รัฐบาลล้มดีลรถไฟไทย-จีน การเจรจาใช้เวลาเนิ่นนานไม่มีทีท่าบรรลุข้อตกลง
เฉพาะดอกเบี้ยอย่างเดียว ต่อรองร่วมปี จบเรื่องนี้ มีเงื่อนไขงอก วงเงินก่อสร้าง สัดส่วนลงทุน อีกสารพันปัญหา จบไม่ได้สักที
ในวงพูดคุยหมู่เพื่อนฝูงหลายเดือนก่อน หลายต่อหลายคนตั้งคำถาม เหตุใดเมื่อโครงการ
ไม่คืบหน้า รัฐบาลไม่ตัดสินใจฉีกเอ็มโอยู
เมื่อรัฐบาลตัดสินใจเด็ดเดี่ยว จึงไม่รีรอที่จะเห็นด้วย
และสนับสนุนแนวทาง รัฐลงทุนเอง
แต่โดยที่การลงทุนมีข้อจำกัดงบประมาณ ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ดี และหากเห็นว่าจำเป็นต้องสร้าง เงินต้องถึงในระดับหนึ่ง มากพอต่อการก่อสร้าง เชื่อมโยงโครงข่ายอย่างเป็นระบบ
หากคิดสร้าง แก้เกี้ยว มุ่งหวังผลทางการเมือง สร้างเป็นท่อนๆ อย่าทำเลยดีกว่า
เพราะหากไร้ซึ่งโครงข่าย เชื่อมโยงซึ่งเป็นอีกหัวใจของระบบขนส่งมวลชน
ระบบจะพิกลพิการ ใช้งานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่คุ้มค่า
รัฐบาลผลักดันรถไฟไทย-จีน แทนโครงการไฮสปีดเทรน ที่ล้มหายตายจากไปพร้อมกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เหตุผลเลือกจีนเป็นพันธมิตรลงทุน น่าเชื่อได้ว่าเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐาน การดำเนินนโยบายการเมืองระหว่างประเทศ
เลือกคบจีนเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ถ่วงดุลสหรัฐอเมริกา ประเทศผู้นำโลกเสรีประชาธิปไตย ที่ประกาศเป็นปรปักษ์กับรัฐบาลทหารอย่างชัดแจ้ง
เป็นชั้นเชิงการทูตบ้านๆ ยุคสงครามเย็น
โลกสมัยใหม่ การค้าการขายผูกโยงกับกติกาการเมืองอย่างลึกซึ้ง
แต่ละประเทศมุ่งผูกสัมพันธ์กับทุกประเทศ พยายามรักษาระยะห่าง ไม่ใกล้ชิด ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป
เนื่องจากอาจสูญเสียโอกาส-อำนาจต่อรองในระนาบกว้าง
ยิ่งวงหดแคบลงเท่าใด ก็ยิ่งเสียเปรียบ ไม่ได้ประโยชน์
ตัวอย่างที่ชัดคือกรณีนี้
ประเทศไทยจะมีอะไรไปต่อรองกับมหาอำนาจอย่างจีน
การเมือง การค้าระหว่างประเทศ ทุกราชอาณาจักร ล้วนแต่มุ่งปกปัก รักษาประโยชน์ของตัวเป็นหลัก
เมื่อไปผูกติดกับเขา ไม่เปิดทางเลือกให้ตัวเอง ไร้ซึ่งอำนาจต่อรอง
ไม่มีทางเลย จะไม่ถูกโขกสับ เอารัดเอาเปรียบ
เรื่องทำมาค้าขาย จีนขึ้นชื่อมือชั้นอ๋อง มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
โครงการรถไฟไทย-จีน เป็นภาพสะท้อน ความอ่อนด้อยในชั้นเชิงทางการทูต ทางการเมืองระหว่างประเทศ
การออกมาระบุว่า ชนวนเหตุแห่งความล้มเหลว จีนปฏิเสธลงทุน เพราะไม่คุ้ม ไทยไม่ให้สิทธิประโยชน์อื่นเหมือนลาว
ก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลือยให้เห็น ฝีมือการบริหาร
ข้อมูลพื้นฐานอย่างนี้ เป็นที่รับรู้ทั่วไปอยู่แล้ว
โครงการขนส่งมวลชนระบบราง ในลักษณะนี้ ไม่มีความคุ้มค่าเชิงธุรกิจ ในตัวของมันเอง
แต่ที่รัฐจำเป็นต้องลงทุน เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ก่อให้เกิดกิจกรรม ผลผลิต เพิ่มพูนมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาพรวมแก่ประเทศ
รัฐต้องยอมขาดทุนตรงนี้ เพื่อเก็บเกี่ยวผลกำไรทางอื่น
จีนถึงได้ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเป็นเงื่อนไข เรียกดอกเบี้ยสูง โก่งวงเงินลงทุน ลดสัดส่วนลงทุน เพื่อให้ครอบคลุมการขาดทุนในตัวระบบ ซึ่งไทยควรรู้เท่าทัน และตั้งรับแต่แรกจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเจรจาให้มากความ หากเห็นท่าไม่ดี ก็ต้องคิดใหม่ ใช้วิธีอื่น
เรื่องที่จะให้เขามาขาดทุนเพื่อประเทศไทย ทุ่มเงินซื้อใจ-เพิ่มมิตรสหายเอาไว้สู้กับอเมริกาอย่าได้คิดไม่มีทางเป็นไปได้
รถไฟไทย-จีนบอกอะไรเราหลายอย่าง
พขร.โลกสวย คงต้องปรับมุมมองใหม่
ทบทวนใหม่ มองทั้งระบบว่า แท้จริงแล้วอะไรเป็นต้นตอ และขาดหายไป ส่งผลให้ทางเลือกไทยตีบตัน เกิดเป็นข้อจำกัดในการคบค้าสมาคมกับต่างชาติ
ส่งผลกระทบต่อทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ
รถไฟขบวนโบราณ เป็นอีกสัญญาณ-อาการข้างเคียงที่เกิดจากระบบการเมืองบกพร่อง

