หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : กวีโวหารมหัศจรรย์ ของวัยรุ่นสดๆ ซิงๆ อายุ 20 เมื่อ 50 กว่าปีมาแล้ว นิราศมหาชัย ของ ขรรค์ชัย บุนปาน

13.02.18 | 12:00 น.
นิราศมหาชัย ด้วยรถไฟสายนี้ สถานีมหาชัย รถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย (ภาพจาก https://www.youtube.com โดย รถไฟไทย การเดินทาง :: Thailand Train & Travel)

ขรรค์ชัย บุนปาน แสดงกวีโวหารแต่งนิราศมหาชัยเมื่อ พ.ศ. 2507 ขณะอายุ 20 ปี จะคัดตัวอย่างมาให้อ่านเฉพาะตอนต้นกับตอนท้าย ดังต่อไปนี้

ตอนต้นนิราศมหาชัย

นิราศร้อยฉันทลักษณ์เรียงอักษร

ต่างของขวัญสรรค์จากเด็กปากบอน            ด้วยบทกลอนแปดคำธรรมดา

อุตส่าห์หนีโรงเรียนเขียนนิราศ                  ใช่เก่งกาจกว่าเขาดอกเจ้าข้า

Advertisement

แต่คนที่ฝีมือเลื่องลือชา                            จักค้นมาเปรียบได้คงไม่มี

เหมือนวิสัยเล่นเผต้องเกทับ                      เขาจะได้อายอับขยับหนี

หวังสุขครองต้องวิ่งเข้าชิงดี                      สังคมทุกวันนี้อัปรีย์นัก

คนงดงามความรู้เชิญอยู่บ้าน           คนไหนพาลผองผู้คนรู้จัก

ยิ่งคนใดไหนทรามคนถามทัก          ดูมันชักผิดระบอบอยู่ชอบกล

ศีลธรรมหนีไปในพระพุทธ                       ถ้าออกมาถูกมนุษย์กุดปี้ป่น

ครั้นสิ้นเล่ห์เวลาเข้าตาจน                        ก็เร่งบนบานตะบึงวิ่งพึ่งพระ

ศาสนาควรรักเป็นหลักยึด                        นี่ประพฤติถ่อยถ่อยโดยปล่อยปละ

ตอนสิ้นลมสมใจบ้างไหมนะ?          ถูกพันธะแห่งกรรมมัดหนำใจ

สองมือลูกต่างผกาบุปผาสวรรค์         บังคมคัลเคียมราบก้มกราบไหว้

พุทธองค์ทรงจบธรรมภพไตร          ลูกจะเที่ยวมหาชัยภัยอย่าพาน

เดือนกันยาวันที่ยี่สิบสาม                 สองค่ำตามข้างแรมแซมผสาน

ร.ศ.ร้อยแปดสิบสามตามประมาณ              พอก้าวพ้นรั้วบ้านสำราญรมย์

 

ขอม ของวัยรุ่นอายุ 20

นั่งรถไฟถึงสถานีบ้านขอม เข้าพื้นที่สมุทรสาคร ขรรค์ชัยตอนนั้นสอบตก ม.7 แผนกวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขียนกลอนนิราศเล่าเรื่องขอมอย่างน่ามหัศจรรย์ ดังนี้

รถไฟถึงบ้านขอมยังตรอมโตรด         ลองขุดโคตรขอมสักทีจะดีไหม ?

ครั้งหนึ่งขอมรุ่งเรืองแถบเมืองไทย             สิ่งฝากไว้เหลือที่เมืองพิมาย

นครธม, นครวัดขอมจัดสร้าง           อีกพระปรางค์สามยอดขอมถอดถ่าย

ขอมเกือบสิ้นศิลป์ขอมไม่ยอมตาย              คงความหมายฝีมือเลิศลือชา

ราวราวหลังศตวรรษที่สิบหก          ขอมได้ปกได้ปักได้รักษา

ทั่วทั้งถิ่นแหลมทองของไทยมา                  นับเวลาอย่างน้อยกว่าร้อยปี?

ตอนจบ

จากนั้นเข้าเขตมหาชัย ตัวจังหวัดสมุทรสาคร ขรรค์ชัยพรรณนาส่งท้ายนิราศมหาชัยด้วยกวีโวหารวัยรุ่น อายุ 20 สดๆ ซิงๆ ดังนี้

เกือบเข้าเขตมหาชัยรถไฟวิ่ง           เห็นแล้วแปลกใจจริงสิ่งปลูกสร้าง

แลตลอดหลายหลากสองฟากทาง              ผิดไปทั้งสองข้างครั้งก่อนมา

จนรถไฟไม่วิ่งนิ่งสนิท                    ค่อยค่อยบิดกระดูกแข้งลองแรงขา

รู้กำลังยังถนัดเต็มอัตรา                           แล้วเดินทั่วพสุธามหาชัย

คราวนี้มามหาชัยเหมือนไม่ถึง                   คนคนหนึ่งหลบหนีไปที่ไหน

เราทำผิดพลาดพลั้งแต่ครั้งไร          ใจหนอใจช่างดำแสร้งทำลง

มาไม่พบใจแสบแปลบแปลบเปลี้ย              หวังจะเอาดอกเบี้ยมาเสียส่ง

เพื่อให้รู้เราถือความซื่อตรง                       เรื่องมั่นคงดวงแดเราแน่นัก

ตามตลาดตามถนนเดินค้นหา          สบสายตาแต่ละผู้ไม่รู้จัก

ต้องเดินสู่สถานีนั่งที่พัก                           นั่งคอยสักครู่หนึ่งถึงกลับมา

ร่ำนิราศมหาชัยเจียนใกล้จบ              ใครอ่านพบแอบชังกระมังหวา?

เพราะนิราศโบราณเคยผ่านตา                  คร่ำครวญหาผู้หญิงเสียจริงเจียว

ใช่ไม่มีที่รักสมัครมาด                    หรือว่าขาดหญิงแท้คอยแลเหลียว

แต่หญิงรักเลิศล้นใช่คนเดียว           ขี้เกียจกล่อมกลอนเกี้ยวเกรงเกรียวกรู

‘บางยี่เรือ’ ก็จะพาลกับ ‘หลานหลวง’ จะเกิดหวงเกิดหึงถึงหนวกหู

‘พระโขนง’ อางขนาง ‘บางลำภู’                ‘ซังฮี้’ รู้ก็จะขวางกับ ‘บางพลัด’

ก็ทั้งรักทั้งหวังเธอทั้งหลาย                       ยังไม่ตายคงเห็นเป็นความสัตย์

หากไร้ความเป็นลูกคอยผูกมัด                  จักแอบจัดห้องหอแยกคลอเคลีย

ทุกวันนี้ยังหวงยังห่วงแม่                         สำนึกแท้บางครั้งนั่งละเหี่ย

แม้นมีแม่ชาตินี้ไม่มีเมีย                            ขอส่งเสียแม้มิถึงครึ่งพระคุณ

เมื่อเล็กเราเลวชาติร้ายกาจแท้                   ทุกข์ถึงแม่แต่ละเรื่องล้วนเคืองขุ่น

แม่ลงโทษด้วยสายตาที่การุณย์                 ยังอบอุ่นอย่างไม่มีใดปาน

ถ้าถูกกรรมกล้ำกรายเราตายก่อน              ของานกลอนต่างสมบัติพัสถาน

วานเพื่อนแลกเป็นทรัพย์ใช้นับนาน            นำมากรานกราบเท้าแม่เราที

แต่ถ้าเรายังอยู่ยังรู้โลกย์                          ยังโชนโชกยังถนัดสิ่งบัดสี

ขอเชิญเพื่อนพ้องสิ้นเรายินดี           สุขเกษมเปรมปรีดิ์ที่บ้านเรา

เสียดายหน่อยกลอยกลอนไม่อ่อนหวาน      หากใครอ่านด่าบ้างก็ช่างเขา

เพราะต่างคนต่างตัวต่างมัวเมา                 ใครจะจ่อจิตเฝ้าเขียนเอาใจ

สองมือลูกต่างผกาบุปผาสวรรค์         บังคมคัลเคียมราบก้มกราบไหว้

แว่วเสียงหนึ่งจากแดนไกลแสนไกล  มีสิ่งใดลำบากเมื่อพากเพียร?

เด็กคนนี้มีอะไรอีกหลายอย่าง          จักต้องสร้างมโหฬารกว่างานเขียน

ตราบใดที่ชะตาคนยังวนเวียน                   มันคงเปลี่ยนสิ่งถ่อยถ่อยคอยดูเอย.