หน้าแรก คอลัมนิสต์ วันนักข่าวและ...

วันนักข่าวและรางวัลอิศรา อมันตกุล โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

2.03.18 | 12:09 น.

“5มีนา” วันนักข่าว การประชุมก่อตั้งสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย มีขึ้นที่ศาลานเรศวร สวนลุมพินี วันที่ 5 มีนาคม 2498 มีนักข่าว “ยังเติร์ก” มารวมตัวกันกว่า 200 คน

เลิศ อัศเวศน์ บอกเล่ากับ อรพิน ลิลิตวิศิษฐ์วงศ์ ถอดความลงในหนังสือ “คือ…คนหนังสือพิมพ์”

จัดพิมพ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 ว่า

สภาพความเป็นอยู่ของนักข่าวในสมัยนั้นค่อนข้างคับแค้น ความเป็นอยู่ไม่ดี บางคนตายไปกลายเป็นผีไม่มีญาติ ขณะเดียวกันก็มีปัญหาเรื่องการรีดไถ รับสินบน…จึงคิดว่าควรต้องมีสถาบันให้ความช่วยเหลือการดำรงชีวิตนักข่าว
จึงหาข้อมูลสถานะของนักข่าวต่างประเทศจากเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน 3 คน

เมื่อรวบรวมข้อมูลได้ เลิศจึงคุยกับชลอ อาภาสัตย์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยว่าจะตั้งสมาคมนักข่าวฯ โดยเลิศเป็นคนร่างข้อบังคับ…มีการระบุถึงการจัดตั้งสถาบันสอนนักข่าว

Advertisement

“ที่สำคัญคือ เรื่องจรรยาบรรณ มีการกำหนดบทลงโทษสมาชิกที่ฝ่าฝืนละเมิดจรรยาบรรณ

“ขณะเดียวกัน ในร่างข้อบังคับระบุให้ผู้มาเป็นนักข่าวต้องกล่าวปฏิญาณตนต่อหน้าที่ประชุมสมาคมนักข่าวฯ ถ้าไม่ปฏิญาณตน คุณเป็นนักข่าวไม่ได้ รวมถึงการออกบัตร ต้องให้สมาคมนักข่าวฯออกบัตรถึงจะเป็นนักข่าวได้ ไม่ต้องระบุว่าสังกัดที่ไหน หากบัตรหมดอายุต้องมาต่อ”

นอกจากแนวคิดในการตั้งสมาคมนักข่าวฯ ยังมุ่งเน้นการให้สวัสดิการแก่นักข่าว ให้มีการประกันชีวิตกลุ่มโดยสมาคมเป็นผู้ออกเงิน

แนวคิดที่เลิศใช้ร่างข้อบังคับ คือ อุดมคติที่เห็นว่าสถาบันทางวิชาชีพควรจะเป็น

แต่ความจริงแล้ว ใน พ.ศ.นั้น ยากจะเป็นไปได้ และถูกตีตกไป เพราะถูกวิจารณ์ว่ามีลักษณะร่างข้อบังคับของสหภาพแรงงานมากกว่าเป็นสมาคม ร่างข้อบังคับที่เลิศเขียนเป็นจริงเรื่องเดียวคือ การปฏิญาณตน

เรื่องจรรยาบรรณ สมัยอิศรา อมันตกุล เป็นนายกสมาคมนักข่าวฯ (คนแรก) มีการประชุมบันดุง ที่อินโดนีเซีย ปี 2498 ส่งนักข่าวไป 7-8 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายพูดคุยกินข้าวกับนักข่าวจีน

ภายหลังรัฐบาลรู้หมด นักข่าวที่บันดุงถูกเพ่งเล็ง ถูกสอบสวนพบว่าที่รัฐบาลรู้เพราะมีนักข่าวหญิงคนหนึ่งเอาข้อมูลมาบอกรัฐบาล สมาคมนักข่าวฯสมัยอิศรา เอานักข่าวหญิงมาสอบสวน สรุปบทลงโทษให้นักข่าวผู้หญิงคนนั้นออก เพราะปรากฏว่าเธอเป็นสายของรัฐบาล

หนังสืออนุสรณ์ในงานฌาปนกิจ สุพัณณา-สเริงรมย์ อมันตกุล เมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557 สเริงรมย์ (สุพัณณา) เขียนถึงอิศรา อมันตกุล เป็นเรื่องชีวิตของอิศราอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ “ชีวิตและงาน” ว่า

อิศราเป็นมะเร็งที่ลิ้นเมื่อเดือนมกราคม 2510 พฤษภาคมเข้ารับการรักษาครั้งแรกที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 5 มิถุนายน “กลางกุมภาพันธ์ คุณอิศราทรุดลงเป็นลำดับ…วันหนึ่งคุณอิศเขียนให้ดิฉันอ่านว่า “อิศสวดมนต์ ขอหลวงปู่ทวดให้แก้ปัญหา” ดิฉันถามว่า ปัญหาเกี่ยวกับตัวอิศหรือ? คุณอิศพยักหน้า จึงถามต่อไปว่าปัญหาอะไร คุณอิศเขียนอีกว่า “แค่นี้แล้วยังไม่รู้อีกหรือ” ดิฉันคิดว่าคุณอิศรารู้ตัวดีว่าไม่รอด เกรงว่าจะยุ่งในเรื่องศาสนา จึงบอกว่า “วางใจเถิด เข้าใจแล้ว” คุณอิศราพยักหน้ารู้สึกว่าพอใจ”

4 มีนาคม จัดให้คุณอิศราถวายสังฆทานเป็นครั้งสุดท้าย ในวันนั้นคุณอิศราลืมตาขวาได้ชัด แลเห็นของถวายทุกอย่าง อดีตเจ้าคุณใหญ่วัดราชาและพระสงฆ์อีก 3 รูปเป็นองค์รับสังฆทาน

“ศุกร์ 14 มีนาคม เวลาเกือบ 7 น. ทุกสิ่งไม่มีอะไรผิดปรกติไปจากทุกวัน…‘อิศลืมตาดูแหม่มได้ไหม’ คุณอิศราก็ลืมตาขึ้น… และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ดิฉันได้เห็นนัยน์ตาคุณอิศรา… คุณอิศราหายใจปกติเกือบ 11 น. ดิฉันได้ไปพูดกับคุณอิศว่า จะไปหาหมอเพราะก้มหลังไม่ได้ กล้ามเนื้อที่หลังเกิดอักเสบ ต้องไปอีกตึกหนึ่ง ดิฉันจะรีบกลับมา แต่คุณอิศราเหมือนคนหลับสนิท…”

“กลับมาเกือบเที่ยง…รู้สึกว่าคุณอิศราหลับลึกเหลือเกิน ไม่รู้สึกรับรู้อะไรทั้งสิ้น ปากซีดมาก หายใจรู้สึกช้าลง คุณหมอบอกว่าวันนี้อาการไม่ดีมาก ความดันเหลือ 60 เท่านั้น จึงตัดสินใจตามพี่น้องทุกคนและคุณแม่… ระหว่างฉุกละหุกอยู่
นั้น ได้ถามคุณหมอว่า จะ…วันนี้หรือ? คุณหมอบอกว่าไม่แน่ อาจเป็นคืนนี้หรือพรุ่งนี้ (วันเสาร์)…หมดสิ้นกำลังใจแล้ว”

“เด็กมาขอเงินจะซื้ออะไรจำไม่ได้ เปิดกระเป๋าดูมีเงินเหลืออยู่ร้อยเศษ ได้สติขึ้นมาว่า…หากเกิดอะไรขึ้น…คืนนี้ จะทำอย่างไร? …งานข้างหน้ายังอีกมาก อีก 25 นาทีจะบ่ายสามโมง จะเบิกอะไรทัน พรุ่งนี้ก็เป็นวันเสาร์ จะเอาอะไรใช้จ่าย ไปเที่ยวหยิบยืมใครทุเรศเหลือเกิน คว้ากระเป๋าได้ก็บอกคุณวิลาวรรณตรงๆ ว่า ไม่มีเงินแล้ว จะรีบไปเบิกมาเตรียมไว้เผื่อฉุกเฉินคืนนี้ ในห้องมีใครต่อใครเต็มไปหมด บอกคนรถให้ไปเร็วที่สุด…

“เมื่อวิ่งขึ้นบันไดโรงพยาบาล บ่ายสามโมงเศษ เปิดประตูห้องเข้าไป เห็นน้ำตาเต็มหน้าทุกคน น้องหวานเข้ามากอด “พี่แหม่มขา…เดี๋ยวนี้เอง” หน้ามืดและชาวูบ ทำไมคุณหมอบอกว่า คืนนี้ ไม่ใช่เดี๋ยวนี้…!

“ใครไม่รู้จูงไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงนอนนั้น เตียงที่มีร่าง – แม้จะเปลี่ยนรูปไปอย่างไร ก็ยังอยากให้เขาอยู่ – ร่างนี้มิใช่หรือที่เราเคยหอบหิ้วกันมาทั้งยามสุขและยามทุกข์ ให้ความอบอุ่นใจเหมือนเพื่อนตาย เหมือนพี่ เหมือนพ่อ ครบทุกอย่างในตัวผู้นี้ เมื่ออยู่ใกล้เขาแล้วก็ไม่เคยนึกหวั่นกลัวสิ่งใด

“…บัดนี้ ข้างหน้าดิฉัน ทุกสิ่งสงบหมด… ขอบคุณหนังสือพิมพ์ที่ลงว่า ‘อิศตายในอ้อมแขนดิฉัน’ แท้จริง ดิฉันได้กอดเพียงแขนของเขา พูดเป็นครั้งสุดท้าย แต่อิศไม่ได้ยินว่า…พยายามมาเร็วที่สุดแล้ว”

อิศรา อมันตกุล เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2512 เวลา 15.17 น.

5 มีนา “วันนักข่าว” มีพิธีมอบรางวัลข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยมที่โรงแรมอมารีวอเตอร์เกต ประตูน้ำ เวลา 17.00-20.00 น. นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสำคัญวันนักข่าวและรางวัลอิศรา อมันตกุล ดร.วิษณุ เครืองาม ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปฏิรูปกฎหมาย จุดเปลี่ยนประเทศไทย”