ตั้งคำถามกับเพื่อนสองสามคนว่า “อนาคตไทย อนาคตใหม่” หรือ “อนาคตใหม่ อนาคตไทย” ได้รับคำตอบด้วยเสียงหัวเราะเฮฮา ว่าอนาคตไทย คืออดีต ด้วยเหตุการณ์ย้อนยุคมาเรื่อย วันนี้ คนไทยทั่วหัวระแหงย้อนไปสู่ยุคพระนารายณ์ “ออเจ้า” แห่งบุพเพสันนิวาส เป็นแถว
คำว่า “อนาคตใหม่” คือชื่อพรรคการเมืองที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม เป็นการรวมกลุ่มของคนรุ่นใหมมีนโยบายที่จะทำให้ประชาชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม พัฒนาคุณภาพชีวิต เข้าถึงทุนและทรัพยากร ทำลายระบบผูกขาดที่ประชาชนไร้อำนาจต่อรอง รวมถึงพัฒนาสวัสดิการรับรองการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้ทุกคนอย่างถ้วนหน้า และต่อต้านการสรรหานายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
พรรคอนาคตใหม่ มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นผู้จดแจ้งการตั้งพรรค ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวม 26 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ทำงานด้านองค์กรอิสระ ผู้บริหารบริษัท อาจารย์มหาวิทยาลัย นักเขียน นักศึกษา และอื่นๆ
ทุกพรรคการเมืองที่จดทะเบียนจัดตั้งพรรค ทั้งที่มีรายชื่อหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการพรรค และที่มีแต่ชื่อผู้ก่อตั้งพรรค จะเริ่มประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และหาสมาชิกให้ครบจำนวนตามกำหนดตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนเป็นต้นไป ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติคงปลดล็อกการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปกับรายละเอียดอื่น เพื่อให้พรรคการเมืองเดินหน้าต่อไป
นับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ประเทศไทยเริ่มมีพรรคการเมือง และกฎหมายพรรคการเมือง เมื่อก่อนผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค รวมทั้งนายกรัฐมนตรี
วันนี้ กฎหมายแม้ยังบังคับให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรค แต่ไม่บังคับให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสังกัดพรรคการเมือง อาจมาจาก “คนนอก” ทั้งที่พรรคการเมืองเสนอชื่อเมื่อส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง หรืออาจเสนอคนนอกได้ ตามกฎหมาย
การเลือกตั้งหากมีตามกำหนด คือเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พรรคการเมืองที่สมาชิกพรรคมีโอกาสได้รับเลือกตั้งแบ่งเป็นสองพวก คือต่อต้านการมีนายกรัฐมนตรีคนนอก กับเห็นด้วยให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก
เช่นพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยังแบ่งรับแบ่งสู้ ด้วยเหตุผลว่า หากต้องร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จะสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก
ขณะที่นายกรัฐมนตรีจากคนนอก ระบุว่าคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
เช่น พรรคประชาชนปฏิรูป ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งประกาศตัวมาตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่
ประเทศไทยหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ในปี 2562 จะเข้าสู่ปีที่ 4 มีการเลือกตั้ง นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2561 เป็นต้นไป ทุกพรรคการเมืองต้องประกาศผู้เป็นกรรมการพรรค ตั้งแต่หัวหน้าพรรค เลขานุการพรรค และตำแหน่งสำคัญ ทั้งต้องมีสมาชิกสนับสนุนด้านการเงินคนละ 1,000 บาท ครบ 500 คนแรก และ 10,000 คน ต่อไปตามกำหนด
จนเมื่อกำหนดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงจะได้รับทราบว่าพรรคใดส่งรายชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องส่งทุกพรรค ถึงวันนั้น ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจะทราบว่า พรรคใดส่งใครเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่น่าจะพ้นไปจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คนหนึ่งแน่นอน ส่วนจะมีใครอื่นอีก ต้องรอให้ถึงวันรับสมัครก่อน
หลังจากประกาศผลการเลือกตั้ง เสียงในหีบบัตรจะแจ้งเองว่า พรรคใดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล พรรคเดียว หรือสองพรรค หรือพรรคผสมหลายพรรค และมีใครเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อนั้นคนไทยจึงจะทราบถึงอนาคตไทยจะเป็นอนาคตใหม่ หรืออนาคตใหม่จะเป็นอนาคตไทย ให้ท่านผู้อ่านที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งช่วยบอกด้วยครับ
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์
