วันนี้ 6 เมษายน วันจักรี เป็นวันสถาปนากรุงเทพมหานครครบรอบ 236 ปี ซึ่งประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึงรัชกาลนี้ เป็นรัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไว้ ณ วันที่ 6 เมษายน พุทธศักราช 2560 เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน
วันนี้ 6 เมษายน พ.ศ.2561 ครบรอบ 1 ปีของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประเทศไทยกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เป็นอันว่า ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 มีผู้ยื่นขอจดทะเบียนขอตั้งพรรคการเมืองใหม่รวม 97 พรรค ไม่รวมกับพรรคการเมืองเดิม นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2561 ทุกพรรคการเมืองต้องยืนยันจำนวนสมาชิกให้ครบตามกฎหมายพรรคการเมือง 500 คนแรก ซึ่งต้องจ่ายค่าสมาชิกคนละ 1,000 บาท และจากนั้นภายในกำหนดเวลาต้องมีสมาชิกพรรคครบ 4 ภาค รวมทั้งสิ้นจำนวน 10,000 คน จึงเป็นพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ระหว่างรอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พรรคการเมืองทั้งพรรคเดิมและพรรคที่จดทะเบียนไปบ้างแล้ว ต้องดำเนินกิจกรรมทางการเมืองประชุมสมาชิกพรรคเพื่อเลือกตั้งผู้บริหารพรรคตามตำแหน่งที่กำหนด คือหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค โฆษกพรรค และตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งต้องมีการชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คนขึ้นไป เชื่อว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะยกเลิกคำสั่งนั้นและอีกหลายคำสั่งอันเป็นอุปสรรคในการดำเนินการทางการเมือง เพื่อให้พรรคการเมืองเดินหน้าต่อไป
วันนี้ แม้ยังมีกลุ่มเรียกร้องการเลือกตั้ง เรียกร้องเรื่องอื่นตามสิทธิ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในประเทศ ที่ใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยพึงมี ดังนั้น ผู้บริหารประเทศไม่ควรปิดกั้นเสรีภาพตามสิทธิพึงมีพึงได้ของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลเหล่านั้น หากไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย
วันนี้ คนไทยต่างใจจดใจจ่อกับกำหนดวันเลือกตั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามกำหมด “โรดแมป” คือเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับยังไม่ประกาศใช้ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีอุปสรรคอื่นใดที่ทำให้การเลือกตั้งเลื่อนแล้วเลื่อนอีก
แม้จะมีผู้ออกความเห็นทั้งเชื่อและไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปหรือไม่เป็นตามกฎหมายกำหนด
ขณะที่การคาดเดายังอยู่ที่น่าไม่เกินกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรืออาจจะเลื่อนออกไปอีกสองสามเดือน ซึ่งมีความเป็นไปได้มากกว่าการเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด
ระบอบประชาธิปไตย เป็นการปกครองที่เจ้าของคือประชาชนจะแสดงความคิดเห็นให้ผู้ที่แสดงตนเข้ามารับใช้ประชาชนในการเลือกตั้งเพื่ออาสาเข้าไปบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งที่เป็นรัฐบาล และเป็นฝ่ายค้านที่คอยจับตามิให้ฝ่ายบริหารทำผิดไปจากนโยบายที่ให้ไว้แก่ประชาชน และที่สำคัญอย่างยิ่ง คือต้องไม่เป็นผู้ฉ้อราษฎร์บังหลวง ด้วยเป็นผู้อาสาเข้ามารับใช้ชาติและประชาชนด้วยตัวเอง
ไม่ว่าผู้เป็นรัฐบาลขณะนี้ หรือตัวนายกรัฐมนตรีจะมีความปรารถนาบริหารราชการแผ่นดินต่อไปอีกกี่ปี จำเป็นต้องเข้ามาสู่ระบบการเลือกตั้ง หรือระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนได้เลือกด้วยตัวเองอันเป็นทางตรงและลับ ซึ่งเป็นวิถีแห่งประชาธิปไตย
ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นใคร การเข้ารับตำแหน่งให้สง่างามจึงควรมาจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองและพรรคการเมืองนั้นนำเสนอชื่อผ่านสมาชิกรัฐสภา
เพราะระบอบประชาธิปไตย ผู้จะมาเป็นหัวหน้าคณะบริหาร หรือนายกรัฐมนตรี ต้องเกิดจากระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยจอมปลอม หรือประชาธิปไตยแอบแฝง
ว่ากันตรงไปตรงมา ขอให้เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน แล้วประชาธิปไตยจะยั่งยืนในประเทศนี้

