แม้ว่าด่าน 500 สมาชิกพรรคจะหนักหนาสาหัส แต่ที่หนักหนาสาหัสที่สุดสำหรับพรรคการเมือง ไม่ว่าใหม่ ไม่ว่าเก่า
1 คือ ด่านไพรมารีโหวต
และ 1 คือ ด่าน 350 เขต และด่าน 150 ระบบบัญชีรายชื่อ รวมแล้วก็คือ 500 คนจากทั้ง 2 ระบบเลือกตั้ง
มั่นใจได้เลยว่าพรรคการเมือง “เก่า” มีเพียง 4-5 พรรคเท่านั้นที่จะผ่าน
แน่นอน 2 พรรคการเมืองใหญ่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ต้องส่งลงสมัครทั่วประเทศแน่นอน ตามมาด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา
ขณะที่พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ก็อาจไม่แน่
กล่าวสำหรับพรรคการเมืองใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าจะส่งครบทุกเขต เช่นเดียวกับ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชาชนปฏิรูป
350 เขต และ 150 บัญชีรายชื่อต่างหากคือด่านหิน
ทําไมจึงให้เครดิตเฉพาะ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติพัฒนา ขณะที่ดูเหมือนจะละเลย พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล
นั่นอาจเป็นผลสะเทือนจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540
การเลือกตั้งตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ไม่เพียงแต่ทำให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่มีเพียง 2 พรรคโดยพื้นฐาน
นั่นก็คือ พรรคไทยรักไทย กับ พรรคประชาธิปัตย์
กระนั้น การดำรงอยู่ของพรรคประชาธิปัตย์ก็เริ่มสะท้อนลักษณะ “ภาค” อย่างเด่นชัด คือ เป็นพรรคของภาคใต้ ขณะที่พื้นที่ กทม.และภาคกลางเป็นเขตแย่งชิงต่อเกือบทุกพรรคการเมือง
ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ก็เริ่มมีลักษณะเป็นพรรคระดับจังหวัด โดยพรรคภูมิใจไทยมีจุดเด่นที่บุรีรัมย์ พรรคชาติไทยพัฒนามีจุดเด่นที่สุพรรณบุรี พรรคชาติพัฒนามีจุดเด่นที่นครราชสีมา พรรคพลังชลมีจุดเด่นที่ชลบุรี
นี่คือความเป็นจริงที่จำเป็นต้องยอมรับ
การเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แม้รัฐธรรมนูญจะมีเป้าประสงค์ในการแยกสลายพรรคการเมืองใหญ่อย่างไร
แต่ด้านหลักยังเป็นการต่อสู้ระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาธิปัตย์
เมื่อระบบการเลือกตั้งมีเพียง 1 บัตรและอาศัยคะแนนจาก 1 บัตรเป็นอุปกรณ์ในการคิดคำนวณระบบบัญชีรายชื่อ
พรรคการเมืองย่อมเน้น “ระบบเขต” เป็นด้านหลัก
ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าพรรคชาติพัฒนา ไม่ว่าพรรคพลังชล ย่อมวางน้ำหนักไปยัง “350 เขต”
ความหวังของพรรคอันดับ 3 อันดับ 4 อาจอยู่ที่ “บัญชีรายชื่อ”
แต่ถ้าพรรคการเมืองใหม่พรรคใดสามารถทะยานไปแย่งชิงก้อนเนื้อชิ้นใหญ่ 350 เขตกับ 2 พรรคใหญ่ได้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์สำคัญ
แนวโน้มของ “การเลือกตั้ง” ต้องแปรเปลี่ยนแน่นอน
จากนี้เป็นต้นไป แสงแห่งสปอตไลต์ย่อมฉายจับไปที่การคัดสรรผู้สมัครไม่ว่าจะเป็น 350 เขต ไม่ว่าจะเป็น 150 บัญชีรายชื่อ
มีกี่พรรคการเมืองที่จะตีฝ่าไปได้
จะอ่านเกมการเมืองแต่ละพรรคจำเป็นต้องมองทะลุจำนวน 350 เขต 150 บัญชีรายชื่อไป ขณะที่ผลการเลือกตั้งยังเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง
นี่คือ จังหวะก้าวที่ไม่ควรปล่อยให้ผ่านเลย

