หน้าแรก คอลัมนิสต์ อ่าน พรรค กปป...

อ่าน พรรค กปปส. อ่านท่าที ถาวร เสนเนียม ทะลุ ถึง “อนาคต”

5.03.18 | 12:54 น.

ไม่ว่าพรรคมวลมหาประชาชนฯ จะมีการจัดตั้งขึ้นจริงตามที่ นายธานี เทือกสุบรรณ แถลงมาหรือไม่ แต่อนาคตของพรรคนี้ก็ดูได้ไม่ยาก

1 ดูจากบทบาทของ “มูลนิธิ”

1 ดูจากบทบาทของบรรดาบุคคลที่เคยเป็นแกนนำของ “กปปส.” ซึ่งอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์จะขานรับด้วยความคึกคักมากน้อยเพียงใด

หาก นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ยังเฉย

นั่นหมายความว่ามูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ก็จะมีบทบาทเช่นเดียวกันกับที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยประกาศ คือ ไม่ออกนอกหน้า

Advertisement

เพราะว่า นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ คือ เลขานุการ

ขณะเดียวกัน หากไม่มีท่าทีใดๆ จากแกนนำ “กปปส.” ที่อยู่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องยอมรับว่าพรรคมวลมหาประชาชนน่าจะไปลำบาก

ลำพัง นายธานี เทือกสุบรรณ คงไปไม่ถึงไหน

แม้ว่าเป้าหมาย 1 ของพรรคมวลมหาประชาชนฯ คือ การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สมความปรารถนาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

และต้องการต่อสู้ ขับเคี่ยวกับ พรรคเพื่อไทย

กระนั้น 1 ซึ่งก่อให้เกิดผลสะเทือนตามมาโดยฉับพลันทันใดก็คือ เกิดความขัดแย้ง แตกแยกขึ้นภายในพรรคประชาธิปัตย์

เพราะฐานของ “กปปส.” คือ พรรคประชาธิปัตย์ คือ ภาคใต้และ กทม.

เมื่อเป็นเช่นนี้การเกิดขึ้นของพรรคมวลมหาประชาชนฯ ก็แทบไม่ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอะไรขึ้นในพรรคเพื่อไทย

แม้ฐานพรรคเพื่อไทยจะมีใน กทม.บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ภาคใต้

ในที่สุดแล้วปฏิบัติการของพรรคมวลมหาประชาชนฯ ก็เท่ากับพังทลายฐานกำแพงของพรรคประชาธิปัตย์อันถือว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของตน

ความหมายก็คือ ดับเครื่องชนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย

ไม่ว่าความริเริ่มในเรื่องพรรคมวลมหาประชาชนฯ จะมีรากฐานมาจากอะไรและโดยการผลักดันของผู้ใด

ก็ต้องยอมรับว่าอาจก่อผลเสียมากกว่าผลดี

ผลเสีย 1 คือ การทำให้ กปปส.กับ คสช.เป็นอันเดียวกัน

บทบาทของ กปปส.นับแต่เดือนตุลาคม 2556 คนรู้สึกอยู่แล้วว่าเป็นการปูทางและสร้างเงื่อนไขในทางการเมืองเหมือนกับพันธมิตรประชาชนเคยทำก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

พลันที่มีรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 ก็เริ่มร้องอ้อ

ยิ่งเมื่อ กปปส.จัดตั้งพรรคมวลมหาประชาชนฯ ประกาศนโยบายเด่นชัดและหนึ่งเดียวคือรองรับกับการเป็นนายกรัฐมนตรี “คนนอก” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เสียงร้อง “อ๋อ” ก็จะประสานขึ้นอย่างเป็นเอกภาพ

ผลเสีย 1 ซึ่งจะสัมผัสได้นับแต่มีคำแถลงในเรื่องการจัดตั้งพรรคมวลมหาประชาชน ก็คือผลสะเทือนโดยตรงไปยังพรรคประชาธิปัตย์

ยิ่งทำให้คะแนนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรองพรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้น

นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปจึงไม่เพียงแต่ 1 จับตาติดตามท่าทีอันมาจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หากแต่ 1 คือท่าทีอันมาจากแกนนำ “กปปส.” ที่ฝังตัวอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์

เริ่มจาก นายถาวร เสนเนียม

ตามด้วย นายวิทยา แก้วภราดัย ตามด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตามด้วย นายอิสสระ สมชัย และที่ขาดไม่ได้ คือ นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์

หากคนเหล่านี้นิ่ง ไม่ยอมขยับขับเคลื่อนก็เท่ากับเป็น “คำตอบ”