คลองไทย‘ไม่ใช่นโยบายรัฐบาล’ทั้งที่ประชาชนต้องการหวังดีกับรัฐบาล สุดท้ายจะไม่ทำใช่ไหม? : ณรงค์ ขุ้มทอง

กระแสเรียกร้องของคนใต้ และคนไทยบางส่วน มีความต้องการที่จะให้นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งกรรมการแห่งชาติ เพื่อศึกษาความคุ้มทุนของโครงการคลองไทย ดังกระหึ่มมาเกือบ 2 ปีเต็ม โดยมีกลุ่มคนรวมตัวกันเป็นสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา มี พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขามูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกสมาคม

ย้อนไปดูว่าทำไมคนภาคใต้หยิบโครงการคลองไทยมาเสนอรัฐบาลนี้ เพราะเห็นว่าเป็นโครงการดีน่าสนใจและมั่นใจว่ารัฐบาลนี้น่าจะเป็นที่พึ่งของประชาชน ตามที่นายกฯประยุทธ์ได้เคยมีคำสั่ง ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาและทำความเข้าใจ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจตามหลักประชาธิปไตย

สมาคมคลองไทยทำการศึกษาเบื้องต้นโครงการคลองไทย พร้อมรวบรวมมุมมองจากต่างชาติผ่านงานวิจัยต่างๆ การประชุมในระดับนานาชาติซึ่งเขามองคลองไทยเป็นเชิงบวก อีกประเด็นมักจะมีข่าวลือต่างๆ นานาทั้งในและต่างประเทศว่าโครงการคลองไทยมันเกิดขึ้นยากเพราะมีหลายประเทศขัดขวาง บางกระแสบอกว่าเกิดยาก มีต่างชาติจ่ายเงินให้กับคนไทยบางกลุ่มมาโดยตลอดเช่นกัน

อีกเหตุผลหนึ่งภาคใต้ยุคนี้ไม่มีปลา ไม่มีแร่ ไม่มีป่าไม้ มียางพารา ปาล์มน้ำมันก็ไม่สามารถพึ่งพาได้ มีแต่การท่องเที่ยวเท่านั้นที่พอพึ่งพาได้ แต่รายได้จะกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว ยิ่งนักท่องเที่ยวมามากเท่าไหร่ความเสื่อมโทรมแหล่งท่องเที่ยวก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เราควรมีทางเลือกอื่นเพื่อเป็นตัวเสริมรายได้เข้าประเทศ

การจัดกิจกรรมเชิงวิชาการ ให้ความรู้กับประชาชนในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับชาติ เพื่อให้ความรู้กับประชาชนที่หลากหลาย รับฟังกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ และล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2561 ที่ ม.รังสิต ก็เป็นอีกเวทีหนึ่งที่ต้องการให้รัฐบาลมั่นใจว่าการหยิบโครงการนี้ขึ้นมาศึกษาเชิงลึก มันเป็นความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และปราศจากผลประโยชน์ที่แอบแฝง

อยากกราบเรียนผ่านไปยังท่านนายกฯประยุทธ์ว่า สมาคมคลองไทย 5 จังหวัด และประชาชนที่ลงชื่อพร้อมเลข 13 หลักที่เสนอผ่านผู้ว่าราชการ 5 จังหวัด ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าสมาคมและประชาชนกลุ่มนี้ คิดดี หวังดีต่อรัฐบาลและประเทศชาติ แต่ทำไมท่านนายกฯ
ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงนิ่งเฉย มีอะไรที่ทำให้ท่านไม่กล้าตอบรับความต้องการของประชาชน หรือให้ประชาชนมาพบท่านที่ทำเนียบรัฐบาล หรือท่านไม่ต้องการกองหนุนจากพวกเราชาวภาคใต้ หรือสมาคมคลองไทย หรืออย่างไร

คลองไทยมีปัจจัยที่สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่อยากฝากไปยังคนไทยและผู้รู้ทั้งประเทศว่า ถึงเวลาที่คนไทยต้องตั้งสติมาช่วยกันคิดช่วยกันสนับสนุนรัฐบาลเป้าหมาย คือชาติไทยของเรา สมาคมคลองไทยต้องการให้ศึกษาเชิงลึกโครงการนี้ว่าคุ้มหรือไม่คุ้มเท่านั้น อย่าเอาประวัติศาสตร์มาทำลายความหวังและอนาคตของชาติและลูกหลานอย่าเอาความคิดหรือสมมุติฐานมาขัดขวางความก้าวหน้าของชาติเพราะวันเวลามันเปลี่ยนไป

ประเด็นความมั่นคงของรัฐ ตามที่กองทัพเรือสรุปมาก็เป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม แต่การพัฒนาประเทศ และองค์ประกอบไม่ควรนำประเด็นความมั่นคงมาเป็นตัวชี้วัดอนาคตของประเทศในยามที่โลกมีการแข่งขันทางการค้า ในสมัยรัชกาลที่ 5 เราก็เสียดินแดนมากมาย ใช่แต่เราเสียเราก็มีได้เหมือนกัน โลกปัจจุบันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับยุคล่าอาณานิคม วาทกรรม ความมั่นคง คือปีศาจร้ายที่หลอกหลอนคนไทย รัฐบาลไทย ทหารไทย มาร่วม 100 ปี, การนำข้อมูลเชิงวิตกจริต นึกเองคิดเอง ปราศจากการสำรวจเชิงลึก น่าจะไม่ใช่คำตอบ

อยากย้ำเตือนคนไทย รัฐบาลไทย ทหารไทยอย่ากลัว อย่าขี้ขลาดจนเกินเหตุ ย้อนกลับไปดูบรรพบุรุษที่สร้างบ้านสร้างเมืองเป็นตัวอย่างของความกล้าหาญบ้างน่าจะดี คลองไทยถ้าเกิดขึ้นจริง คนไทยฉลาดพอที่จะบริหารจัดการ รักษาความสมดุล อำนาจทางทะเลได้อย่างแน่นอน อยากฝากผู้มีอำนาจและผู้เกี่ยวข้อง อย่าคิดและตัดสินใจโดยปราศจากข้อมูลที่เป็นจริง เพราะประเทศนี้ไม่ใช่ของใครคนหนึ่งคนใด เป็นของคนไทยทุกคน

แน่นอนทุกอย่างย่อมส่งผลทั้งบวกและลบ แต่ต้องพิสูจน์ปราศจากการตั้งธงไว้ก่อนแล้ว

ผู้เขียนได้ศึกษาข้อมูลของท่านพลเรือเอก จุมพล ลุมพิกานนท์ แล้วมีประโยชน์มาก แต่อีกมุมมองทั้ง 8 ประเด็น ไม่น่าจะใช่ว่าคนไทยไม่สามารถบริหารจัดการได้ เป็นประเด็นขลาดกลัวมากกว่า เป็นประเด็นที่คิดขึ้นมาเป็นอุปสรรคมากกว่าการสร้างสรรค์ ควรตั้งเป้าเพื่อนำชาติก้าวสู่ผู้มีอำนาจในการเดินเรือ/มีรายได้/มีการสร้างงาน/คลองไทย มีขึ้นเมื่อไหร่จะส่งผลให้ไทยมีบทบาทมีอำนาจในการต่อรอง แล้วเราไปกลัวอะไร

ยุคนี้ไม่ใช่ใครจะข่มเหงรุกรานใครได้เสียเมื่อไหร่ มันถ่วงดุลกันทั่วโลก สุดท้ายการบริหารผลประโยชน์ที่ลงตัวต่างหาก อันนี้คนไทยเก่งฉลาด ยกเว้นที่มีคนแกล้งโง่และขี้ขลาดเท่านั้น ยุคนี้ควรเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยไปสู่ยุคของการสร้างอำนาจเพื่อการต่อรอง อย่าวางตัวแบบเรือสองแคม

ตลอดเวลาเกือบ 2 ปี สมาคมคลองไทยได้สอบถามความคิดเห็น ความต้องการและความกังวลของประชาชน 5 จังหวัด ที่คาดว่าแนวคลองพาดผ่านในเชิงสำรวจความคิดเห็นเบื้องต้น (ดังตารางที่แนบ)

แบบสอบถามนี้เป็นแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชน มีจำนวน 15 ข้อ จะมีลักษณะคำถามบ่งเป็นด้านความรู้ ด้านการสร้างประโยชน์และรายได้ ด้านผลกระทบ ด้านการลงทุน และด้านการสนับสนุนเกี่ยวกับคลองไทย เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในการสำรวจความคิดเห็นและการแปลความหมายของคำถามแต่ละข้อ และเป็นการอธิบายถึงสรุปผลความคิดเห็นของประชาชนในการขุดคลองไทยเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ของภาพรวมทั้ง 5 จังหวัด ในพื้นที่ที่คาดว่าคลองไทยพาดผ่าน จึงขออธิบายดังนี้

ข้อที่ 1 และข้อที่ 2 เป็นคำถามเกี่ยวกับความรู้เรื่องคลองไทย ซึ่งการตอบแบบสอบถามเป็นเพียงแสดงถึงพื้นฐานความรู้ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งถ้าผู้ตอบแบบสอบถามมีความรู้มากจะมีผลต่อการตัดสินใจตอบคำถามในข้อต่างๆ ถ้าผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความคิดเห็นในระดับมากแสดงว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความรู้ดีจะทำให้คำตอบเป็นที่น่าเชื่อถือ ถ้าระดับน้อยความน่าเชื่อถือในการตอบจะน้อย แต่จากการสรุปผลของผู้ตอบแบบสอบถาม ข้อที่ 1 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง และในข้อที่ 2 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก แสดงว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องคลองไทยในระดับที่น่าเชื่อถือได้

ข้อที่ 3 และข้อ 4 เป็นคำถามเกี่ยวกับประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและรายได้ ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามได้ตอบคำถามข้อ 3 และข้อ 4 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (3.76 และ 3.84) ทั้งสองข้อ หมายความว่าผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าถ้ามีการขุดคลองไทยจะทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ประเทศชาติและสร้างรายได้
ให้แก่ประชาชนอย่างมากจะทำให้เกิดผลดีแก่ประเทศชาติ

ข้อ 5 เป็นคำถามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความมั่นคงของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.28 อยู่ในระดับปานกลาง แสดงว่าการขุดคลองไทยจะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับปานกลาง

ข้อ 6 เป็นคำถามเกี่ยวกับความเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการขนส่งทางทะเล ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามให้ความคิดเห็นอยู่ที่ค่าเฉลี่ยในระดับมาก (3.99) หมายความว่าผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าถ้ามีการขุดคลองไทยจะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาประเทศเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการขนส่งทางทะเลของภูมิภาคและของโลกได้

ข้อ 7-11 เป็นคำถามเกี่ยวกับด้านผลกระทบทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ด้านความเป็นอยู่ของประชาชน ด้านการท่องเที่ยว ด้านความมั่นคง ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่ง 2.70 ข้อ 9 ค่าเฉลี่ย 2.58 ข้อ 10 ค่าเฉลี่ย 2.34 ข้อ 11 ค่าเฉลี่ย 2.36 หมายความว่าถ้ามีการขุดคลองไทย จะมีผลกระทบมากที่สุดคือด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ที่ค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง ซึ่งเป็นผลกระทบในระดับที่ประชาชนสามารถยอมรับได้ ในด้านความเป็นอยู่ของประชาชน ด้านการท่องเที่ยว ด้านความมั่นคง ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะมีผลกระทบน้อยไม่มีผลต่อการขุดคลองไทย แต่จะเกิดผลดีต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวและการพัฒนาประเทศให้มีเศรษฐกิจดีขึ้นและช่วยให้ประเทศมีเศรษฐกิจมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ในอนาคต

ข้อ 12-13 เป็นคำถามเกี่ยวกับการลงทุนในการขุดคลองไทย ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นอยู่ในระดับปานกลาง คือค่าเฉลี่ย 2.82 และ 3.25 ตามลำดับ หมายความว่าประเทศไทยจะเป็นผู้ลงทุนเพียงผู้เดียวหรือให้ประเทศอื่นร่วมลงทุนด้วยขึ้นอยู่กับผลการศึกษาหรือการตัดสินใจของรัฐบาล แต่มีแนวโน้มค่อนข้างมากควรให้ต่างประเทศร่วมทุนด้วย

ข้อ 14-15 เป็นคำถามสรุปความคิดเห็นของประชาชนในการที่สนับสนุนให้รัฐบาลทำการศึกษาเชิงลึกถึงผลดีผลเสียของการขุดคลองไทยเพื่อการตัดสินใจและการสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการขุดคลองไทย ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นในระดับมากและมากที่สุด คือระดับ 4.18 และ 4.26 หมายความว่าผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยและสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการศึกษาเชิงลึกเพื่อตัดสินใจในการขุดคลองไทยและสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการขุดคลองไทยมากที่สุด ดังนั้นหากรัฐบาลดำเนินการศึกษาวิจัยเชิงลึกหรือดำเนินการขุดคลองไทย ประชาชนในพื้นที่บริเวณคาดว่าคลองไทยพาดผ่านทั้ง 4 จังหวัด จะสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่

คลองไทยไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลนี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องดีๆ ประชาชนมีความต้องการตามที่นายกฯประยุทธ์ให้ความสำคัญ แต่ดูเหมือนรัฐบาลกลับนิ่งเฉยและเฉื่อยชา และไม่ควรปฏิเสธ ควรเร่งรีบตอบสนองโดยปราศจากเงื่อนไขหรือคำสั่ง ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นเพียงวาทกรรมหลอกหลอนให้ประชาชนมีความหวังเพียงชั่วครู่ชั่วยาม

รู้ไหมเราในฐานะกองหนุน กำลังหมดกำลังใจหนุนแล้วนะจะบอกให้ หรือนายกฯตู่ ถูกผีอังกฤษและสิงคโปร์มาหลอกหลอนจนไม่กล้าคิดกล้าทำแม้กระทั่งตั้งกรรมการ ศึกษาเชิงลึก

นี่ถ้าขุด อะไรจะเกิดขึ้น สมาคมคลองไทย 5 จังหวัดขอยืนยันว่าเราปรารถนาดีต่อชาติต่อท่านนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยความรักและบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง

เพียงแต่กล้าทำกล้าตัดสินใจเท่านั้น ทำเพื่อชาติแล้วกลัวอะไร หรือถ้าไม่ใช่นโยบายของท่าน ท่านนายกฯจะไม่ทำใช่ไหม

ณรงค์ ขุ้มทอง
ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณ และโรงเรียนดาวนายร้อย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เมื่อ ‘ดิฉัน’ ไปเกณฑ์ทหารปี 61
บทความถัดไปโลกใบเดียว สุขภาพหนึ่งเดียว ตายลูกเดียว : ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา