ความพยายามในการผลักดันตำแหน่ง “ที่ปรึกษาประธานาธิบดี” ให้กับอองซาน ซูจี ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD)
ทั้ง “แหลมคม” และ “ท้าทาย”
แหลมคมเพราะว่านี่คือ “ปัญญาประดิษฐ์” อันกำลังกลายเป็น “อาวุธ” ใหม่ในทางการเมือง ท้าทายเพราะทะลวงเข้าไปในจุดที่ JUNTA พยายามปิดกั้น
ปิดกั้นราวกับ “จงอาง” หวง “ไข่”
นี่คือการดำรงจุดมุ่งหมาย “เดิม” ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ก่อนตัดสินใจส่งอองซาน ซูจี ลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558
ยืนยันความเป็น “ผู้นำ” ยืนยัน “เจตจำนง” อันแน่วแน่
แม้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในระยะ “เปลี่ยนผ่าน” ของ JUNTA จะห้ามอองซาน ซูจี มิให้เข้าดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี แต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ก็จะตีฝ่าข้ามไป
ตีฝ่าข้ามไปภายใต้กระบวนการของ “การเลือกตั้ง”
อาศัย “เจตจำนงร่วม” ของชาวพม่าทั้งมวล มาเป็น “อาวุธ” อันคมแหลมในการเจาะทะลวงเข้าไปภายในปราการแห่ง “รัฐธรรมนูญ”
เป็นการต่อสู้อย่าง “สันติ” ในกรอบแห่ง “กฎหมาย”
ภายหลังการเลือกตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ยึดหลักการปรองดอง สมานฉันท์เพื่อต่อรองกับ JUNTA
นั่นก็คือ การขอแก้ไข “รัฐธรรมนูญ”
เห็นได้จากการพบกันระหว่างแกนนำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) กับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หลายครั้ง
ตามรายงานข่าว ยืนยันว่าไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง
เป้าหมายคือการขอแก้ไขมาตรา 59 (f) เพื่อเปิดทางให้อองซาน ซูจี สามารถดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีได้
แต่เมื่อฝ่าย JUNTA ไม่ยินยอม ทางออกของ NLD คืออะไร
ทาง 1 คือ การเปิดทางให้อองซาน ซูจี เข้าดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกำกับ ประจำทำเนียบประธานาธิบดี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงไฟฟ้าและพลังงาน กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงการต่างประเทศเพื่อไปนั่ง “สภากลาโหม”
กระทรวงพลังงานเพื่อกุมกลไกการลงทุนในทางเศรษฐกิจอันสัมพันธ์กับทุนข้ามชาติ ประจำทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อกลั่นกรองงานทุกชิ้นก่อนตกถึงมือถิ่น จอ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อวางรากฐานในทางความคิดของเยาวชน
ทาง 1 คือการเปิดตำแหน่ง “ที่ปรึกษาประธานาธิบดี”
การเข้าดำรงตำแหน่งเป็น “รัฐมนตรี” กำกับดูแลงาน 4 กระทรวงขนาดใหญ่ อาจไม่สร้างความตระหนกให้กับทางด้าน JUNTA เท่าใดนัก
แต่ตำแหน่ง “ที่ปรึกษาประธานาธิบดี” มีความอ่อนไหว
สัมผัสได้จากปฏิกิริยาของ พ.อ.มิน ส่วย ที่อภิปรายในสภา “จะทำให้ประธานาธิบดีกับที่ปรึกษาอยู่ในระดับเดียวกัน เรื่องนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ”
แม้พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) จะกุมเสียงข้างมาก แต่เมื่อมีปฏิกิริยาจากตัวแทนของ JUNTA อย่างนี้จึงจำเป็นต้องก้าวเดินด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพราะฤทธิ์เดชของ JUNTA ยังมีอยู่ภายในกลไกแห่งอำนาจรัฐ
ประมาทไม่ได้เลย ชะล่าใจไม่ได้เลย
เช่นนี้เองพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) จึงอาศัยเส้นทางการเสนอเป็นกฎหมายผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปยังวุฒิสภา
หากสามารถผ่านได้ 2 สภาก็ราบรื่นได้ระดับ 1
ขณะเดียวกัน หากปฏิกิริยาจาก JUNTA รุนแรง แข็งกร้าว ก็สามารถรอมชอมและหาทางออกที่เหมาะสมต่อไป
เป็นการรอมชอมโดยที่ “เป้าหมาย” ยังเหมือนเดิม
นั่นก็คือให้อองซาน ซูจี ดำรงอยู่ในฐานะ “ผู้นำ” ประเทศอย่างแท้จริง
ตัวอย่างของเมียนมาสะท้อนอะไรในทางการเมือง สะท้อนอะไรในการสัประยุทธ์ทางความคิด การเมือง
1 สะท้อนความพยายามของฝ่ายที่ยึดกุมอำนาจ “เดิม” นั่นก็คือไม่ยอมคายอำนาจอย่างง่ายดาย 1 สะท้อนความพยายามในการต่อสู้ ช่วงชิงและเข้าไปแทนที่อย่างไม่ยอมลดราวาศอก
เพียงแต่ว่า 2 ฝ่ายนี้ใครมี “ความชอบธรรม” มากกว่าเท่านั้น

