โกง โกง หรือใคร ใคร่โกง… โดย ณรงค์ ขุ้มทอง

“โกง ตามความหมายของราชบัณฑิตยสถาน คือ การใช้อุบายหรือเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวง หรือวิธีการที่ผิดศีลธรรมเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย โดยทั่วไปเป็นการกระทำที่แหกกฎเพื่อให้เกิดการได้เปรียบในสถานการณ์แข่งขัน การโกงทำให้ได้รับสิ่งตอบแทนโดยวิธีการที่ไม่สุจริต การให้สินบน การเล่นพรรค เล่นพวก”

ช่วงนี้ข่าวคราวเรื่องโกงกินบ้าน กินเมืองกำลังโด่งดังสุดสุด มีคนบางกลุ่มออกมาสร้างกระแสว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โกงกัน สะบั้นหั่นแหลก อันนี้เราต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลนี้เพราะเรื่องโกงที่เป็นข่าวครึกโครมขณะนี้ เกิดมาตั้งแต่ปี 2546-2548 โน่นหรือก่อนหน้านี้ แต่ก็ใช่ว่ารัฐบาลนี้จะบริสุทธิ์ผุดผ่อง มีข่าวอยู่บ้างเหมือนกันรอวันสุกงอม และเปิดเผยการโกงกินในขณะนี้ที่มีการกล่าวถึง คือ เงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในหลายจังหวัดของประเทศ โกงเงินกองทุนเสมาฯของกระทรวงศึกษาธิการ และร้อนแรงขึ้นมาอีก คือโกงเงินรายหัวนักเรียนในโรงเรียนเอกชนในภาคใต้ 700 กว่าล้านบาท หรือการโกงเงินรายหัวนักเรียนผีใน จ.กาญจนบุรี

และคาดยังมีอีกหลายกระทรวง หลายจังหวัดที่ยังไม่ได้เปิดเผย

เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วมีข่าวคราวการไม่ชอบมาพากล เงินรายหัวนักเรียนผีในจังหวัดใหญ่แถวภาคใต้ แต่อยู่ๆ ก็เงียบหายไปที่จริงทำกันมานานหลายปี แต่ทราบว่ามีการรายงานทำนองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มั่นใจว่ามีมูล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำผลมาเปิดเผยมิฉะนั้นจะไม่เป็นธรรมกับราชการอื่นๆ กรณีอควาเรียมที่วิทยาลัยประมงสงขลา 1,000 กว่าล้านบาท ก็เป็นอีกตำนานการโกงที่น่าจดจำและศึกษา

ถามว่าข้อมูลการโกง 4-5 รายการข้างต้น รวมแล้วนับพันล้าน โกงกันมานานร่วม 10 ปี โกงสมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากผู้แทนของประชาชนบริหารแผ่นดิน โกงด้วยข้าราชการภายใต้การบริหารของรัฐบาลที่มาจากประชาชน แต่ที่แปลกเวลาล่วงเลยมาร่วมนับ 10-20 ปี แต่แปลกไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น

แต่ที่น่าสะพรึงกลัวตามที่เป็นข่าว คือ การโกงเงินรายหัวเงินอุดหนุนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ใน 3 จังหวัดภาคใต้ แต่ที่แปลกคนของกระทรวงศึกษาธิการไม่รู้ คนใน ศอ.บต.ไม่เห็น แต่คนของกองทัพเห็น คนของรัฐบาลนี้เปิดเผยโดยแม่ทัพภาค 4 น่ากลัว เพราะว่าเงินส่วนหนึ่งจ่ายให้กับกลุ่มผู้เห็นต่างที่สร้างความไม่สงบในภาคใต้น่าเจ็บแสบ เอาเงินหลวงมาเข่นฆ่าคนของหลวง (ถ้าเป็นจริงตามข่าว)

การโกงกับการติดตามตรวจสอบของรัฐบาลนี้น่าสนใจยิ่ง การปราบโกงกลายเป็นผลงานของรัฐบาลนี้ โดยไม่ต้องออกแรงและเชื่อว่าตำนานการโกงในหน่วยงานราชการไทยยังมีอีก มีอีกมากจนคนไทยอาจจะช็อกทั้งประเทศอาจจะเป็นได้ ไม่แปลกที่องค์กรระหว่างประเทศให้เครดิตว่าไทยโกงลำดับต้นๆ ของโลก โกงเคียงข้างกับประเทศแถบลุ่มน้ำคองโกในทวีปแอฟริกา

แล้วการโกงจะแก้อย่างไร ง่ายมาก คือต้องเด็ดขาดและเป็นธรรม ถ้าในประเทศจีนถึงขั้นประหารชีวิต แต่ไทยเป็นพุทธน่าจะยาก แต่ที่ยากกว่าไม่ถึงตัวการและที่ยากกว่านั้นเกือบทุกหน่วยราชการไทยโกงกันหมด โกงกันเป็นธรรมเนียม ถ้าใช้มาตรการประหารชีวิตประเทศคงร้าง คนทำงานร้าง คนบริหารจัดการประเทศคงไม่เหลือทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาอีก มีพระภิกษุระดับสูงของไทย โกงเงินอุดหนุนโรงเรียนที่สอนในวัด ข้อมูลไม่ชัดแต่มีข่าวบอกว่า ปีที่ผ่านมา รัฐอุดหนุน 90 ล้านบาท แต่ต้องทอนกลับมาให้พระเถระ 50-60 ล้านบาท หรือรัฐอุดหนุน 180 ล้านบาท แต่ต้องทอนกลับ 130-140 ล้านบาท

ดูตัวเลขยิ่งน่ากลัวพอๆ กับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะเกิดกับพระผู้ใหญ่ เกิดกับคนที่น่าจะสละแล้วซึ่งกิเลส สิ้นแล้วมติแห่งความน่าเชื่อถือ ฝากลุงตู่ ไหนๆ เดินหน้าเรื่องนี้แล้ว ลองตรวจเช็กทุกกระทรวง ทุกโรงเรียน ทุกสังกัด ทุกรัฐวิสาหกิจดูซิ น่าจะโกงกันเป็นมรดกตกทอด มาร่วม 30-50 ปีแล้วกระมัง หมายความว่าน่าจะโกงกันทุกหย่อมหญ้า

อีกประเด็น อยากฝากไปยังหมอธีระเกียรติ / ท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ / และท่านเลขาฯ สพฐ. เรื่องการรับนักเรียน ซึ่งปีนี้กระบวนการการรับนักเรียน ได้มีภาพมิติใหม่ เช่นจำนวนนักเรียนต่อห้อง ห้องละ 40 คน ส่งผลให้นักเรียนในโรงเรียนต่างอำเภอ มีจำนวนเพิ่มขึ้น เพราะไม่อนุญาตให้ขยายจำนวนนักเรียนต่อห้อง อันนี้ขอชื่นชม

แต่ประเด็นนักเรียนผู้อุปการะคุณนี่ซิ ไม่ทราบท่านเลขาฯ สพฐ. /ท่านรัฐมนตรี ได้ตรวจสอบหรือเปล่าว่า นักเรียนที่เข้าเรียนประเภทนี้ ตรงตามหลักเกณฑ์ 7-8 ข้อ ที่ สพฐ.กำหนดหรือไม่ และมีการกระซิบเล่าลือว่า การเรียกเงินยังมีอยู่ โดยค่อยมาจ่ายกันตอนสถานการณ์เงียบสงบ สพฐ.ลองให้เขตพื้นที่ตรวจสอบรายชื่อผู้อุปการคุณดูซิ ให้โรงเรียนส่งรายชื่อผู้อุปการคุณกับโรงเรียนมาตรวจสอบดูซิ น่าจะได้รู้อะไรมากกว่านี้ และอยากเรียนท่านเลขาฯสพฐ. มีคนเขาลือกันว่าบางโรงเรียนได้มอบตั๋ว มอบโควต้า เด็กเงื่อนไขพิเศษ ไปคนละ 5-10 คน ก่อนที่ สพฐ.จะประกาศนโยบายเสียด้วยซ้ำไป

ระบบโควต้ากลายเป็นไดเร็กต์เซลล์ ในวงการศึกษาของไทย เหมือนกับข้าราชการกรมหนึ่ง ที่ก่อนจะถึงฤดูโยกย้าย เขาจะขายตั๋วก่อน ซื้อตั๋ว ขายตั๋วกันก่อนไง

ถึงเวลาที่คนไทยต้องตื่นตัว และกล้าพอที่จะท้วงติงและปฏิเสธ ดังที่ท่านนายกฯประยุทธ์เน้นย้ำกับข้าราชการชั้นผู้น้อย ถึงเวลานำเรื่องการโกงเข้าสู่โรงเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย ถึงเวลาปรับเจตคติการโกงเข้าสู่คนรุ่นใหม่ว่าเป็นเรื่องร้ายแรง

ยกเลิกการแข่งขันในโรงเรียน ยกเลิกยกย่องคนโกง

การแข่งขันในระบบการศึกษามีส่วนให้เด็กเห็นแก่ตัวชิงดีชิงเด่น โตขึ้นมาเห็นแก่ได้ไม่ใส่ใจสังคมและคนรอบข้าง ถึงเวลาแล้วหรือยัง ต้นทางแห่งการโกง คือกระทรวงศึกษาธิการ โกงตั้งแต่เข้าเรียน โกงตั้งแต่สอบบรรจุ โกงตั้งแต่แต่สอบเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหาร โกงกันในฤดูกาลโยกย้ายจนเกิดวลีเด็ดของอดีตเลขาฯสพฐ.ท่านหนึ่ง ว่าการโยกย้าย ผอ.โรงเรียน เขาลือกันว่า กม.ละ 1 ล้านบาท

ยิ่งรัฐบาลนี้สร้างผลงานด้านการปราบโกง ก็ควรแสดงสปิริต โดยการลาออก และสุดท้ายขอชื่นชมหมอธีระเกียรติ รมว.ศธ./ ท่านการุณ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ/ ท่านบุญรักษ์ เลขาฯสพฐ. และนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กล้าทำเรื่องนี้ ขอปรบมือดังๆ แต่ขออย่างเดียว อย่าเอาวาระการโกงเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม หรือผู้คิดต่างก็แล้วกัน

ถ้าคิดอย่างนี้ก็ไม่มีวันที่จะลบล้างวัฒนธรรมการโกงในระบบราชการไทยได้เลย หรือใครคิดว่าบ้านนี้เมืองนี้ ใคร ใคร่โกง โกงได้สบาย และอยู่อย่างสง่าผ่าเผย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จี้’บิ๊กตู่’ทบทวนเปลี่ยนชื่อ’สถานีรถไฟฟ้าบางบัว’เป็น’ศรีปทุม’ เอื้อ ม.เอกชน
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : เห็นภาพ