ห่วงป่วน โดย นฤตย์ เสกธีระ

แฟ้มภาพ

ทำไมเมื่อฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อก ฝ่าย คสช.จึงแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองขึ้นมาทันที

ฝ่ายความมั่นคงจะออกมาขานรับเป็นทอดๆ ว่า เกรงว่าบ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวาย

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อ พ.ร.ป.พรรคการเมืองประกาศใช้ และมีข้อกำหนดให้พรรคการเมืองต้องทำนั่นทำนี่

พรรคการเมืองใช้ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นเหตุผล

เรียกร้อง คสช.ให้ปลดล็อกได้แล้ว 

ปลดล็อกในที่นี่หมายถึงยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม

ขอทำกิจกรรมเพื่อสำรวจสมาชิก เก็บเงินอุดหนุนจากสมาชิก เลือกตั้งกรรมการบริหาร หัวหน้า เลขาฯ และอื่นๆ

ปรากฏว่า หลังจากฝ่ายการเมืองรุกเร้า ฝ่ายความมั่นคงต่างออกมาปฏิเสธคำขอ

ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ทั้ง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาฯ คสช. ต่างออกมาประสานเสียง

ยังพบกลุ่มเคลื่อนไหว สถานการณ์ยังไม่สงบ

ยังไม่ถึงเวลาต้อง “ปลดล็อก”

ในเวลาใกล้เคียงกันนั้น ได้ปรากฏพบอาวุธหรืออะไรเนี่ยแหละที่กลายเป็นเหตุผลของ คสช.

เหตุผลสนับสนุนให้ คสช.ไม่ปลดล็อก

เมื่อฝ่าย คสช.ไม่ยอม ฝ่ายการเมืองก็ตั้งคำถาม แล้วจะเอายังไงกับกฎกติกาที่ “แม่น้ำ 5 สาย” กำหนดมา

สุดท้ายมาลงเอยที่คำสั่ง คสช.ที่ขยายเวลาข้อบังคับ พ.ร.ป.พรรคการเมืองในบทเฉพาะกาลออกไปจนถึงเดือนเมษายน

และคำสั่งดังกล่าวก็กลายเป็นเหตุผลของ สนช.ที่อ้างว่า ร่าง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ต้องขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 90 วัน

ทำให้การเลือกตั้งต้องขยับออกไปอีก

ขยับจากเดือนพฤศจิกายนปีนี้ไปเป็นกุมภาพันธ์ปีหน้า

วันนี้กาลเวลาย่างเข้าสู่ปลายเดือนมีนาคม และคืบคลานไปยังเดือนเมษายน

ใกล้เวลาที่พรรคการเมืองจะต้องทำตามกติกาที่ คสช.ออกคำสั่ง

พรรคการเมืองที่รอคอยวันเวลาเริ่มขยับทวงถามอีกครั้ง

คสช.จะปลดล็อกให้ได้แล้วหรือยัง?

คาดว่าคำถามดังกล่าว บรรดาพรรคการเมืองเดิมจะสอบถาม กกต.ในการประชุมวันที่ 28 มีนาคมนี้

เป็นคำถามที่ไม่แตกต่างจากที่เคยถามเมื่อหลายเดือนก่อน

ในจังหวะที่คำถามนี้เริ่มดังขึ้น ความห่วงใยจาก คสช.ก็ดังตามมาอีกคำรบ

พล.อ.ประยุทธ์แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การเมืองที่กำลังจะวุ่นวาย

หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ จะเลือกตั้งกันได้อย่างไร

เป็นความห่วงใยที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับความต้องการ “ปลดล็อก”

เป็นความบังเอิญที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จนคะเนได้ว่า สถานการณ์บ้านเมืองเราขึ้นอยู่กับคำร้องขอของฝ่ายการเมือง

หากฝ่ายการเมืองยังไม่ร้องขอเรื่อง “ปลดล็อก” สถานการณ์บ้านเมืองก็แลดูเป็นปกติ

แต่เมื่อใดที่เริ่มมีเสียงสอบถามว่า เมื่อไหร่จะปลดล็อก

สถานการณ์บ้านเมืองก็จะน่าห่วงขึ้นมาทันที

น่าห่วงทุกครั้งที่จะกลับไปเป็นประชาธิปไตย

……………….

นฤตย์ เสกธีระ maxlui2810@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทนายรณณรงค์พร้อมญาติเหยื่อร้องกองปราบตั้งชุดทำงานคลายคดียิงผญบ.ท่ายาง
บทความถัดไปการ์ตูนรุทธ์ ประจำวันที่ 27 มี.ค. 61