หน้าแรก คอลัมนิสต์ เมืองไร้กฎหมา...

เมืองไร้กฎหมาย โดย วสิษฐ เดชกุญชร

27.02.18 | 12:00 น.

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านไปนี้ เป็นสัญญาณแสดงว่าเมืองไทยกำลังย่างเข้าสู่ยุคที่คนไทยไม่เคารพกฎหมาย และถ้าหากไม่มีการแก้ไขปล่อยให้เป็นต่อไปเช่นนี้ ในที่สุดเมืองไทยก็จะเข้าสู่กลียุค

เหตุเกิดในหมู่บ้านเสรีวิลลา แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ตอนบ่าย เมื่อ น.ส.รชนิกร เลิศวาสนา ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจนครบาลประเวศว่า รถกระบะของตน ซึ่งตนเป็นผู้ขับไปจอดไว้ที่ริมถนนทางเข้าสวนหลวง ร.9 หน้าบ้านหลังหนึ่ง ถูกหญิงสองคนใช้ขวานและท่อนเหล็กทุบจนรถเสียหาย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอยู่นั้น น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ เจ้าของบ้านหลังที่กล่าวพร้อมด้วยญาติได้ตั้งโต๊ะแถลงต่อสื่อมวลชน คุณบุญศรียอมรับว่าตนและญาติอีกผู้หนึ่งได้ใช้ขวานจาม และเสียมทุบรถกระบะของคุณรชนิกรจริง เหตุผลก็คือคุณรชนิกรนำรถไปจอดขวางประตูบ้านของตน ทำให้ออกจากบ้านไม่ได้ ได้บีบแตรนานเป็นชั่วโมงจนเหลืออด จึงได้ออกไปทุบรถคันนั้น

ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือคุณบุญศรีเล่าว่า ปัญหาผู้นำรถไปจอดขวางประตูบ้านของตนนั้น ไม่ใช่เพิ่งเกิดแต่เกิดมาเป็นเวลานานติดต่อกันกว่า 10 ปีแล้ว สาเหตุก็คือมีการตั้งตลาดขึ้นรายล้อมบ้านของคุณบุญศรี ทั้งด้านตรงกันข้ามและด้านข้างทั้งซ้ายและขวา มิหนำซ้ำด้านหลังยังเป็นที่จอดรถของลูกค้าที่ไปตลาดด้วย

คุณบุญศรีบอกว่าการที่มีตลาดไปปิดล้อมบ้านทำให้ตนได้รับความเดือดร้อน ต้องเผชิญกับมลพิษ น้ำเน่า หนู ฝุ่นควัน และเสียงรบกวนทั้งกลางวันและกลางคืน ปัญหารถจอดขวางหน้าบ้านนั้นมีเป็นประจำ คุณบุญศรีเคยร้องเรียนต่อเขตประเวศและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และถึงกับนำเรื่องขึ้นฟ้องศาลปกครองและศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราวแล้ว แต่ก็ไม่ปรากฏว่าได้ผลอย่างใด ตลาดยังคงเปิดอยู่

Advertisement

ผู้สื่อข่าวได้ไปขอสัมภาษณ์นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ซึ่งยอมรับว่ามีปัญหาจริง และศาลปกครองเคยมีคำสั่งจริง แต่ฝ่ายเจ้าของตลาดก็ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราวเช่นกัน คดียังไม่ถึงที่สุด ส่วนเจ้าของตลาดทั้งสี่แห่งนั้นได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารโดยถูกต้อง แต่ไม่ได้ขออนุญาตทำตลาด ขณะนี้เขตประเวศทำอะไรไม่ได้ นอกจากดูแลความสะอาดมิให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนปัญหาเรื่องการจอดรถนั้น เป็นหน้าที่ของสถานีตำรวจนครบาลประเวศ

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ออกไปตรวจดูสถานการณ์ด้วยตนเอง และแถลงว่าได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะเชิญเจ้าของตลาด กลุ่มผู้ค้า และประชาชนในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบไปร่วมประชุมตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 28 กุมภาพันธ์ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ส่วนตลาดที่ตั้งขึ้นโดยผิดกฎหมายนั้นก็ต้องให้ยุติการดำเนินการ

ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตประเวศนั้นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของปัญหาใหญ่ที่กำลังเกิดเรื้อรังอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร สาเหตุของปัญหานอกจากจะได้แก่การที่พ่อค้าวาณิชย์ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก่อสร้างอาคารพาณิชย์แล้ว เปิดเป็นตลาดขึ้นในอาคารโดยไม่ขออนุญาต และยังเนื่องมาจากผู้ค้าขายที่เข้าไปยึดที่ว่างเปล่าโดยพลการเพื่อทำเป็นตลาดเสียเอง ร้ายยิ่งกว่านั้นผู้ค้าขายรายอื่นๆ ยังยึดทางเท้าริมถนนนอกอาคารเป็นที่วางของขายด้วย

ที่กลายเป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไม่ได้นั้นเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายเองด้วย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทั้งโดยเจตนาเพราะได้รับประโยชน์ตอบแทน หรือเพราะขี้เกียจไม่เอาใจใส่กับสิ่งที่กำลังเกิดอยู่ในเขตที่รับผิดชอบ

ที่จริงการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นไม่มีความจำเป็นเลย ถ้าหากเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา และรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ปัญหาหมักหมมและบานปลายออกไป จนชาวบ้านต้องออกมาแก้ปัญหาด้วยตนเองโดยลุแก่โทสะ อย่างในกรณีของคุณบุญศรี

เพราะทุกฝ่ายไม่เคารพกฎหมาย เมืองไทยจึงกำลังมีสภาพเหมือนเมืองไร้กฎหมาย อย่างที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้