มีโพสต์ขำขัน (หรือเสียดสีสะท้อนการศึกษาไทยก็ไม่แน่ใจ) แชร์อยู่ในโซเชียลมีเดียตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน เกี่ยวกับข้อสอบเรื่อง “สงครามเย็น” คะแนนเต็ม 5 คะแนนให้นักเรียนตอบ ซึ่งคำตอบนั้นชวนให้ทั้งอึ้งและทั้งฮา
คำถามแรก สงครามเย็นหมายถึง – ตอบ สงครามในฤดูหนาว, คำถามที่สอง สาเหตุการเกิดสงครามเย็น – ตอบ แย่งน้ำแข็ง, คำถามที่สาม ผลกระทบหลังสิ้นสงครามเย็น – ตอบ หนาว
คำตอบนี้ดูซื่อๆ แต่ก็บ่งบอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสงครามเย็นที่เกิดขึ้นจริงที่เกิดเป็นระลอก ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ถ้านับตามตำราเรียนคือปี ค.ศ.1947-1991
ถ้าโพสต์ดังกล่าวเป็นกระดาษข้อสอบจริงก็คงไม่แปลก ว่าผู้ที่ตอบไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์โลก หรือไม่มีเรื่องนี้ผ่านหูผ่านตาเนื่องจากเกิดกันคนละยุคสมัย
แต่สถานการณ์โลกขณะนี้หลายๆ คนเห็นว่าสงครามเย็นกำลังหวนมาอีกครั้ง เมื่อเกิดการแข่งขันบารมีกันระหว่างชาติมหาอำนาจ ทั้งในสงครามตัวแทนที่ซีเรีย เยเมน และยูเครน
ยิ่งเมื่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย หาเสียงการเลือกตั้งที่จะมีการหย่อนบัตรในเดือนมีนาคมนี้ ด้วยการโปรโมตว่ากองทัพรัสเซียประสบความสำเร็จในการพัฒนาขีปนาวุธร่อนติดหัวรบนิวเคลียร์ที่มีแสนยานุภาพสูง และยิงได้ถึงทุกที่บนโลก ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเป้าหมายการคุยข่มเรื่องแข่งขันอาวุธนี้พุ่งเป้าไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ไม่เท่านั้นเมื่อเกิดคดีอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียถูกวางยาพิษพร้อมลูกสาวในอังกฤษด้วยสารเคมีที่ได้ชื่อว่ารัสเซียเป็นผู้พัฒนา ยิ่งย้อนบรรยากาศยุคสงครามเย็นให้เข้มข้น
การย้อนยุคดังกล่าวไม่ได้มีตัวละครเอกแค่รัสเซียกับอเมริกาเท่านั้น ยังมีอิทธิพลของจีนที่แผ่ไพศาลไปทั่วโลกแทรกเข้ามา
พร้อมกับความเคลื่อนไหวที่จีนแก้รัฐธรรมนูญให้สี จิ้นผิง เป็นผู้นำได้อย่างไม่มีลิมิต ทำให้หลายๆ คนมองว่า นี่คือการย้อนยุคไปสู่ยุคฮ่องเต้โดยแท้
แม้ว่าในทางวัฒนธรรม ทางการจีนไม่ชอบใจนักกับการย้อนอดีตไปสู่ยุคฮ่องเต้ เช่น สำนักงานกำกับดูแลวิทยุโทรทัศน์ของจีน SARFT มีคำสั่งเตือนผู้ผลิตทางโทรทัศน์ตั้งแต่เมื่อปี 2554 ให้หลีกเลี่ยงการสร้างหนังแฟนตาซีเพ้อผันแบบย้อนเวลาหาอดีต เพราะเห็นว่าลบหลู่และมองประวัติศาสตร์เป็นเรื่องเล่นๆ
หลังจากละครแนวทะลุมิติให้ตัวละครยุคปัจจุบันไปโผล่อยู่ในยุคฮ่องเต้จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เปรียบเทียบแล้วคล้ายๆ กระแสละครบุพเพสันนิวาสที่บ้านเรากำลังฮิตอยู่ตอนนี้
แต่การย้อนเอาวิธีการปกครองที่ไม่มีวาระสิ้นสุดแบบฮ่องเต้กลับมาใช้อีกในยุคปัจจุบัน ทำให้ชาวจีนส่วนใหญ่รู้สึกอย่างไรนั้นเป็นเรื่องที่จะรู้ได้ยากมาก เนื่องจากจีนมีระบบเซ็นเซอร์ที่เข้มข้น
เช่นเดียวกับที่บ้านเรา กระแสย้อนยุคมักได้รับความนิยมอยู่เสมอ นอกจากด้านวัฒนธรรมที่เพิ่งกล่าวไปก็ยังมีด้านการเมืองอย่างที่เผชิญกันอยู่ทุกวันนี้ด้วย
ส่วนประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีแต่กลุ่มคนในเมืองใหญ่ กลุ่มคนดี และกลุ่มรักความเป็นไทย จะรู้สึกอย่างไรกับการย้อนยุคแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่ยากจะสำรวจจริงๆ
…………….
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

