คงจำได้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์สันติอโศกนั้น สมณะโพธิรักษ์ ประกาศว่า ได้แต่งเพลงไว้เพลงหนึ่งชื่อ “คนหยามฟ้าไม่หยาม”
ขณะนั้นพระคุณเจ้ารูปหนึ่งคือ พระมหาสุนทร เลขานุการเจ้าคณะภาค 4 สังกัดวัดสุทัศนเทพวราราม ใกล้ๆ เสาชิงช้า ปัจจุบันคือพระเทพปฏิภาณวาที (สุนทร ญาณสุนฺทโร) ประกาศออกมาบ้างว่าท่านเองก็แต่งเพลงหนึ่งโต้ตอบเพลงของโพธิรักษ์ ดูเหมือนจะตั้งชื่อว่า คนดีฟ้าไม่หยาม หรืออะไรทำนองนั้นแหละ ต้องขออภัยหลวงพี่สุนทร ผมมันคนความจำเสื่อม จำอะไรไม่ค่อยแม่น
มีคนถามผมว่า พระแต่งเพลงโต้ตอบกันได้หรือ ผมย้อนแกว่า อ้าว ทำไมล่ะ มีปัญหาอะไรหรือ มีสิ แกบอก มีศีลห้ามไว้มิใช่หรือว่า ห้ามพระเกี่ยวข้องกับเพลงดนตรีอะไรเหล่านี้ ครับเมื่ออ้างหลักฐานก็ต้องยกมาให้ดูกัน เพื่อหายสงสัย
ศีลข้อ 7 มีว่า “นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา เวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิ” (เราขอสมาทานสิกขาบทคือการงดเว้นจาก ฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี และดูการละเล่นต่างๆ)
ถ้าดูตามนี้ห้ามพระ (หรือคนที่ถือศีล 8) เกี่ยวข้องกับเพลงจริง แต่เกี่ยวข้องในฐานเป็นคนร้องเอง เพียงนึกสนุกจะแต่งเพลงธรรมะสักเพลงสองเพลงก็ไม่น่าจะผิดอะไร
เชื่อไหม พระพุทธเจ้าพระองค์ยังทรงเคยแต่งเพลงโต้ตอบกันมาแล้ว “ไม่เชื่อ” เสียงใครไม่รู้สวนทันทีเอ้าเชื่อ ผมจะเล่าให้ฟัง
ณ ลุ่มแม่น้ำคงคา มีมนุษย์เผ่านาคาอาศัยอยู่ ราชาของพวกนาคาได้แต่งเพลงปริศนาให้ธิดาของตนขับร้อง ล่องเรือไปตามลำน้ำ ร้องท้าทายให้คนตอบดูเหมือนประกาศด้วยว่า ถ้าหนุ่มคนใดแต่งเพลงโต้ตอบที่ไพเราะพอๆ กันและไขปริศนานั้นได้ถูกต้อง ราชา พวกนาคจะยกธิดาให้เป็นคู่ครอง
เหตุการณ์ผ่านไปเป็นเดือนเป็นปี ไม่มีหนุ่มหน้าไหนแต่งเพลงแก้ได้ เพลงที่ธิดานาคราชขับร้องนั้นมีใจความสั้นๆ ว่า
กิงสุ อะธิปะตี ราชา เป็นใหญ่ชนิดไหนจึงชื่อว่าพระราชา
กิงสุ ราชา ระชัสสิโร พระราชาชนิดไหนที่พระเศียรเปื้อนฝุ่น
กะถังสุ วิระโช โหติ พระราชาชนิดไหนไม่เปื้อนฝุ่น
กะถัง พาโลติ วุจจะติ คนชนิดไหนเรียกว่าคนพาล
เกนัสสุ วุยหะตี พาโล คนพาลถูกกระแสน้ำชนิดไหนพัดไป
กะถัง นุทะติ ปัณฑิโต บัณฑิตจะบรรเทาเบาบาง
โยคักเขมี กะถัง โหติ แก้ไขตนให้ปลอดภัยได้อย่างไร
ตัง เม อักขาหิ ปัณฑิโต ใครที่คิดว่าเก่งช่วยตอบฉันที
นักเพลงฉ่อยเพลงบอก นักกลอนประตูหน้าต่างสารพัดประเภททั้งหนุ่มและแก่ เห็นธิดานาคราชสวยหยดย้อยหยาดเยิ้ม ก็อยากจะได้มาครอบครองบ้าง จึงแต่งเพลงแก้ไปตามสติปัญญาของตน แต่ก็ถูกเธอปฏิเสธหมดว่าใช้ไม่ได้
เสียดายว่าท่านพี่โพธิรักษ์ เกิดไม่ทัน ไม่งั้นคงได้แต่งเพลงแก้ได้แน่ๆ “สีปาก” ระดับผู้แต่งเพลง “ผู้แพ้” อันฮิตติดอันดับและเพลง “โทน” อันลือลั่นมาแล้วคงรับประกันคุณภาพได้
ช่วงเวลานั้น พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านไปทางนั้นพอดี ทรงแต่งเพลงแก้มอบให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งไปขับตอบปรากฏว่า เป็นที่พออกพอใจของราชาพวกนาคและธิดาของท้าวเธอเป็นอย่างมาก จนกลายเป็น “ฮู๊เบ๊” (พระราชบุตรเขย) ในที่สุด โชคดีอะไรเช่นนั้น
เพลงพระพุทธเจ้านิพนธ์บทนั้นมีว่า
ฉัทวาราธิปะดี ราชา เป็นใหญ่เหนือทวารทั้งหกเรียกว่าพระราชา
ระชะมาโน ระชัสสิโร พระราชาที่มากราคะชื่อว่ามีพระเศียรเปื้อนฝุ่น
อะระชัง วิระโช โหติ พระราชาที่ไม่มากราคะชื่อว่าไม่เปื้อนฝุ่น
ระชัง พาโลติ วุจจะติ คนที่มากราคะเรียกว่าคนพาล
โอเฆนะ วุยหะตี พาโล คนพาลถูกกระแสกิเลสพัดไป
โยคา นุทะติ ปัณฑิโต บัณฑิตบรรเทากิเลสได้ด้วยความพากเพียร
สัพพะโยคะวิสังยุตโต แก้ไขตนให้พ้นกิเลสรึงรัดใจทุกชนิด
โยคักเขมีติ วุจจะติ จึงนับว่าทำตนให้ปลอดภัยได้จริง
หลักฐานพระไตรปิฎกหลายแห่งพูดถึงพระพุทธองค์ทรงแต่งกวีโต้ตอบบุคคลต่างๆ (ดังกวีโต้ตอบคนเลี้ยงโคชื่อธนิยะเป็นต้น) จะว่าไปแล้วก็คือบทเพลงนั่นเอง เรื่องเหล่านี้พระพุทธองค์ทรงกระทำบ่อยๆ เพราะเป็นวิธีการชักจูงคนเข้าหาธรรมะที่ดีวิธีหนึ่ง ถ้าศิษย์ตถาคตบางรูปจะแต่งเพลงธรรมะขึ้นมาบ้างก็ไม่ควรไปว่าท่าน
เออ ถ้าอยู่ๆ หลวงพี่แกเกิดมันในอารมณ์ฮัมออกมาว่า “ฟ้าดินแยกเราเท่าไรไม่ขาด ภพชาติพรากเราห่างกันไม่ได้ เมื่อบุพเพสันนิวาสมั่นหมายให้เจอ…” อะไรอย่างนี้แล้วค่อยว่ากัน

