หน้าแรก คอลัมนิสต์ อนิจจัง การเม...

อนิจจัง การเมือง อนิจจัง ของ”โรดแมป” ไม่เที่ยงแท้ แน่นอน

2.03.18 | 12:35 น.

แม้จะมีประกาศ “โรดแมป” ล่าสุดกำหนดเลือกตั้งอยู่ที่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 คือ อีก 1 ปีต่อจากนี้ แต่ความไม่แน่นอนของ “โรดแมป” ก็ยังดำรงอยู่

เป็นความไม่แน่นอนจาก “สถานะ” ของ “คสช.”

เหมือนกับความไม่แน่นอนอันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งนำไปสู่การปรับ ครม.จาก “ประยุทธ์ 4” เป็น “ประยุทธ์ 5”

เหมือนกับความไม่แน่นอนจาก “นาฬิกา” หรู ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2560

อันส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งในทางการเมืองกระทั่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เสนอกัปปิยโวหารออกมาในเช้าของวันที่ 28 ธันวาคม 2560 คมเฉียบ

Advertisement

“ตู่ใช้กองหนุนแทบหมดแล้ว”

หากศึกษาบทเรียนจาก “ปฏิญญา โตเกียว” เมื่อปี 2558 มายังบทเรียนจาก “ปฏิญญา ทำเนียบขาว” เมื่อปี 2560 ก็จะมองออก

เป็นปัญหาของ “คสช.” เป็นปัญหาจาก “ภายใน”

ปัจจัย 1 ซึ่งไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด คือ ปัจจัยและผลสะเทือนอันเนื่องแต่สถานการณ์ของ “การเลือกตั้ง” โดยตรง

ผู้คนมักมองไปยัง “การหาเสียง” เป็น “ด้านหลัก”

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง การหาเสียงอาจเป็นองค์ประกอบ 1 กระนั้นบทสรุปอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดของ “การเลือกตั้ง” คือ

ใครชนะ ใครแพ้

จำเป็นต้องยอมรับว่า กระบวนการและเนื้อหาของ “การหาเสียง” จะกลายเป็นสายล่อฟ้าในทางการเมืองอันแหลมคมอย่างยิ่ง

เพราะในที่สุดแล้ว “คสช.” จะตกเป็น “เป้า”

สถานการณ์จะนำไปสู่การแบ่งขั้วและแยกสายในทางการเมือง 1 ฝ่ายของ คสช. และ 1 ฝ่ายตรงกันข้ามกับ คสช.

ความร้อนแรงจะรวมศูนย์ไปยัง “ผลงาน” และ “ความสำเร็จ”

มาถึงตรงนี้ก็มีอีกปัจจัย 1 ซึ่งสำคัญและมีผลสะเทือนเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะต่อ คสช.และพันธมิตรของ คสช.โดยตรง

ถามว่าอีก 1 ปีต่อจากนี้สถานะ “คสช.” จะเป็นอย่างไร

หาก “คสช.” สามารถทำให้สถานการณ์อย่างที่เรียกว่า “ขาลง” กลายเป็นตรงกันข้าม นั่นคือ “ขาขึ้น” ได้ก็แทบไม่ต้องถกเถียงอะไรกัน

เพราะพรรคการเมืองฝ่าย “คสช.” ต้อง “ชนะ” แน่นอน

แต่ถ้าหากสถานการณ์ “ขาลง” อย่างที่เกิดขึ้นนับแต่กลางปี 2560 และต่อเนื่องมาเรื่อยกระทั่งต้นปี 2561 ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

อย่างแรกที่สุดก็จะเกิดภาวะระส่ำระสายภายใน “คสช.”

เรื่องอย่างนี้บรรดา “นักการเมือง” จะได้กลิ่นอย่างรวดเร็วที่สุด ที่เคยต่อสายกันไว้ไม่ว่าที่ชลบุรี ไม่ว่าที่สุพรรณบุรี ไม่ว่าที่นครราชสีมา ไม่ว่าที่นครปฐม ไม่ว่าที่สุโขทัย ไม่ว่าที่จันทบุรี ก็จะเริ่มแปรปรวนและรวนเร

หากประสบเข้ากับปลายหอกจาก “การหาเสียง” มั่นใจหรือว่าจะทนทานได้

ความเป็นจริงที่ตอกย้ำอย่างจำหลักหนักแน่นก็คือ 3 ปีเศษ คสช.ยังไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นไปได้อย่างไรว่า 1 ปีที่เหลือจะพลิกฟื้น

เรื่องอย่างนี้แม้แต่ “เพนกวิน” ก็อ่านออก

ไม่จำเป็นต้องให้คนระดับ นายชวน หลีกภัย คนระดับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือคนระดับ นายเนวิน ชิดชอบ อ่านหรอก

ปัจจัยเหล่านี้แหละที่จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนตามมา