สถานีคิดเลขที่12 ‘ผู้เปลี่ยนแปลง’ โดย ปราปต์ บุนปาน

“อาร์แซน เวนเกอร์” ผู้จัดการทีมวัย 68 ปี ชาวฝรั่งเศสของสโมสรอาร์เซนอล เพิ่งประกาศอำลาตำแหน่งที่เขาครอบครองมายาวนาน 22 ปี

การลาออกจะมีผลหลังการแข่งขันฤดูกาลนี้สิ้นสุดลง พร้อมๆ กับผลงานที่ตกต่ำในระยะหลังของทีมไอ้ปืนใหญ่

เวนเกอร์เป็นคนชอบเรียนรู้ เห็นได้จากการหมั่นศึกษาจนได้ปริญญาทางเศรษฐศาสตร์ ยิ่งกว่านั้นเขายังเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ โดยเคยมาลงเรียนภาษาที่เคมบริดจ์ในช่วงฤดูร้อนหนึ่ง (หลายปีก่อนที่เขาจะเริ่มงานกับอาร์เซนอล)

ปี 1996 เวนเกอร์กลายเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของอาร์เซนอล ในยุคที่วัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษยังไม่เปิดรับวัฒนธรรมฟุตบอลจากชาติอื่นมากนัก

ยอดโค้ชชาวฝรั่งเศสเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงสำคัญ ซึ่งอาจพิจารณาได้จากผลการแข่งขัน คือ ถ้วยแชมป์ต่างๆ ของไอ้ปืนใหญ่

อย่างไรก็ตาม เขายังเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงกระบวนการทำงาน ที่มิได้ส่งผลต่อพัฒนาการของสโมสรอาร์เซนอลแค่ทีมเดียว หากส่งผลต่อภาพรวมของวงการฟุตบอลอังกฤษทั้งหมด

ความเปลี่ยนแปลงแรกที่เวนเกอร์ได้รับการยกย่อง คือ การปรับเปลี่ยนระบบโภชนาการและการฝึกซ้อมของนักเตะ

ก่อนหน้าการมาถึงของเวนเกอร์ นักบอลอังกฤษยังชอบกินอาหารผับ ทั้งอิงลิช เบรกฟาสต์ ฟิช แอนด์ ชิปส์ สเต๊ก พิซซ่า หรืออาหารจีนเทกอะเวย์

เมื่อเวนเกอร์รับตำแหน่ง เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักฟุตบอลให้หันไปกินปลาอบ ไก่ต้ม พาสต้า และผักนานาชนิด เสริมด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

นอกจากนั้น เวนเกอร์ยังเป็นโค้ชรายแรกสุดของพรีเมียร์ลีก ที่กำหนดให้นักฟุตบอลต้องออกมายืดเส้นยืดสาย-นวดคลายกล้ามเนื้อ ก่อนลงสนาม

ถึงปัจจุบัน หลักโภชนาการและพลศึกษาที่เวนเกอร์นำเข้ามา ได้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติของสโมสรฟุตบอลแทบทุกทีมในสหราชอาณาจักรไปเรียบร้อยแล้ว

ความเปลี่ยนแปลงข้อสอง คือ เวนเกอร์ได้ช่วยเชื่อมประสานวงการฟุตบอลอังกฤษเข้ากับสังคมลูกหนังนอกเกาะ

ในปี 1996 เวนเกอร์เป็นหนึ่งในสองผู้จัดการทีมต่างชาติของพรีเมียร์ลีก ขณะที่ในปัจจุบัน พรีเมียร์ลีกมีผู้จัดการทีมต่างชาติถึง 12 คน และได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมโค้ชยอดฝีมือระดับโลก

เช่นเดียวกับในด้านผู้เล่น ซึ่ง 11 ตัวจริงในเกมแรกที่เวนเกอร์ทำงานกับอาร์เซนอล มีนักเตะต่างชาติอยู่แค่รายเดียว จากนั้น เขาค่อยๆ ซื้อนักฟุตบอลนานาชาติจาก 26 ประเทศมาร่วมทีม จนอาร์เซนอลถือเป็นสโมสร “สหประชาชาติ” ทีมแรกๆ ของพรีเมียร์ลีก ที่ใช้งานนักเตะสหราชอาณาจักรเป็นส่วนน้อยในผู้เล่นชุด 11 คนแรก

เวนเกอร์จึงช่วยเพิ่มมาตรฐานและความหลากหลายให้วงการลูกหนังอังกฤษ ผ่านการเปิดประตูต้อนรับลัทธิโลกาภิวัตน์ทางฟุตบอล

ความเปลี่ยนแปลงข้อสาม คือ เวนเกอร์กระตุ้นให้ทุกฝ่ายในวงการฟุตบอลอังกฤษตระหนักว่าปัจจัยชี้ขาดที่กำหนดผลแพ้ชนะ มิได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงด้านร่างกายเพียงประการเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสวยงามในเชิงเทคนิคการเล่นด้วย

นอกจากยกระดับสภาพร่างกายของผู้เล่นด้วยองค์ความรู้ด้านโภชนาการ อาร์เซนอลในยุครุ่งเรืองของเวนเกอร์ก็นำเอาความแข็งแรง-แข็งแกร่งดังกล่าว ไปผสมผสานกับการเล่นเกมเร็วและทักษะการส่งบอลระหว่างเท้าต่อเท้าที่แม่นยำ อันส่งผลต่อชัยชนะที่งดงาม

หลายปีผ่านไป เอกลักษณ์การทำทีมที่เวนเกอร์บุกเบิกเอาไว้ได้ส่งอิทธิพลกว้างขวางแพร่หลาย จนกลายเป็นมาตรฐานที่คู่แข่งทุกทีมพึงปฏิบัติ

ขณะที่ยอดทีมระดับเดียวกันหรือทีมกลางตารางอื่นๆ ก็เริ่มพัฒนาตนเองและก้าวข้ามอาร์เซนอลไป ด้วยนวัตกรรม/องค์ความรู้ใหม่ๆ ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

วันเวลาของ อาร์แซน เวนเกอร์ จึงสิ้นสุดลง เพราะความสำเร็จอย่างสูงที่เขาเป็นผู้เริ่มต้น

ความสำเร็จที่ช่วยผลักดันให้พรีเมียร์ลีกอังกฤษกลายเป็นลีกฟุตบอลระดับโลกอย่างแท้จริง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘น้องยิ้ม’นักปั่นจักรยาน BMX ทีมชาติไทย ได้สัญชาติไทยแล้ว พร้อมลุยเอเชียนเกมส์
บทความถัดไปภาพเก่า..เล่าตำนาน : พระวิสัยทัศน์ฯ… จัดเด็กสยามไปเรียนฝรั่งเศส : โดย พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก