คำแถลงเชิญชวนประชาชน “คว่ำรัฐธรรมนูญ” ของพรรคเพื่อไทย
กำลังกลายเป็นประเด็น ที่ทำให้ “ประชามติ 7 สิงหาคม” เรียบร้อยมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
ฟังดูอาจ “ย้อนแย้ง”
เพราะการให้คว่ำรัฐธรรมนูญ น่าจะทำให้การลงประชามติ 7 สิงหาคม “ไม่เรียบร้อย” มากกว่า
แล้วไฉนถึงบอกว่า นำไปสู่ความเรียบร้อยเล่า
ตรงนี้ต้องดูจากคำแถลงของทีมโฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.แถลงว่า
“คสช.กำลังตรวจสอบว่าแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยดังกล่าวเข้าข่ายชี้นำจนอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือไม่
ขณะเดียวกันต้องรอฟัง กกต.ด้วย เพราะถือว่าเป็นผู้ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
อีกทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าต้องรอฟัง กกต.เช่นกัน เนื่องจากเรื่องกฎหมายต้องรอบคอบ
คสช.จะบันทึกการปฏิบัติของนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ ไว้ รวมถึงรอฟังรายละเอียดข้อกฎหมายจาก กกต.ว่าการกระทำใดมีความผิดหรือไม่
สิ่งใดที่ไม่ละเมิดกฎหมายก็ไม่ว่า แต่สิ่งใดที่ผิดกฎหมายต้องดำเนินการ ทุกอย่างไม่มีกลั่นแกล้งกัน”
คำแถลงนี้ สะท้อนว่า คสช.เกาะติดเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ
แถมยังเรียกร้องกลายๆ ให้ทั้ง กกต. ให้ทั้งมือกฎหมายของรัฐบาล เกาะติดเรื่องนี้เช่นกัน
พูดกันง่ายๆ คสช.ไม่ปล่อยให้พรรคเพื่อไทยกระดิกกระเดี้ยตัวในเรื่องรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน
เผลอๆ อาจจะมีบางคน บางกลุ่ม ขยายผลด้วยการนำเรื่องนี้ไปร้องเรียน กกต.เพื่อเอาผิดด้วย
ชะตากรรมพรรคเพื่อไทยจึงเหมือนถูกจับแขวนเอาไว้อีกครั้ง
นี่จึงเป็นสัญญาณเตือนพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ไก่โห่ว่า เส้นทางประชามติที่มีเป้าหมายแตกต่างไปจากความต้องการของฝ่ายนำไม่ราบรื่นแน่
และยังเป็นการเตือนไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย ไม่ให้เอาเยี่ยงอย่าง
ซึ่งแน่นอน พรรคการเมือง “อื่น” ที่มีสัญชาตญาณ “นกรู้” เต็มเปี่ยม ย่อมจับสัญญาณได้
แถมพรรคอีกหลายพรรค อาจจะใช้กระแสนี้ ตีเนียนไปร่วมทำให้ประชามติ “เรียบร้อย” เสียเลย
ด้วยการไปอ้างกับชาวบ้านว่า ไม่สามารถขับเคลื่อนต่อต้านรัฐธรรมนูญได้ เพราะถูกบีบบังคับ
จึงต้อง “วางเฉย”
หรือไม่ก็ติๆ ติงๆ ในเชิงเทคนิค หรือในประเด็นปลีกย่อย พอให้ดูดี
แต่ก็จะไม่ชูธง แตกหักถึงขนาดไม่เอารัฐธรรมนูญอย่างที่พรรคเพื่อไทยทำ
แถมบางพรรค ตอนนี้อาจจะไปร่วมช่วยคิดสูตรคณิตศาสตร์ทางการเมือง สำหรับรัฐบาลใหม่แล้วด้วยซ้ำ
หรือบางพรรค แอบหวังเงียบๆ ที่จะได้เนื้อสักชิ้น หากทำตัววางเฉย หรือแอบหนุนให้ประชามติผ่าน
เพราะอย่างไรเสีย หลังการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ แม้จะมีพรรควุฒิสภา 250 เสียงรองรับเอาไว้ แต่ยังไงๆ ก็จำเป็นต้องอาศัยเสียงจากพรรคการเมือง
เมื่อพรรคเพื่อไทยถูกแช่แข็งเอาไว้
โอกาสก็ย่อมตกมาอยู่ในพรรคการเมืองที่เหลือ
จึงไม่น่าประหลาดใจ ที่ยังไม่มีพรรคไหนมาชูธงล้มรัฐธรรมนูญชัดๆ
ส่วนใหญ่ออกไปในทางกั๊ก ที่เอียงๆ ไปในทางพร้อมจะให้ผ่าน
ยิ่งเมื่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีมติท่วมท้น 136 ต่อ 3 ให้ตั้งคำถามพ่วงการทำประชามติ “ให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯหรือไม่” ด้วยแล้ว
และเชื่อว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็คง “อวย” ตามนี้
จึงเป็นสัญญาณชัดเสียยิ่งกว่าชัด ถึงปฏิบัติการมัดตราสังข์ฝ่ายต้าน-ปูทางฝ่ายหนุนทุกวิถีทาง
อย่างนี้ทุกอย่างจึง “เรียบร้อย”?!?

