ไม่ไล่ ไม่เลิก โดย นฤตย์ เสกธีระ

แฟ้มภาพ

ขบวนเถิดเทิงรัฐบาล คสช. มาถึงจุดที่เรียกว่า “ไม่ไล่ ไม่เลิก” เสียแล้ว

เมื่อแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ยึดอำนาจ บอกว่าจะ “คืนความสุข” โดยเร็ววัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ 3 ปี และขยับไปสู่ปีที่ 4 การเลือกตั้งยังมองไม่เห็น

แม้จะเถียงแทน คสช. ว่าตอนนี้ติดปัญหาอยู่ที่กฎหมายลูก เหมือนกับที่นายกฯบอกเอาไว้

แต่คนตอบโต้ก็บอกเหตุผลว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้ารัฐประหาร

แค่สั่งคำเดียว กฎหมายที่ว่ายากก็ง่ายขึ้นมาทันตา

การที่ไม่มีทีท่าว่าจะให้ประเทศไทยได้เลือกตั้งนั้น เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่พร้อม

เรื่องนี้ นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ เองก็บ่งบอก

การเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่นั้น นายวิวรรธนไชยบอกว่า หลังอีอีซีสำเร็จ

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลองคิดดูก็แล้วกัน ลำพังแค่โรดแมปอีอีซี ถ้าไม่มีอะไรติดขัดกว่าจะเป็นรูปเป็นร่างชัดแจ้งก็ปี 2563

นี่วัดตามแผนผลไม้โลกที่เพิ่งไปประชุมกันที่จันทบุรีนะ

แค่เป็นไปตามระบบก็ต้องใช้เวลาอีก 3 ปี แต่ถ้าอีอีซีสะดุดล่ะ

ประเทศไทยคงไม่มีเลือกตั้ง 

ยังไม่มีเลือกตั้งแล้วใครจะทำไม

ต่างชาติจะกดดันหรือ? ต่างประเทศก็เคยทวงถาม เคยประณาม เคยใช้มาตรการกดดัน

การเลือกตั้งก็ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศนี้

คนในประเทศจะกดดันหรือ?

ณ วันนี้มีแต่กลุ่มนักศึกษาและอาจารย์บางคนที่ออกมาเรียกร้อง “อยากเลือกตั้ง” 

สังคมที่เหลือยังนิ่งเฉย

หากสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็ไม่ต่างจากสถานการณ์ก่อนหน้า รัฐบาลก็จะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละ

หรือว่านี่คือ “วัฒนธรรมการเมือง” ประเทศไทย ใครได้อำนาจก็จะอยู่ในอำนาจไปเรื่อยๆ

อยู่ไปจนกว่าจะโดนไล่ 

ไม่โดนไล่โดยกฎหมาย ก็โดนไล่โดนมวลชน

ก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีเลือกตั้ง รัฐบาลที่คนเขาเอือม เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งรัฐบาลชุดนั้นก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลอีก

เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอำนาจขึ้น

เช่นเดียวกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อประชาชนเอือมมากๆ นายกรัฐมนตรีต้องยอมปรับ ครม.

แต่รัฐบาลนี้ นอกจากจะไม่มีวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว ยังมีอำนาจเลื่อนเลือกตั้ง

มีอำนาจสั่งการที่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งขยับออกไปเรื่อยๆ ได้

เมื่ออำนาจมากมหาศาลเช่นนี้ มีหรือที่รัฐบาลจะยอมเลือกตั้ง

ถ้าเป็นไปได้ก็คงอยากอยู่บริหารประเทศไปอย่างต่อเนื่อง

เรื่องการคืนอำนาจให้ประชาชนนั้นลืมไปได้เลย

รัฐบาลคงจะอยู่ต่อไปจนกว่าจะโดนไล่

กลายเป็นวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ผู้มีอำนาจมักยึดเก้าอี้ไว้ให้นานที่สุด

ปักหลักบริหารประเทศให้นานที่สุดด้วยความเชื่อมั่นว่าทำได้

แม้จะทำไม่ดีแต่ก็ทำได้ แม้ผลที่ออกมาจะไม่เข้าท่า

แต่ก็พร้อมจะ “บรรเลง” บทเพลงแห่งอำนาจต่อไปอย่างติดใจ

ตามทำนอง “บรรเลงบรรลัย ไม่ไล่ ไม่เลิก”

………………..

นฤตย์ เสกธีระ maxlui2810@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เปิดแม็คโคร ฟูดเซอร์วิส สาขาประชาอุทิศ อย่างเป็นทางการ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคครบวงจร
บทความถัดไปกรมที่ดิน 117 ปี