ย้อนรอยร้าว”ปชป.-กทม.” ก่อน”อภิสิทธิ์”ตัดขาด”สุขุมพันธุ์”

นานกว่า 3 เดือน ที่เรื่องราวระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับการทำงานของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ภายใต้การนำของ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ไม่ได้รับความกระจ่างต่อสังคม ระยะเวลา 3 เดือนที่ไม่มีความชัดเจน และไม่ได้มีการเคลียร์ปัญหาคาราคาซังที่เกิดจากการออกมาแฉการทุจริตกันเองระหว่างลูกพรรคสีฟ้า ที่ถูกริเริ่มขุดคุ้ยโดย 2 คู่หู อย่างนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. และ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ตั้งแต่เรื่องทุจริตกล้องซีซีทีวี รวมทั้งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเปียโนให้โรงเรียนในสังกัด กทม. แม้ปัญหาของเรื่องนี้จริงๆ แล้วเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯกทม. ก็ตาม แต่ก็ยังมีการออกมาแฉรายวัน รายสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง

กระทั่งมาถึงปัญหาของขวัญปีใหม่ ที่ท่านผู้ว่าฯกทม.มอบความสุขให้กับชาว กทม. นั่นคือการจัดแสดงไฟ ณ บริเวณลาน กทม. ที่ทุ่มงบกว่า 39 ล้านบาท เรื่องนี้จอมตรวจสอบอย่างนายวิลาศ ก็ออกมาเปิดโปงถึงบริษัทที่รับจัดไฟสุดแสนอลังการนี้ แท้จริงแล้วเป็นบริษัททัวร์ ปัญหาจึงเริ่มกลายเป็นเรื่องกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของผู้ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง และไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะทำให้ชาว กทม.เป็นสุขกับของขวัญที่ท่านผู้ว่าฯกทม.มอบให้หรือไม่ก็ตาม แต่แน่นอนว่าปัญหาการส่อทุจริตทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ต้องอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของ “คุณชายหมู” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรค ปชป.ในฐานะพรรคต้นสังกัด และในนามผู้สมัครของพรรคสีฟ้า คงปฏิเสธความรับผิดชอบภาระอันหนักหน่วงนี้ไม่ได้

ปัญหานี้ “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ได้พยายามที่จะแก้เกมเพื่อหาทางออก หวังว่าจะให้ประชาชนชาว กทม.ได้รับความชัดเจน และเพื่อให้สังคมที่กำลังจะเข้าสู่ยุคการปฏิรูปได้เกิดความกระจ่าง ในฐานะที่พรรค ปชป.ส่ง “คุณชายหมู” ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ในนามพรรค เพราะฉะนั้น นายอภิสิทธิ์จึงมองว่าปัญหาการแก้เรื่องการทุจริตควรได้รับความชัดเจน เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิรูป ทำให้คนในพรรครวมถึงหัวหน้าพรรคเองได้พยายามติดต่อกับ “คุณชายหมู” ทั้งการขอนัดพบเป็นการส่วนตัว หรือการยกหูเซย์ฮัลโหล โทรศัพท์หาคุณชาย แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือหรือการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้นจากผู้ว่าฯกทม.แม้แต่น้อย

อีกประเด็นสำคัญ ในสภาวการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ ภายใต้การนำของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พรรคการเมืองไม่สามารถดำเนินการใดๆ อย่างเป็นทางการได้เลย เนื่องจากติดประกาศ คสช.ฉบับที่ 57 ที่ห้ามพรรคการเมืองประชุมพรรค และห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ยิ่งทำให้การแก้ปัญหาภายในพรรค ปชป.เป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น

ดังจะเห็นได้จากที่ นายอภิสิทธิ์ไม่ได้นิ่งดูดาย เร่งร่อนจดหมายด่วน ขอร้องถึง “บิ๊กตู่” เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 วอนขอให้ทบทวนประกาศของ คสช.ฉบับดังกล่าว เพื่อเปิดช่องให้พรรคการเมืองได้ดำเนินการประชุมพรรค เพราะไม่ใช่แค่เรื่องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างพรรคสีฟ้ากับ กทม. แต่ยังรวมไปถึงการเปิดช่องให้พรรคการเมืองต่างๆ ได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นร่างรัฐธรรมนูญอีกด้วย

ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาจาก “บิ๊กตู่” หรือแม้กระทั่ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กลับปฏิเสธที่จะให้พรรคการเมืองเปิดประชุมพรรค เพราะเกรงว่าสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังสงบ อาจจะกลับมาวุ่นวายได้อีก หากอนุญาตให้พรรคการเมืองกลับมาทำกิจกรรมกันอีกครั้ง

ส่วนความเคลื่อนไหวฝั่งของ กทม.นั้น เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา กระจิบข่าวประจำ กทม. มีโอกาสเจอกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จึงได้สอบถามถึงปัญหาดังกล่าว ทั้งเรื่องปัญหาการทุจริตที่ถูกกล่าวหา และปัญหาที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับพรรค ปชป.ในการให้ข้อมูลกับสิ่งที่เกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงการรับสายโทรศัพท์ แต่เรื่องนี้บรรดาผู้สื่อข่าวก็ได้คำตอบจากคุณชายเพียงสั้นๆ ว่า “ผมจำเป็นต้องรับสายทุกคนเหรอ”

ดังนั้น “เดอะมาร์ค” จึงขอเวลาหาทางออกให้กับปัญหานี้ด้วยตนเอง ทั้งการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับบรรดารองหัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรค รวมไปถึงคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป. กระทั่งเมื่อวันที่ 21 มกราคม ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับพรรค ปชป.ก็ชัดเจนมากขึ้น เมื่อนายอภิสิทธิ์มอบหมายให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ออกแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืน คำแถลงการณ์ออกมาในทำนองที่ว่า จะไม่รับผิดชอบการกระทำใดๆ ต่อไปนี้ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อีกต่อไป เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์กับ กทม.มีแนวทางการทำงานที่ไม่ตรงกัน พรรคจึงต้องเคารพการตัดสินใจของคุณชาย

คำแถลงการณ์ของเลขาธิการพรรค เสมือนการ “ตัดหางปล่อยวัด” คุณชายหมูอยู่กลายๆ แต่ก็ยังมีคำยืนยันว่า พรรคไม่ได้แตกแยกกัน เพียงแค่แตกต่างทางความคิดเท่านั้น และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวการออกไปตั้งพรรคใหม่ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นอกจากนี้ การแสดงจุดยืนในครั้งนี้ เป็นการหารือกับกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่แล้วเห็นชอบด้วย เพียงแต่ไม่มีมติอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่ง “รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็ยังคงอยู่ รวมทั้งสถานภาพการเป็นสมาชิกพรรคก็ยังคงอยู่ด้วยเช่นกัน เพียงแต่การประกาศจุดยืนของพรรคในครั้งนี้ เพื่อต้องการรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบความไว้วางใจสนับสนุนให้ผู้สมัครของพรรค ปชป.เป็นผู้ว่าฯกทม.

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากทาง กทม. โดยเฉพาะอดีต ส.ส.กทม.พรรค ปชป. ทั้งนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ โดยเฉพาะนายอรรถวิชช์ที่ระบุว่า ขณะนี้ไม่สามารถให้ความคิดเห็นอะไรได้ ต้องรอให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กลับจากการเดินทางไปดูงานที่ประเทศโปรตุเกสเสียก่อน

ส่วนปัญหานี้จะจบลงอย่างไร คงต้องจับตาดูท่าทีของ “คุณชายหมู” กันอีกครั้งกับจุดยืนของพรรค ปชป.ที่ออกมาในครั้งนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กระบะพ่อเเม่ลูก เปลี่ยนเลนกะทันหัน เบียดเก๋งเสียหลัก แม่กระเด็นทะลุกระจกสาหัส
บทความถัดไปบทนำมติชน : สู่บทพิสูจน์ชั้นศาล