ทิศทาง ความคิด เคลื่อนไหว การเมือง ทิศทาง “สังคม”

ไม่ว่าข้อเสนอของ นายพิชัย รัตตกุล ที่อยากให้พรรคการเมืองรวมตัวกันเพื่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่ว่าการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่ม Start Up People

ล้วนถูกเยาะเย้ย หยามหยัน

ทั้งๆ ที่ นายพิชัย รัตตกุล เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองถึงระดับ “รองนายกรัฐมนตรี” ก็ถูกมองว่าเพ้อฝัน เป็นข้อเสนอซึ่งเป็นไปไม่ได้

ยากอย่างยิ่งที่ พรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคเพื่อไทย จะเห็นตรงกัน

ยิ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่ม Start Up People เมื่อวันที่ 27 มกราคม อันเริ่มด้วยคนหลักร้อยและเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่มีคนไปร่วมเพียงหลัก 10

ยิ่งถูกเยาะเย้ย หยามหยัน

แต่ความเป็นจริงที่ข้อเสนอในแบบของ นายพิชัย รัตตกุล เริ่มเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้นก็สะท้อนให้เห็นลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์” อันดำรงอยู่

เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวในแบบ Start Up

เป็นความยากลำบากอย่างแน่นอนที่จะได้เห็นพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยสามารถจับมือเป็นพันธมิตรในแนวร่วมทางการเมือง

แต่ในทาง “ความคิด” ก็เริ่มมีหลายอย่างที่ตรงกัน

ความคิดที่เด่นชัดมากอย่างยิ่งก็คือ ความเห็นร่วมเมื่อมีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 อันนำไปสู่การปรับแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

นั่นก็เห็นได้จากการส่งเรื่องไปยัง “องค์กรอิสระ”

ความคิดที่เด่นชัดมากอย่างยิ่งก็คือ ความเห็นร่วมเมื่อมีการปรับแก้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ในขั้นกรรมาธิการของ สนช.ว่า นี่คือรูปธรรมในการยื้อ หน่วงและถ่วง “การเลือกตั้ง”

โดยเป้าหมายของ 2 พรรค คือ “คสช.”

รูปธรรมเหล่านี้ล้วนพิสูจน์ให้เห็นถึงลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์” อันมาจากบทสรุปของ นายพิชัย รัตตกุล

ข้อเสนอของ นายพิชัย รัตตกุล เป็นเช่นนี้ การออกมาเคลื่อนไหวผ่านกระบวนการ Start Up People ก็เช่นเดียวกัน

ปัจจัยอันทำให้กระบวนการนี้มีลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์” คืออะไร

คำตอบ 1 คือคำขวัญที่ว่า หยุดยื้อการเลือกตั้ง และคำขวัญที่ว่า หยุดการสืบทอดอำนาจ

เพราะว่าความพยายามในการยื้อ ถ่วงและหน่วงการเลือกตั้งให้ยาวนาน เท่ากับเป็นรูปธรรมแห่งการสืบทอดอำนาจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เราจะทำตาม “สัญญา” ขอ “เวลา” อีกไม่นาน

คำขวัญอันปรากฏจากกลุ่ม Start Up People ดำเนินไปอย่างมีลักษณะร่วมกับ “ความคิด” ที่แสดงออกอย่างต่อเนื่องของ “พรรคการเมือง”

ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา

แม้ว่าในเบื้องต้น 2 กลุ่มทางการเมืองนี้คือ Start Up People จะดำเนินไปในลักษณะต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเคลื่อนไหวไม่มีความสัมพันธ์กันในทาง “จัดตั้ง”

แต่นับวันสถานการณ์จะดึง 2 กลุ่มนี้ให้เข้ามาประสานและสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น

อาจกล่าวได้ว่า แม้กระทั่งลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์” จากข้อเสนอของ นายพิชัย รัตตกุล กับการการเคลื่อนไหวของ Start Up People ก็ดำเนินไปบนเส้นทางเดียวกัน

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล สรุปได้ดี

ตรงที่ว่า นับวันการเคลื่อนไหวในทางความคิดจะนำไปสู่การสลายขั้ว สลายสี และกลายมาเป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 กลุ่มในทางการเมือง

นั่นก็คือ เอาทหาร หรือไม่เอาทหาร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2018 จัดกิจกรรม “กอล์ฟคลินิกเยาวชน” เติมฝันเด็กไทยสู่การเป็นโปรกอล์ฟ
บทความถัดไปบทความ สยามเมืองสารพิษ โดย : วสิษฐ เดชกุญชร