มนุษย์ดำรงอยู่เป็นปกติได้ ต้องมีปัจจัย 4 เป็นอย่างน้อย
อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งหุ่ม และ ยารักษาโรค คือความสำคัญขั้นพื้นฐาน
ขณะที่ประเทศไทยกำลังชื่นชมตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวม
แต่เศรษฐกิจฐานรากนั้นยังมีปัญหา เพราะรัฐบอกว่าดูดีขึ้น แต่สังคมมองว่ายังน่าห่วง
ก่อนหน้านี้ในการประชุม สนช. วาระพิจารณางบประมาณกลางปี 1.5 แสนล้านบาท
มี สนช.อภิปรายถึงชาวบ้านระดับฐานรากว่า ย่ำแย่ลง และเห็นควรให้อนุมัติงบประมาณกลางปีลงไปช่วย
ล่าสุด หอการค้าภาคกลางออกมาแสดงความเห็น ย้ำว่าเศรษฐกิจฐานรากนั้นไม่ดี
คำว่า “ฐานราก” ก็คือชาวบ้านระดับ “รากหญ้า” เมื่อสมัยรัฐบาลเพื่อไทย
เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ย่อมมีผลทำให้รายได้หด และมีผลต่อการเป็นหนี้
ในโอกาสวันแรงงานปีนี้ จึงขอนำเอาข้อมูลที่หอการค้าและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยสำรวจมาเปิดเผย
2 หน่วยงานได้จับมือกันสำรวจหนี้ของแรงงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท
พบว่า 96% ของแรงงานที่สำรวจมีหนี้สิน
อีก 4% ไม่มีหนี้
ผลสำรวจตรวจสอบวัตถุประสงค์การกู้ยืมและเป็นหนี้
พบว่า 36.1% กู้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ตีความว่า นำมาใช้สำหรับค่าอาหาร และใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิต
ร้อยละ 24.9 กู้มาใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะ
ตรงนี้อาจเป็นผลต่อเนื่องจากนโยบายกระตุ้นให้ซื้อรถ ซึ่งบางคนบอกว่าเป็นปัจจัยที่ 5
ร้อยละ 13.6 กู้เพื่อมาลงทุน กรณีนี้น่าชมเชย
อีกร้อยละ 10.8 บอกว่ากู้เพื่อที่อยู่อาศัย ส่วนร้อยละ 7.2 กู้ไปใช้หนี้เดิม
ร้อยละ 6.7 กู้เพื่อไปใช้จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล
เปรียบเทียบกับการกู้เงินปีนี้กับปีก่อน พบว่า ปีที่แล้วร้อยละ 37.5 กู้ไปซื้อทรัพย์ (รถยนต์/จักรยานยนต์)
รองลงมา กู้ไปใช้จ่ายทั่วไป 24.4% ต่อมาคือกู้ไปซื้อบ้าน 14.3%
กู้ไปเพื่อลงทุน 10.7% กู้เพื่อใช้หนี้ 8.7%
และกู้เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล 3.9%
โฟกัสวัตถุประสงค์การกู้เงินเฉพาะที่นำไปใช้สนองปัจจัย 4
พบว่ามีครบ ทั้งใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซื้อที่อยู่อาศัย รักษาพยาบาล
ในจำนวนนี้ กู้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น จาก 24.4% เป็น 36.1%
กู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยลดลง คือ จาก 14.3% เหลือ 10.8%
ที่น่าห่วงคือ กู้เพื่อรักษาพยาบาล ซึ่งโตขึ้นจาก 3.9% เป็น 6.7%
เหตุที่น่าห่วงเพราะการกู้เพื่อรักษาพยาบาลแสดงว่า แรงงานเหล่านั้นมีปัญหาเรื่องสุขภาพ
หรือครอบครัว หรือคนใกล้ตัวมีปัญหาด้านสุขภาพ
มีปัญหามากถึงขั้นต้องกู้เงินไปแก้ปัญหา
การกู้เงินเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นค่าเทอมลูก ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ยังถือว่ากู้ไปเพื่อพัฒนา
กู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยก็คือการกู้เพื่อสร้างหลักทรัพย์ให้ตัวเอง
แต่การกู้เงินเพื่อรักษาพยาบาลนั้น เป็นการกู้เงินมาเพื่อรักษาสุขภาพ
กู้เพื่อรักษาสิ่งที่เสื่อมทรุดให้กลับคืนมาเหมือนเดิม
แม้วัตถุประสงค์การกู้จะยังอยู่ในลำดับท้ายๆ แต่เมื่อมองการขยายตัวแล้ว น่าห่วง
เพราะคนกลุ่มนี้ชีวิตขึ้นอยู่กับการทำงาน หากสุขภาพเสื่อมทรุดแล้วย่อมเป็นปัญหากับชีวิต
ปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิต และการรักษาสุขภาพ ควรจะเป็นประเด็นที่รัฐน่าจะใส่ใจ
ยิ่งเป็นแรงงานที่มีรายได้น้อย ยิ่งสมควรต้องใส่ใจ
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

