสนคน และจะมีแนวโน้มในการเพิ่มของผู้กระทำความผิดจะทวีคูณมากขึ้นในอนาคตด้วยสภาพปัญหาต่างๆ อาทิ ยาเสพติด การพนัน ธุรกิจที่ผิดกฎหมาย อาจจะรวมไปถึงอาชญากรข้ามชาติ…

ในระบบโครงสร้างพื้นฐานของสังคมไทยเราทั้งถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา รวมถึงด้านอื่นๆ ที่อำนวยความสะดวกให้ชีวิตมีความปลอดภัยยังเป็นคำถามที่อาจจะมิได้รับคำตอบที่แท้จริงของรัฐบาล การขุดเจาะรื้อทำใหม่ในถนนหนทางทั่วเมืองไทยยังมีอยู่ทุกๆ วัน ชีวิตและความตายของผู้คนส่วนหนึ่งต้องเสียชีวิตไปกับเหตุดังกล่าว นักการเมืองเมื่อถึงคราวจะมีการเลือกตั้งก็ชูนโยบายหาเสียงถึงการที่จะปรับหรือจะกระทำในโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ขณะเดียวกันเมื่อได้เข้าไปเป็นรัฐบาลแล้วก็มีสภาพปัญหาที่คงซ้ำรอยเดิมก็คือการทุจริต คอร์รัปชั่นเอื้อผลประโยชน์ในพรรคพวกเพื่อนฝูงญาติพี่น้องของนักการเมือง สังคมไทยจะก้าวข้ามนักการเมืองที่เข้ามาเพื่อฉกฉวยทรัพยากรและภาษีของประชาชนได้มากน้อยเพียงไร…

ชีวิตของผู้คนที่เจ็บไข้ไม่สบายด้วยโรคต่างๆ หากเราท่านได้ไปโรงพยาบาลของรัฐในวันทำการราชการจะพบเห็นถึงผู้ป่วยและญาติๆ จำนวนมากที่ต้องเข้าคิวรอพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและการรักษาในเวลาที่น้อยนิด จำนวนเตียงและอุปกรณ์ทางการแพทย์ยังคงเป็นสภาพปัญหาในข้อเท็จจริงของสังคมไทย ศิลปินนักร้องดาราต้องเข้ามาช่วยวิกฤตส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลทั่วประเทศในการวิ่งคนละก้าว ขณะเดียวกันก็มีโรงพยาบาลอีกจำนวนมากมีหนี้สินและมีสภาพถึงความไม่พร้อมในการดูแลสุขภาวะของประชาชนในภาพรวม รัฐบาล คสช.ที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความตั้งใจจริงที่จะปฏิรูประบบสาธารณสุขไทยจริงหรือ

คุณภาพชีวิตของเด็กเยาวชนไทยในชาติส่วนหนึ่งมีพฤติกรรมสังคมก้มหน้า ติดโทรศัพท์มือถือ เด็กนักเรียนนักศึกษาบางคนมีความใส่ใจในการศึกษาเล่าเรียนที่ลดน้อยลง การขับขี่รถบนถนนสาธารณะของเด็กวัยรุ่นไทยที่สร้างปัญหาอยู่ทุกหนแห่งคือเด็กแว้น เด็กวัยรุ่นบางคนมีอาวุธมีด ดาบ ปืนปากกา ปืนเถื่อนในการทำร้ายกันช่วงเวลาของการเปิดเทอมยังคงมีให้พบเห็น วุฒิภาวะในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยดูเสมือนว่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองและรัฐ ขณะเดียวกันก็พบสภาพปัญหาต่างๆ ตามมาดังที่เราท่านได้พบเห็นจากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของสังคมในด้านต่างๆ ที่สื่อได้นำเสนอในรอบเดือนปีที่ผ่านมา

หากเราท่านที่ได้มีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ จะได้พบเห็นถึงการใช้บังคับกฎหมายของรัฐต่อประชาชนที่มีความเข้มงวดและเอาจริงในทุกๆ ส่วนของชีวิตมิอาจจะรวมถึงจิตสำนึกที่มีถึงความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินทั้งของตนเองและครอบครัว ความมีระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา การเคารพยำเกรงต่อกฎหมายและการเห็นถึงภาพรวมที่จะส่งผลถึงประเทศชาติทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า คนไทยเราทุกๆ คนได้ตระหนักในภาวะดังกล่าวแค่ไหนเพียงไร…

ช่วงเวลานี้และเวลาข้างหน้าอีกไม่นานนักที่รัฐบาล คสช.ขอเวลาอีกไม่นานจะบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ที่ยังค้างคาอยู่เพื่อไปสู่การเลือกตั้งให้เมืองไทยเรามีประชาธิปไตยแบบไทยนิยม การประเมินหรือการมองของบุคคล หน่วยงานองค์กรต่างๆ รอบด้านเสมือนกระจกที่สะท้อนกลับมายังรัฐบาลให้ดำเนินงานจัดการกับสภาพปัญหาต่างๆ เพื่อการพัฒนาให้สังคมไทยเรามีความเป็นอารยะ รัฐบาลหรือผู้นำได้ยินหรือได้ฟังเสียงที่ไม่ค่อยดังนักของเขาเหล่านั้นอย่างจริงใจหรือไม่

ครั้งคราใดที่สังคมไทยมีความขัดแย้งกันทั้งความคิด ความรู้ ความเชื่อทางการเมืองการประท้วงต่อต้านฝ่ายตรงกันข้ามก็มีทั้งอาวุธ วัตถุระเบิดเครื่องกระสุนนานาชนิดทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย มีตัวเลขของอาวุธปืนที่ได้จดทะเบียนไว้ที่กระทรวงมหาดไทยมีจำนวนที่มากกว่าสามแสนกระบอก ไม่นับปืนเถื่อนที่มีการตรวจจับกันในรอบปีเข้ามาทำร้ายร่างกายชีวิตคนไทยด้วยกัน ความเสียหายทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศถูกกล่าวขวัญอีกมุมมองหนึ่ง เราท่านในฐานะที่เป็นคนไทยควรจะมีท่าทีอย่างไร…

ข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราท่านอาจจะปฏิเสธมิได้ก็คือ นักการเมืองของเมืองไทยเรารวมไปถึงชาวบ้านบางคนที่อาจจะมองถึงความเป็นประชาธิปไตยของสังคมไทยเรายังคงมีสภาพปัญหาที่มีความไม่ลงตัว อาจจะหมายถึงอำนาจและผลประโยชน์ของนักการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งในอนาคตที่จะมาถึง อาจจะถูกตั้งคำถามที่ว่านักการเมืองไทยเราจะเข้ามาเพื่อทำงานการเมืองผลักดันนโยบาย ออกกฎหมายและนำหลักปฏิบัติต่างๆ ไปสู่ประชาชนด้วยหลักการธรรมาภิบาล นิติธรรม หรือความมีสิทธิมนุษยชนได้จริงหรือไม่

ปัญหาของเจ้าสัวคนหนึ่งที่เข้าไปฆ่าเสือดำและสัตว์อื่นๆ โดยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนเป็นจำนวนมากในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกที่สื่อทั้งในและต่างประเทศต่างให้ความสนใจนำเสนอถึงปัญหาดังกล่าว อาจจะเป็นกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเรา การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกเขตป่าสงวนโดยนายทุน การลักลอบฆ่าหรือนำสัตว์สงวนของชาติเพื่อบริโภค เป็นสินค้าส่งออกหรืออาจจะเป็นความชอบตามนิสัยส่วนตนที่กระทบต่อกฎหมายและความมั่นคงของชาติ ยังเป็นข้อกังขาของประชาชนชาวบ้านที่ว่าคนรวยหรือผู้มีอำนาจกระทำความผิดกฎหมายจะมีความยุติธรรมเฉกเช่นเดียวกับประชาชนหรือไม่

ในรอบปีหนึ่งมีข้าราชการระดับสูงหรือผู้บริหารของประเทศบางส่วนได้ใช้เวลาและโอกาสไปศึกษาดูงานในระบบต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ซึ่งมีความเป็นแบบอย่างและสากลที่ประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ ก็ให้ความสนใจที่จะนำนโยบายและหลักการปฏิบัติไปปรับใช้กับประเทศของตน ข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือในขณะนี้เมืองไทยเรามีนักธุรกิจ บริษัทหน่วยงานของประเทศเหล่านั้นเข้ามาเปิดกิจการหรือตั้งอยู่ในเมืองไทยเราหลายองค์กร เขาเหล่านั้นได้ใช้การบริหารจัดการในบริบทเดิมของประเทศเขา แต่เมื่อมาอยู่เมืองไทยเราเขาเหล่านั้นก็ต้องพบถึงสภาพปัญหาต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ทั้งข้อกฎหมายและการปฏิบัติงานของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

ช่วงวันเวลาที่ผ่านมานี้รัฐบาล คสช.ต้องการปฏิรูปประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มรสุมชีวิตทั้งคนในรัฐบาลที่อาจจะเป็นผู้สร้างปัญหาส่วนหนึ่ง บุคคลที่มีความเห็นต่างทั้งอุดมการณ์ ความเชื่อทางการเมือง ความเป็นประชาธิปไตยไทยนิยมในข้อเท็จจริงยังคงมีอยู่ทั้งในบ้านเมืองเราและอาศัยอยู่ในต่างประเทศ คุณลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของคนไทยก็คือในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤต อาทิ ต้มยำกุ้ง เกิดความล้มละลายในระบบเศรษฐกิจในภาพรวม ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ.2554 การสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 และปัญหาที่โรงพยาบาลขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์คนไทยส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือกิจการงานต่างๆ เป็นอย่างดี

อาจจะมีบางคำถามที่ว่าเหตุใดยังมีคนไทยบางส่วนรู้สึกได้ถึงผู้บริหารประเทศในอีกแง่มุมหนึ่งที่เข้ามาเป็นรัฐบาลจากการได้รับการเลือกตั้งของประชาชนอาจจะรวมไปถึงรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารในอดีตที่ผ่านมา ต้องเผชิญปัญหาที่คล้ายๆ กัน ก็คือการทุจริตคอร์รัปชั่น การนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ในทางที่มิได้ถูกต้องตามหลักนิติธรรมหรือเพื่อประโยชน์ของประชาชนในภาพรวมอย่างแท้จริง

ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งเกิดมาในสังคมไทยแล้วก็มีความคาดหวังว่าแผ่นดินนี้มีความเป็นอยู่แล้วอยู่ดีมีสุข เป็นสยามเมืองยิ้ม อยู่รอดอย่างปลอดภัยจักบังเกิดมีในเราท่านทั้งหลายก่อนหมดลมหายใจหรือไม่…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon