หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปฏิรูปตำรวจ :...

ปฏิรูปตำรวจ : ถึงทำเดี๋ยวนี้ก็สายเสียแล้ว โดย วสิษฐ เดชกุญชร

29.03.16 | 21:01 น.
แฟ้มภาพ

ท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับตำรวจคงจะเห็นทั่วกันแล้วว่าขณะนี้พฤติกรรมของตำรวจยศชั้นต่างๆ เป็นไปอย่างที่สังคมยอมรับไม่ไหว เสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจดังขึ้นและถี่ขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่เฉพาะแต่ประชาชนเท่านั้น แม้แต่อดีตผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของตำรวจเองก็ออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงด้วย เมื่อไม่กี่วันมานี้ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ถึงกับเรียกร้องให้ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้เหลือแต่ตำรวจส่วนภูมิภาค

ขณะนี้ ผู้เรียกร้องทุกคนดูเหมือนจะกำลังคอยดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะทำอย่างไรกับการเรียกร้องครั้งนี้ คงจำกันได้ว่านายกรัฐมนตรีเคยปรารภมาแล้วว่า การปฏิรูปตำรวจจะให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลปัจจุบันจะแก้ไขแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และถ้าดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะเห็นว่า แนวโน้มเป็นไปในทางที่นายกรัฐมนตรีปรารภ เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้มีเพียงการตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิรูปตำรวจภายในระยะเวลา 1 ปี

การปรับปรุงโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเรื่องที่อาจจะคอยได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่มีปัญหาสลับซับซ้อน แต่ปัญหาอื่นบางปัญหาเป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้จะต้องรีบแก้ไข ยิ่งเร็วเท่าใดยิ่งดีเท่านั้น โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับบุคลากร ซึ่งยึดโยงอยู่กับปัญหาการผลิตตำรวจ ทั้งโดยโรงเรียนนายร้อยตำรวจและโดยมหาวิทยาลัย

ที่ว่าปัญหาบุคลากรเป็นปัญหาเร่งด่วนก็เพราะว่าพฤติการณ์ของตำรวจที่เป็นภัยต่อประชาชนมีมากและบ่อยครั้งขึ้น ครั้งล่าสุดก็เช่น ในกรณีนายตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ซึ่งฝ่ายตำรวจขับรถไล่ยิงและทำร้ายร่างกายนักศึกษาจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อคืนวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมานี้ ซึ่งส่อให้เห็นความเมาอำนาจของตำรวจ

การแก้ปัญหาเกี่ยวกับบุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบันกระทำที่ปลายเหตุ โดยให้ผู้กระทำความผิดออกจากราชการไว้ก่อน แล้วจึงตั้งกรรมการสอบสวนและดำเนินคดีทางวินัยและทางอาญา ยังไม่เคยปรากฏเลยว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือการผลิตหรือการให้การศึกษาอบรมในขณะที่ยังเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจหรือนักศึกษามหาวิทยาลัย ด้วยการอบรมปลูกฝังคุณธรรม เพื่อให้ตระหนักในหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ตำรวจมีต่อประชาชน โรงเรียนนายร้อยตำรวจยังฝึกอบรมนักเรียนแบบทหาร โดยให้นักเรียนฟังคำสั่งของผู้มียศตำแหน่งสูงกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงเหตุผล การฝึกอบรมทำนองนี้เป็นการปลูกฝังนิสัยยกตนข่มท่าน ทำให้นักเรียนนายร้อยตำรวจห่างเหินกับประชาชน และเห็นประชาชนเป็นลูกไล่

Advertisement

ถ้าหากจะให้ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นผู้รับใช้ประชาชนจริงๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องรื้อระบบการฝึกอบรมตำรวจทั้งระบบ แล้ววางระบบใหม่ การฝึกและระเบียบวินัยแบบทหารยังจำเป็นต้องมีอยู่เพราะตำรวจเป็นผู้ถือและใช้อาวุธ แต่โรงเรียนตำรวจจะต้องเน้นเรื่องคุณธรรมและมนุษยสัมพันธ์ด้วย โดยบรรจุเป็นวิชาหลักและบังคับไว้ในหลักสูตรทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติ ส่วนมหาวิทยาลัยที่ผลิตผู้จะไปเป็นนายตำรวจ ก็จะต้องบรรจุวิชาดังกล่าวไว้ในหลักสูตรเช่นเดียวกัน

และเพื่อให้สอดรับกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องคอยสอดส่องดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับชั้นให้ประพฤติตนอยู่ในกรอบของคุณธรรม และมนุษยสัมพันธ์ด้วย ตำรวจที่มีพฤติการณ์ส่อความไร้คุณธรรมและมนุษยสัมพันธ์จะต้องถูกว่ากล่าวตักเตือนหรือลงโทษโดยไม่ชักช้า ผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลย ไม่กำกับดูแลตำรวจในบังคับบัญชาจะต้องถูกลงโทษเช่นเดียวกัน

การปรับปรุงคุณภาพของตำรวจเป็นเรื่องเร่งด่วน และเป็นเรื่องที่ทั้งโรงเรียนตำรวจและมหาวิทยาลัยจะต้องทำพร้อมกัน ตำรวจถูกปล่อยให้หลงระเริงและเมาอำนาจมานานจนกลายเป็นเนื้อร้ายไปแล้วเกือบทั้งร่าง หากจะต้องบำบัดด้วยการผ่าตัดเอาส่วนที่ร้ายทิ้งไปและปลูกถ่ายส่วนดีให้ใหม่ก็ต้องทำ และทำเดี๋ยวนี้

หากลังเลใจและยังคิดว่าต้องคอยให้รัฐบาลใหม่ทำ เราจะได้สำนักงานโจรแห่งชาติแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนได้รัฐบาลใหม่อย่างแน่นอน