ลูกสาวจอมพล ป. โดย ปราปต์ บุนปาน

ช่วงนี้กำลังอ่านหนังสือเล่มกะทัดรัดชื่อ “อยากลืมกลับจำ”

เป็นสารคดีชีวประวัติของ จีรวัสส์ ปันยารชุน พิบูลสงคราม (2464-2560) ที่เขียนโดย ภูริ ฟูวงศ์เจริญ, ศรัญญู เทพสงเคราะห์ และณัฐพล ใจจริง มี นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นบรรณาธิการ

จีรวัสส์คือบุตรสาวของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้มีชีวิตทางการเมืองผกผันและเปี่ยมสีสันมากที่สุดคนหนึ่ง

แม้จะเป็นผลงานของทีมนักวิชาการรุ่นใหม่ แต่นี่ก็ไม่ใช่หนังสือวิชาการ หากเป็น “หนังสืออ่านเล่น” ที่อ่านสนุกมากๆ สมตามความตั้งใจของบรรณาธิการและคณะผู้เขียน

หนังสือฉายภาพประวัติศาสตร์ส่วนบุคคล ประวัติศาสตร์ชนชั้นนำ ประวัติศาสตร์สังคม และประวัติศาสตร์การเมืองจากยุค 2475 ถึงหลัง 2500 ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ขออนุญาตยกเนื้อความบางส่วนจากหนังสือเล่มนี้มานำเสนอ (เผื่อผู้สนใจจะไปซื้อหามาอ่านต่อทั้งเพื่อความรู้และความบันเทิง)

“ตกเย็นวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2500 จอมพลสฤษดิ์ตัดสินใจลงมือก่อรัฐประหารล้มรัฐบาลของ จอมพล ป. กำลังทหารบกและรถถังจำนวนมากเร่งเคลื่อนขบวนออกยึดเมืองหลวงแบบสายฟ้าแลบ

“ขนาดพลตำรวจเอกเผ่า เจ้าของฉายา ‘บุรุษเหล็กแห่งเอเชีย’ ที่ว่าเตรียมตัวมาอย่างดีก็ไม่อาจดำเนินการโต้ตอบเป็นรูปธรรม เพราะสำนักงานตำรวจกองปราบปรามตรงเขตสามยอดอันเป็นศูนย์บัญชาการของตนได้ถูกบุกยึดเป็นที่เรียบร้อยภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของการรัฐประหาร

“ด้านจอมพล ป. ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการตัวของคณะรัฐประหาร ทันทีที่ทราบข่าวการยึดอำนาจ นายกรัฐมนตรีวัย 60 ในเครื่องแบบทหารบกสีขาวได้รีบเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลด้วยรถซีตรองพร้อมกับร้อยตำรวจเอกชุมพล โลหะชาละ นายตำรวจประจำตัว ฉาย วิโรจน์ศิริ เลขานุการนายกรัฐมนตรี และ พันโท บุลศักดิ์ วรรณมาศ นายทหารคนสนิท

“จุดหมายแรกของ จอมพล ป. คือบ้านชิดลมเพื่อมาเอาเงินสดราว 20,000 บาท ติดตัวไปด้วย หลังจากนั้น จึงค่อยแวะหา ดร.รักษ (สามีของจีรวัสส์) แถวสี่แยกอโศก แล้วมุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรปราการ

“เมื่อรถของจอมพล ป. แล่นผ่านอำเภอสัตหีบ อันเป็นฐานที่ตั้งของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของบุตรชาย ผู้เป็นบิดากลับไม่คิดขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด

“‘พี่สงค์ (พลเรือโท ประสงค์ พิบูลสงคราม) เขาเป็นใหญ่ที่กองทัพเรือนะคะ เป็นถึง ผบ.นาวิกโยธิน ตอนรัฐบาลสหรัฐจะให้อาวุธ เขาบอกเลยนะว่า ถ้าเผื่อไม่ใช่ลูกของท่านจอมพล ป. เค้าไม่ให้อาวุธ เพราะฉะนั้น จึงต้องให้พี่สงค์มาเป็น ผบ.นาวิกโยธิน แล้วตอนที่คุณพ่อหนี พี่สงค์รออยู่ที่นาวิกโยธินแล้วด้วย ตั้งใจเลยว่าถ้าคุณพ่อแวะเข้ามา เขาจะทำการต่อต้านรัฐประหารพร้อมรบกับจอมพลสฤษดิ์

“‘แต่คุณพ่อแค่ขับรถผ่านสัตหีบแล้วตรงไปกัมพูชาเลย ป้ามาทบทวนก็คิดว่า คุณพ่อคงไม่อยากให้พี่สงค์เดือดร้อน เพราะกำลังของพี่สงค์ทำอะไรไม่ได้หรอก สู้ไปก็มีแต่แพ้ แม้แต่ทหารเรือ พวกเขา (คณะรัฐประหาร) ก็คุมอยู่’

“จอมพล ป. เดินทางฝ่าสายฝนตลอดทั้งคืน พอเช้าวันที่ 17 กันยายน ก็ถึงแหลมงอบ อำเภอไพลิน จังหวัดตราด ก่อนใช้เงิน 2,000 บาท เช่าเรือประมงขนาดเล็กเพื่อโดยสารข้ามฝั่งไปเกาะกง ประเทศกัมพูชา

“ณ ท่าเรือไม้ริมอ่าวไทยที่แหลมงอบ จอมพล ป. เดินย่ำผืนแผ่นดินบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนต้องอำลาไปแบบไม่มีวันได้กลับมาอีกตราบจนสิ้นลมหายใจ”

………………

ปราปต์ บุนปาน

บทความก่อนหน้านี้‘ครูปรีชา’เตรียมเดินหน้าร้องขอความเป็นธรรมกระทรวงยุติธรรม
บทความถัดไป‘ราเยวัช’ลั่น’ช้างศึก’ป้องแชมป์’คิงส์คัพ’-เข้าแคมป์มื้อแรกแล้ว-‘ฉัตรชัย’ได้ลูกสาว