หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปริศนาธรรม : ...

ปริศนาธรรม : โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก

25.03.18 | 13:00 น.

ผู้ใช้นามว่า “คนเรียนน้อย” ถามมาว่า เคยได้อ่านที่ไหนจำไม่ได้ว่า พระพุทธเจ้าทรงโต้ตอบกับธิดานายช่างหูกผู้หลักแหลมมาก จนพระพุทธองค์ทรงจำนนถ้อยคำ ขอวานให้ผมช่วยค้นให้ด้วย
ขอเรียนว่า เรื่องทรงโต้ตอบกับธิดาช่างหูกนั้น มีอยู่จริงในคัมภีร์ระดับอรรถกถาชื่อ ธัมมปทัฏฐกถา (หรือชาวพุทธไทยเรียกกันทั่วไปว่า อรรถกถาธรรมบท) ส่วนที่พูดว่า “พระพุทธองค์ทรงจำนนถ้อยคำนั้น ไม่เป็นความจริงครับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาคุณเหนือใครๆ ในโลก ไม่มีทางจนมุมใครหรอกครับ

ลองอ่านเรื่องธิดาช่างหูกที่ผมนำมาเล่าให้ฟังแล้วท่านจะรู้เอง

เรื่องมีดังนี้ครับ คราวหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดประชาชนชาวเมืองอาฬวี ทรงแสดงธรรมเรื่องมรณัสสติ สอนให้นึกไว้เสมอๆ ว่า ชีวิตเราไม่ยั่งยืน ไม่ช้าไม่นานก็จักตายเป็นแน่ เพราะฉะนั้นควรเจริญมรณัสสติ คือรำลึกถึงความตาย ยอมรับความเป็นจริงเสียแต่บัดนี้ ถึงคราวตายจะได้ไม่หวาดสะดุ้ง

อาฬวี เป็นเมืองเล็กๆ (ไม่รู้เล็กหรือใหญ่ ผมก็เดาส่งไปงั้นเอง ความรู้สึกมันบอกว่าน่าจะเล็ก) อยู่ระหว่างเมืองราชคฤห์กับเมืองสาวัตถี
ในบรรดาประสกสีกาผู้นั่งฟังเทศน์ครั้งนั้น มีสาวน้อยอายุ 16 ปี ธิดาช่างหูกรวมอยู่ด้วย เธอประทับใจในคำสอนของพระพุทธองค์มาก ได้เจริญมรณัสสติเรื่อยมาตั้งแต่วันนั้น
กาลเวลาผ่านไปสามปี พระพุทธองค์เสด็จมาโปรดชาวเมืองอาฬวีอีกครั้ง หญิงสาวดีใจมากที่จะมีโอกาสฟังธรรมจากพระองค์อีก แต่บังเอิญว่าวันนั้นบิดาของนางจะต้องทอผ้าที่ลูกค้าสั่งไว้ให้เสร็จตามกำหนด สั่งให้ลูกสาวกรอด้ายหลอดสำหรับทอผ้าเสร็จแล้ว ให้นำไปให้ที่โรงทอผ้า
นางรีบกรอด้ายให้เสร็จแล้วรีบไปฟังธรรมก่อนนำไปให้บิดาที่โรงทอผ้า ขณะนั้นพระพุทธเจ้าประทับนั่งนิ่งท่ามกลางพุทธบริษัทรอนางมาถึง
การเสด็จมาเยือนเมืองอาฬวีครั้งนี้มุ่งมาโปรดธิดาช่างหูกโดยเฉพาะ เนื่องจากทรงเล็งเห็นด้วยพระญาณว่า ทันทีที่ฟังเทศน์จบ นางก็จะได้บรรลุโสดาปัตติผล เมื่อนางยังมาไม่ถึงพระองค์จึงมิได้เริ่มเทศน์ คงประทับนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครกล้ากราบทูลอะไร
ธิดาช่างหูกเข้าไปถวายบังคมพระพุทธองค์ตรัสถามว่า
“แม่สาวน้อย เธอมาจากไหน”
“ไม่ทราบ พระเจ้าข้า” นางตอบดังหนึ่งเล่นลิ้น
“เธอจะไปไหน”
“ไม่ทราบ พระเจ้าข้า”
“เธอไม่ทราบหรือ”
“ทราบ พระเจ้าข้า”
“เธอทราบหรือ”
“ไม่ทราบ พระเจ้าข้า”

ประชาชนส่งเสียงพึมพำไม่พอใจ อะไรกัน หญิงสาวคนนี้บังอาจพูดเล่นลิ้นกับพระพุทธเจ้าเชียวเรอะ พระพุทธองค์ทรงให้ประชาชนเงียบเสียง ตรัสถามเหตุผลที่นางตอบพระองค์กลับไปกลับมา

Advertisement

นางกราบทูลว่า พระพุทธองค์ทรงมีพระปัญญาล้ำเลิศ ย่อมทรงทราบอยู่แล้วว่า คนอย่างนางมาจากไหน และจะไปไหน ที่พระองค์ตรัสถามนั้นคงมิใช่ความหมายธรรมดา คงจะเป็น “ปริศนาธรรม” อะไรสักอย่าง เพราะฉะนั้นเมื่อพระองค์ถามว่ามาจากไหน และจะไปไหน คงทรงหมายถึงว่า นางมาจากไหนจึงมาเกิดเป็นธิดาช่างหูก และตายแล้วจะไปเกิดที่ไหน จึงกราบทูลไปว่า ไม่ทราบ เมื่อทรงถามว่า ไม่ทราบหรือ คงหมายความว่า ไม่ทราบหรือว่าจะต้องตาย จึงกราบทูลไปว่า ทราบ ครั้งตรัสถามว่า ทราบหรือ คงหมายความว่า ทราบหรือว่าจะตายในวันใด จึงกราบทูลไปว่า ไม่ทราบ

เมื่อนางเฉลยปริศนาเสร็จ พระพุทธองค์ทรงประทานสาธุการ (พูดง่ายๆ ว่าชมนั่นแหละ) แล้วทรงหันไปรับสั่งกับบรรดาประสก สีกา ที่พึมพำด้วยความไม่พอใจเมื่อตอนแรกว่า พวกเธอไม่เข้าใจนัยแห่งปริศนาที่ตถาคตโต้ตอบกับนางกุลธิดา จึงนึกตำหนินางว่า พูดเล่นลิ้นกับเราตถาคต คนไม่มี “ตาคือปัญญาย่อมจะมืดบอดอย่างนี้แหละ” และตรัสโศลกสั้นๆ บทหนึ่งว่า

อนฺธภูโต อยํ โลโก ตนุเกตฺถ วิปสฺสติ
สกุโณ ชาลมุตฺโตว อปฺโป สคฺคาย คจฺฉติ
โลกนี้มืดมน น้อยคนจะเห็นแจ้ง

น้อยคนจะไปสวรรค์ ดุจนกติดข่ายน้อยตัวจะหลุดรอดไปได้

ครับ จริงดังว่า สมัยนี้โลกช่างมืดมน คนช่างมืดบอด เมินสวรรค์นิพพานกันหมด เกี่ยวก้อยกันเดินสวนทางพระเทวทัตกันครึกครื้น ทั้งสมีและสีกา
พระเทวทัตท่านใช้กรรมเสร็จแล้วเดินขึ้นจากอเวจี ขณะที่คนอีกมากมายมุ่งหน้าไปทางนั้น