มนุษย์คนหนึ่งลืมตาดูโลกแล้วมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ ปัญหาอุปสรรคของชีวิตทั้งการศึกษาเล่าเรียน หน้าที่การงาน อารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านระบบงานของตนเองที่ต้องกระทำร่วมกับผู้อื่นไปได้อย่างปลอดภัยตลอดชีวิตจนกระทั่งถึงวัยเกษียณจากการทำงานย่อมถือว่ามิใช่ธรรมดา
ผู้คนทั่วโลกที่ต้องมีหน้าที่การทำงานในระบบที่มีการประเมินการทำงานทั้งวันเวลา พฤติกรรมความเอาใจใส่ ใช้ความรู้ความสามารถ เสียสละอาจจะทั้งตนเองและครอบครัวชีวิตเพื่อความอยู่รอดทั้งของตนเองและระบบงานให้ดำเนินไปได้ด้วยดี แต่เมื่อถึงวันเวลาหนึ่งต้องยุติหน้าที่การงานของตนเองที่ได้กระทำมาเป็นเวลานานเพื่อใช้เวลาที่ยังคงอยู่ในชีวิตที่เหลือไปเพื่อการอื่น
เมืองไทยเรามีจำนวนประชากรทั้งประเทศที่ 66,194,545 คน ในปี พ.ศ.2561 ตั้งแต่ต้นปีมามีเด็กทารกเกิดใหม่จำนวน 190,656 คน ขณะเดียวกันก็มีคนไทยได้ตายหรือเสียชีวิตไปในวันเวลาดังกล่าว 149,434 คน ยังคงมีประชากรเพิ่มขึ้นจำนวน 41,222 คน ในจำนวนนี้มีคนแก่หรือผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 11,666,470 คน และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 7,842,311 คน (NEW หมายข่าว 9 เมษายน 2561)
สังคมไทยเราได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ในขณะนั้นมีผู้สูงอายุร้อยละ 10 ในปี พ.ศ.2557 มีผู้สูงอายุร้อยละ 15 ปี พ.ศ.2561 หรือปีนี้มีผู้สูงอายุร้อยละ 20 หมายถึงใน 5 คนมีผู้สูงอายุอยู่ 1 คน และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2574 หรืออีก 13 ปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุร้อยละ 28 หรือจะมีคนแก่คนชราผู้สูงอายุในเมืองไทยเราประมาณ 19 ล้านคน…
รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมาตรการสี่เรื่องเพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุ อาทิ การลดภาษีให้กับภาคเอกชนในการจ้างงาน สร้างที่พักให้ผู้สูงอายุโดยใช้ที่ดินในราชพัสดุทำบ้านประชารัฐ ผู้สูงอายุคนใดที่มีที่ดินสามารถนำไปจำนองกับธนาคารของรัฐบาลในวงเงินไม่เกินสิบล้านบาท โดยธนาคารจะจ่ายเงินเป็นรายเดือนให้ทุกเดือน และให้มีกองทุนบำนาญแห่งชาติ
ปัญหาของผู้สูงอายุหรือคนแก่ชราในอนาคตของบ้านเมืองในจำนวนที่เพิ่มขึ้นทำให้เราท่านได้มองเห็นถึงนัยยะต่างๆ อาทิ จำนวนเด็กหรือเยาวชนที่เกิดมาเพื่อรองรับระบบงานหรือความมั่นคงของรัฐในจำนวนที่น้อยทั้งตัวเลขและคุณภาพของประชากร การที่จะพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้ทันต่อความเจริญรุ่งเรืองเพื่อเทียบกับอารยประเทศยังคงเป็นทั้งคำถามและคำตอบของรัฐบาลที่จะต้องเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง
ข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราท่านได้รับรู้ในสังคมไทยเราในปัจจุบันก็คือ การที่ต้องนำแรงงานข้ามชาติทั้งถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมายเข้ามาเป็นแรงงานหลักๆ ยังคงอยู่ในระบบแรงงานในทุกจังหวัด สถานศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนกระทั่งระดับอุดมศึกษายังคงเป็นปัญหาทั้งการบริหารการศึกษาและคุณภาพของบัณฑิตที่ต้องออกไปทำงานให้กับประเทศชาติ
พฤติกรรมของเด็กเยาวชนไทยวัยรุ่นของเราทุกวันนี้ยังเป็นที่กังขาทั้งความใส่ใจในการศึกษาเล่าเรียน พฤติกรรมในชีวิตประจำวันทั้งการใช้จ่ายเงินทองของบรรพบุรุษ การใฝ่หาอาชีพที่เป็นที่ถนัดของตนเอง ความขยันหมั่นเพียรเรียนรู้สรรพศาสตร์วิชาเพื่อให้ตนเองอยู่รอดและช่วยเหลือประเทศชาติในเรื่องของภาษีอากรยังคงเป็นคำถามที่อาจจะหาคำตอบในปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน
กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีตัวเลขประมาณการของระบบค่าใช้จ่ายที่สามารถดำรงตนหลังเกษียณอายุของผู้สูงอายุไว้ โดยมีการคำนวณเงินที่ได้มีการปรับค่าด้วยอัตราเงินเฟ้อร้อยละสี่ต่อปีไว้เป็นที่น่าสนใจก็คือ หากผู้สูงอายุคนหนึ่งต้องการเงินใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 10,000 บาท หากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสิบปีจะต้องมีเงินเก็บหรือสำรองไว้ที่ 1.4 ล้านบาท หากมีชีวิตอยู่ต่อไปถึงอีกสิบห้าปีก็จะต้องมีเงินเก็บในตัวเลขที่ 2.4 ล้านบาท…
หรือถ้าหากผู้สูงอายุหนึ่งคนต้องการมีเงินค่าใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาท หากเขามีชีวิตหลังเกษียณต่อไปอีกสิบปีเขาจะต้องมีเงินสำรองไว้ใช้ในตัวเลขที่ 2.8 ล้านบาท หรือมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสิบห้าปีเขาจะต้องมีเงินเก็บเพื่อไว้ใช้ในตัวเลขที่ 4.8 ล้านบาท หรืออาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปหลังเกษียณแล้ว 25 ปี เขาจะต้องมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในตัวเลขที่ 10 ล้านบาท… (มติชนสุดสัปดาห์ 6-12 เมษายน 2561 หน้า 54)
ข้อมูลหนึ่งที่เราท่านรับทราบดีถึงฐานะทางเศรษฐกิจของคนไทยส่วนหนึ่งก็คือ มีคนรวยหรือมีฐานะดีในจำนวนสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าของที่ดินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของประเทศ ขณะเดียวกันประชาชนชาวบ้านเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ยังอยู่ในฐานะความยากจน บางคนไม่มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองอาจจะรวมถึงมิได้มีเงินทองเก็บฝากไว้กับธนาคารเพื่อใช้จ่ายในยามที่ตนเองไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานได้ ภาพหนึ่งที่เราท่านได้พบเห็นในสื่อที่นำเสนอในรอบปีที่ผ่านมาก็คือตายายบางคู่ชีวิตต้องอยู่ในบ้านที่มีสภาพความยากจน บางคนไม่มีแม้กระทั่งลูกหลานเพื่อเข้าช่วยเหลือดูแล หรือแม้กระทั่งภาพที่พบเห็นก็คือความยากลำบากของการเจ็บป่วยด้วยโรคบางประเภท…
คนไทยส่วนน้อยที่มีฐานะเศรษฐกิจระบบการเงินอยู่ในระดับดีมาก เขาเหล่านั้นก็มีทั้งนักธุรกิจ นักธนาคารการเงิน หรือแม้กระทั่งนักการเมืองบางคนที่ร่ำรวยส่งไปถึงฐานะของลูกหลานที่ไม่ต้องทำการงานใดก็มีอยู่มีกินไปตลอดชีวิต สิ่งหนึ่งที่เราท่านรับทราบก็คือการเปิดเผยทรัพย์สินของรัฐมนตรีบางคนมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน เขาเหล่านั้นได้มองไปเห็นถึงคุณภาพของคนแก่ชราผู้สูงอายุในวัยเดียวกับเขาด้วยหรือไม่
ภาครัฐในสังคมไทยเราก็มีความพยายามที่จะช่วยในเรื่องคุณภาพชีวิตของคนแก่คนชราหรือผู้สูงอายุในภาพรวม ขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดในหลากหลายเรื่อง อาทิ ข้อกฎหมายที่มีความชัดเจนไม่คลุมเครือหรืออาจจะต้องตีความในการปฏิบัติงานใช้ หน่วยงานภาครัฐก็ตอบสนองนโยบายที่จัดให้มีบ้านพักคนชราหรือผู้สูงอายุในจังหวัดต่างๆ ทั่วเมืองไทย คำถามหลากหลายที่มองไปยังการบริหารจัดการโดยภาครัฐทั้งจำกัดด้วยบุคลากร งบประมาณ ศาสตร์หรือสาขาที่เชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุให้มีความสุขทั้งกาย ใจ อารมณ์ สังคม ยังคงมีอยู่ในสภาพของปัญหาความเป็นจริง
ในขณะนี้มีทั้งนักธุรกิจไทยและชาวต่างชาติได้เห็นถึงปัญหาของคนแก่ชราผู้สูงอายุทั้งในสังคมไทยและสังคมโลกได้ใช้วิกฤตเป็นโอกาสก็คือได้เปิดสถานที่ดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร ขณะเดียวกันก็มีเงื่อนไขคือจำนวนตัวเลขที่เป็นเงินที่ผู้สูงอายุจำเป็นจะต้องจ่ายไปจนกระทั่งถึงวันตาย อาจจะมีคำถามที่ว่าคนแก่ชราผู้สูงอายุคนไทยเรามีจำนวนสักมากน้อยเพียงใดที่จะมีโอกาสเข้าไปใช้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ชีวิตในยามสุดท้ายของชีวิต…
ผู้เขียนและท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะได้ติดตามถึงนโยบายของรัฐบาลและแนวทางปฏิบัติที่สามารถจะใช้ได้ในความเป็นจริงของภาครัฐมาในหลายรัฐบาลก็คือโรงเรียนผู้สูงอายุที่เปิดกิจการอยู่ทั่วเมืองไทยเราทุกจังหวัด โดยมีกรมกิจการผู้สูงอายุเป็นแม่งานหลักมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 มีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายเพื่อประกาศใช้นำไปสู่การปฏิบัติที่ใช้ได้จริงทั้งงานส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ สวัสดิการ คุ้มครองพิทักษ์สิทธิ หรือแม้กระทั่งการบูรณาการจากภาคส่วนต่างๆ โดยมีดอกลำดวนเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของผู้สูงอายุที่แสดงถึงอายุยืน ไม่ทิ้งใบ เขียวชอุ่มร่มเงาตลอดปี…
สี่มาตรการของผู้สูงอายุในรัฐบาลของ คสช.ทั้งให้เอกชนจ้างงานผู้สูงอายุ ข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือขณะนี้เมืองไทยเรามีบริษัทร้านจำหน่ายหนังสือแห่งหนึ่งมีการประกาศรับสมัครงานที่เป็นผู้สูงอายุเข้าทำงาน โดยมีรายได้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับรุ่นลูกหลาน ผู้เขียนพยายามที่จะมองดูจำนวนผู้สูงอายุและระบบการทำงานแทบจะไม่ค่อยพบเห็นจำนวนผู้สูงอายุเข้าทำงานในร้านขายหนังสือดังกล่าวเท่าใดนัก คำถามก็คือผู้สูงอายุเหล่านั้นมีเรี่ยวแรงศักยภาพที่เท่าเทียมกันกับพนักงานรุ่นลูกหลานหรือไม่ทั้งการยกหนังสือ สายตา แขนขา หรืออาจจะมีโรคบางชนิดที่จะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน…
ในมาตรการที่สามก็คือ หากผู้สูงอายุคนใดมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองแล้วนำไปจำนองให้แก่ธนาคารของรัฐบาลแล้วตนเองก็จะมีเงินรายเดือนจากธนาคารไปจนกว่าจะเสียชีวิต อาจจะมีคำถามหลากหลายที่ตามมา อาทิ บรรดาลูกหลานจะเห็นด้วยกับการนำบ้านและที่ดินไปจำนองหรือไม่ หรือว่าลูกหลานบางคนอาจจะคาดหวังถึงมรดกตกทอดที่ตนเองอาจจะมีสิทธิได้รับในบ้านและที่ดินดังกล่าวจะมีสภาพปัญหาอื่นๆ ตามมาหรือไม่…
นโยบายของรัฐบางนโยบายที่ออกมาส่วนหนึ่งที่เราท่านรับรู้ได้ก็คือเจตนาในการให้ความช่วยเหลือ ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีผลประโยชน์ที่ทับซ้อนบางอย่างอยู่เบื้องหลังซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เราท่านได้รับทราบกันดีในปัจจุบันก็คือการทุจริตคอร์รัปชั่นที่มาจากนักการเมืองและข้าราชการบางคนทั้งกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เงินคนไร้ที่พึ่ง ผู้ป่วยโรคเอดส์ ทุจริตเครื่องกรองน้ำ วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2561 นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ไปปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับการขับเคลื่อนประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คำพูดหนึ่งได้กล่าวกับนักศึกษาแพทย์ที่ว่า
“จบออกไปต้องเข้มแข็ง ทำเพื่อคนอื่น เจอระบบการบริหารที่แตกต่างกันต้องอดทน ตัดสินใจอะไรไม่ใช่ว่าคนอื่นผิดหมด จะทำให้สังคมวุ่นวาย ถ้าเขาผิดเราผิดต้องพยายามแก้ไขไม่ใช่ไปต่อต้านคัดค้านทำให้มีปัญหา เรื่องประชาธิปไตย ความรักชาติเราขัดแย้งไม่ได้อีกแล้ว อย่าลืมคนแก่คนนี้ รักคนแก่คนนี้ด้วย เจอที่ไหนทักทายด้วยนะ…”
สังคมไทยเรายังถือว่าโชคดีหรือมีโชคที่ว่า สถานที่วัดในศาสนาพุทธมากกว่าสามหมื่นแห่ง มีจำนวนพระสงฆ์ นักบวชกว่าสามแสนรูป มีทรัพยากรทั้งจำนวนบุคลากร สถานที่ เงินสะสมในบางวัดจำนวนมากมาย วัดหรือพระภิกษุบางรูปก็นำหลักธรรมะและแนวทางปฏิบัติให้การสงเคราะห์ดูแลผู้ป่วยทั้งมะเร็ง เอดส์ คนพิการ เด็กกำพร้า เปิดโรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจนและงานสังคมสงเคราะห์อื่นๆ เพื่อช่วยคุณภาพชีวิตของคนไทยและชาวต่างด้าวอีกส่วนหนึ่งเป็นที่น่าชื่นชม
ภาพหนึ่งที่เราท่านได้พบเห็นอย่างประทับใจก็คือ มีคนแก่คนหนึ่งชื่อว่ายายตุ้ม จันทนิตย์ อายุ 102 ปี ชาวบ้านธาตุน้อย ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ได้ถือดอกบัวสีชมพูสามดอกที่เหี่ยวโรยราไปถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ในบ่ายของวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนพี่น้องของภาคอีสานเป็นครั้งแรก ได้ถวายดอกบัวที่เหี่ยวขึ้นเหนือศีรษะด้วยความจงรักภักดีเป็นที่สุด ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้โน้มพระวรกายของพระองค์ไปรับดอกบัวเป็นภาพที่เราท่านต่างประทับใจมาถึงทุกวันนี้…
เฉลิมพล พลมุข

