บางคนอาจจะลืมไปแล้วว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ศกนี้ อาจเป็นเพราะการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ไม่ค่อยมีนัยสำคัญเท่าใดนัก
อย่างที่ผู้ใช้แรงงานทั้งหลายคงจำได้ ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2561 ได้ข้อสรุปอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ว่าให้ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15 บาท 97 สตางค์ มีทั้งหมด 7 ระดับ ตั้งแต่ 308, 310, 315, 318, 320, 325, และ 330 บาท โดยค่าจ้างต่ำสุด คือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ที่ 308 บาทต่อวัน ส่วนค่าจ้างแพงสุดมี 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง อยู่ที่ 330 บาทต่อวัน ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ค่าจ้างอยู่ที่ 325 บาทต่อวัน
คงต้องทำใจ คิดเสียว่าภาวะบ้านเมืองยามไม่ปกติ ได้แค่นี้ก็ดีถมแล้ว อย่าไปหวังค่าจ้างที่ยุติธรรมและพอเพียงเลย
วันนี้ผู้เขียนขอนำตัวเลขอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของบ้านเมืองคนอื่นเขามาให้ผู้ใช้แรงงานดูแก้กลุ้ม พอให้เห็นว่าค่าจ้างขั้นต่ำทั่วโลกนั้นมีความแตกต่างกันไปมากมาย หรือจะกลุ้มหนักขึ้นอีกเพราะอยากมีโอกาสได้ค่าจ้างสูงๆ อย่างในประเทศพัฒนาแล้ว
ทีแรกคิดว่าจะเอาตัวเลขอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วโลกมาให้ดู ซึ่งคงไม่มีเนื้อที่พอ ดังนั้นวันนี้จึงเอาแค่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2561 นี้ในประเทศกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Organization for Economic Cooperation and Development เรียกย่อๆ ว่า OECD โดยผู้เขียนจัดมา 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอันดับสูงสุด 5 ประเทศ กลุ่มอันดับต่ำสุด 5 ประเทศ และกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ที่อยู่นอกทวีปยุโรป (ดังรูป)
OECD เป็นองค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ที่ยอมรับระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการค้าเสรีในการร่วมกันและพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปและโลก ประกอบด้วยสมาชิก 34 ประเทศ ซึ่งมีทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศพัฒนาน้อยในยุโรปและประเทศพัฒนาแล้วนอกยุโรป (ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้)
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่นำมาแสดงในที่นี้อาจแบ่งเป็นโดยอาศัย EU เป็นหลัก คือ กลุ่มแรก EU ที่พัฒนาแล้ว ประเทศ EU ที่ยังไม่พัฒนา และประเทศพัฒนาแล้วนอก EU ทั้งนี้ในต้นฉบับของงานวิจัยที่ศึกษา (WSI Minimum Wage Repot 2018) ยังมีอีกกลุ่มใน EU คือ ประเทศที่พัฒนาปานกลางแต่ผู้เขียนไม่นำมาแสดงเพราะเนื้อที่จำกัด
โดยทั่วไป อัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะสูงต่ำตามระดับการพัฒนาของแต่ละประเทศ
5 ประเทศที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำอันดับสูงสุด เป็นประเทศพัฒนาสูงในยุโรปตะวันตกที่ค่าจ้างขั้นต่ำสูงกว่าชั่วโมงละ 300 บาท (ต่อชั่วโมง ไม่ใช่ต่อวัน) ได้แก่ ลักเซมเบิร์ก ชั่วโมงละ 447 บาท ฝรั่งเศส 382 บาท เนเธอร์แลนด์ 375 ไอร์แลนด์ 370 บาท และเบลเยียม 366 บาท ส่วนเยอรมนีและอังกฤษไม่ติด Top five (เยอรมนี 342 บาท และอังกฤษ 331 บาท)
5 ประเทศที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำอันดับต่ำสุด เป็นประเทศไม่ค่อยพัฒนาในยุโรปตะวันออก ได้แก่ มอลโดวา ชั่วโมงละ 26 บาท ยูเครน 29 บาท
รัสเซีย 32 บาท (ต่ำกว่าวันละ 300 บาท) แอลเบเนีย40 บาท และเซอร์เบีย 61 บาท สำหรับรัสเซียนั้นมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประเทศกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำส่วนภูมิภาค ในมอสโกสูงกว่าที่อื่น คือ ชั่วโมงละ 63.5 บาท รองมาคือ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ชั่วโมงละ 58 บาท
ประเทศสมาชิก OECD ที่อยู่นอกยุโรป 6 ประเทศเป็นประเทศพัฒนาซึ่งมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำค่อนข้างสูง ได้แก่ ออสเตรเลียชั่วโมงละ 481 บาท สำหรับอัตราประเทศหรืออัตราพื้นฐานโดยสามารถปรับอัตราได้ตามอุตสาหกรรม อาชีพและระดับฝีมือ รองลงมาได้แก่ นิวซีแลนด์ ชั่วโมงละ 384 บาท ที่น่าสนใจคือแคนาดา 308 บาท และญี่ปุ่น 259 บาท ซึ่งอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมีแต่ระดับภาคและเมือง อัตราที่แสดงของทั้งสองประเทศนี้เป็นค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ ในขณะที่สหรัฐอเมริกา (248 บาท) ซึ่งมีทั้งอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดโดยรัฐบาลกลาง และโดยรัฐต่างๆ รวมทั้งเทศบาล ทั้งนี้ อัตราที่กำหนดโดยรัฐบาลท้องถิ่นจะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดโดยรัฐบาลกลาง รัฐที่ค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุดได้แก่ วอชิงตัน ดี.ซี. (428 บาท) รัฐวอชิงตัน (394 บาท) และแคลิฟอร์เนียกับแมสซาชูเซตส์ (350 บาทเท่ากัน) อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของสหรัฐอเมริกาเฉลี่ย (248 บาท) สูงกว่าชั่วโมงละ 228 บาทของเกาหลีใต้เล็กน้อย (ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 2 เท่าในเวลา 10 ปีที่ผ่านมา)
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในออสเตรเลียค่อนข้างสลับซับซ้อนมีอัตราประเทศหรืออัตราพื้นฐาน แต่ยังมีอัตราที่กำหนดสำหรับอุตสาหกรรมและอาชีพต่างๆ ออกไปเรียกว่า “รางวัลทันสมัย” (modern awards) โดยอัตราจะต่างไปสำหรับผู้เยาว์ เด็กฝึกงาน คนพิการ ตลอดจนความแตกต่างของค่าครองชีพและพื้นที่ ซึ่งอาจต้องทำข้อตกลงระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร (เรียกว่ากฎเกณฑ์เงื่อนไขที่ยืดหยุ่น หรือ Individual Flexibility Arrangement (IFA) และในที่สุดค่าจ้างที่ได้รับจริงๆ อาจจะน้อยกว่าที่เขาบอกถึงร้อยละ 50 คนออสเตรเลียเองบางคนบอกว่า ค่าจ้างขั้นต่ำในออสเตรเลียเป็นแค่ภาพลวงตา (Myth)
เนื่องจากค่าจ้างขั้นต่ำถือเป็นค่าจ้างต่ำที่สุดหรือค่าจ้างอ้างอิงของประเทศจึงมีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างค่าจ้างของประเทศ
ดังนั้น การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนอกจากเกิดผลดีต่อลูกจ้างที่รับค่าจ้างขั้นต่ำแล้วยังมีผลกระทบเป็นลูกคลื่นต่อไปถึงแรงงานระดับอื่นๆ ด้วยเพราะจะต้องได้รับค่าจ้างที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ กล่าวคือเมื่อขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำก็ต้องขึ้นค่าจ้างแรงงานระดับสูงไปด้วย ผลกระทบหรือแรงกระเพื่อมจากการขยับตัวของค่าจ้างขั้นต่ำอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองและพลังของสหภาพด้วย ในหลายๆ ประเทศค่าจ้างจะกระจุกตัวรอบๆ ค่าจ้างขั้นต่ำ เรียกว่า Wage compression ซึ่งมีทั้งสูงและต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ในทางวิชาการเราสามารถดูการกระจุกตัวของค่าจ้างรอบๆ ค่าจ้างขั้นต่ำได้โดยดูจากการเปรียบเทียบค่าจ้างขั้นต่ำกับค่าเฉลี่ย (หรือค่ามัธยฐาน) ของค่าจ้างทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ เช่น ถ้าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคิดเป็นร้อยละ 100 ของค่าจ้างเฉลี่ย แสดงว่าโครงสร้างค่าจ้างของทั้งประเทศอยู่ในระดับเดียวกับค่าจ้างขั้นต่ำเท่านั้น ตรงข้ามสมมุติว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคิดเป็นร้อยละ 10 ของค่าจ้างเฉลี่ย แสดงว่าค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศนั้นต่ำมากเมื่อเทียบโครงสร้างค่าจ้างของประเทศ
ผู้เขียนหวังว่าคงเข้าใจได้ไม่ยาก
ทีนี้มาดูความสูงต่ำของค่าจ้างขั้นต่ำ (เมื่อเทียบกับโครงสร้างค่าจ้างของประเทศ) ในประเทศ OECD ที่แสดงให้ดูแล้ว มีนักวิชาการคำนวณออกมาได้ค่าสำหรับปี 2559 ดังต่อไปนี้ (ตัวเลขเป็น%) คือกลุ่มค่าจ้างสูงสุด ลักเซมเบิร์ก 46 ฝรั่งเศส 49 เนเธอร์แลนด์ 38 ไอร์แลนด์ 39 เบลเยียม 42 ในกลุ่มค่าจ้างต่ำสุด (มอนโดวา ยูเครน รัสเซีย แอลเบเนีย เซอร์เบีย) ไม่มีผลการคำนวณ อาจจะเพราะค่าจ้างขั้นต่ำต่ำมาก และกลุ่มนอกยุโรป ออสเตรเลีย 45 นิวซีแลนด์ 51 แคนาดา 40 ญี่ปุ่น 35 สหรัฐอเมริกา 25 เกาหลีใต้ 40
ตัวอย่างเช่น จากค่าเปรียบเทียบค่าจ้างขั้นต่ำกับค่าจ้างเฉลี่ยของสหรัฐอเมริกา 25 เปอร์เซ็นต์ จะบอกได้ว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในสหรัฐอเมริกาต่ำกว่าค่าจ้างเฉลี่ยมากแสดงว่าโครงสร้างค่าจ้างของประเทศไม่ได้มากระจุกอยู่ที่ค่าจ้างขั้นต่ำ ในขณะที่ในนิวซีแลนด์ค่าเปรียบเทียบ 51 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าค่าจ้างขั้นต่ำค่อนข้างสูงและทำให้โครงสร้างค่าจ้างของประเทศกระจุกตัวที่ค่าจ้างขั้นต่ำค่อนข้างมาก
สำหรับประเทศไทย ผู้เขียนเคยคำนวณไว้นานแล้วว่าโครงสร้างค่าจ้างของประเทศกระจุกตัวที่ค่าจ้างขั้นต่ำมากในขณะที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเองก็ไม่ได้สูงแต่อย่างใด
พ่อแม่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ถ้าอยากได้ค่าจ้างสูงแต่ไม่สู้ก็ต้องทำใจ มีสองอย่างแค่นี้เอง

