หน้าแรก คอลัมนิสต์ ความจริงเรื่อ...

ความจริงเรื่องรณรงค์ควบคุมยาสูบ ตื่นเถอะคนไทยโดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ

4.04.16 | 22:00 น.

ถึงวันนี้ดูเหมือนมรสุมที่ถาโถมเข้าใส่องค์กรอิสระในสังกัดของรัฐ สสส.หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นเวลากว่าครึ่งปีจะสงบลงในระดับหนึ่ง

แต่ประเด็นที่ยังถกเถียงกันคือ ข้อกล่าวหาที่ว่า สสส.ทำงานไม่ได้ผลโดยยกประเด็นการสูบบุหรี่ และการดื่มสุรา ไม่ได้ลดลงตามเป้าหมายที่ สสส.กำหนดไว้และที่อีกหลายฝ่ายโจมตีว่า การที่ภาษีบาปที่ สสส.ได้รับมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี แสดงว่าทำงานไม่ได้ผล เพราะถ้าได้ผลภาษีบาปที่ได้รับต้องไม่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ สสส.ชี้แจงว่า สสส.ทำงานได้ผล

ในฐานะคนที่ทำงานควบคุมยาสูบมา 16 ปี ก่อนการเกิดของ สสส.และ 14 ปีหลังจากเกิด สสส.แล้ว ขอให้ข้อมูลว่า การโต้เถียงที่ผ่านมายังไม่ได้วางอยู่บนข้อมูลที่รอบด้าน ทำให้ไม่เกิดสติปัญญาในการแก้ปัญหา

ในความเป็นจริง เป้าหมายการลดอัตราการสูบบุหรี่ที่ สสส.กำหนดนำมาจากเป้าหมายที่กำหนดในแผนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการควบคุมยาสูบ มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นแม่งานในการจัดทำร่วมกับหน่วยงานต่างๆ 26 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงไอซีที สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติผ่านการเห็นชอบของ ครม. มีการกำหนดแผนงานที่ต้องดำเนินการ ภายใต้งบประมาณสนับสนุนส่วนหนึ่งของ สสส.และอีกส่วนหนึ่งให้ขอการสนับสนุนจากสำนักงบประมาณ

Advertisement

สิ่งที่กระทรวงต่างๆ ต้องดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ แบ่งเป็นสองหมวดใหญ่ๆ คือ 1.กำหนดนโยบายและการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมยาสูบที่แต่ละกระทรวงเกี่ยวข้อง 2.สร้างความตระหนักและสนับสนุนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการควบคุมยาสูบในส่วนที่แต่ละกระทรวงเกี่ยวข้อง

ขอยกตัวอย่างบทบาทงานบางส่วนของบางกระทรวงที่กำหนดในยุทธศาสตร์ชาติเพื่อความเข้าใจ

กระทรวงสาธารณสุข ต้องพัฒนาปรับปรุงกฎหมายและสนับสนุนให้มีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมยาสูบ ทั้งสองฉบับคือ กฎหมายห้ามโฆษณาและส่งเสริมการขายบุหรี่ และการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ สปสช.ต้องผลักดันให้ยารักษาเลิกบุหรี่อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ ทำให้ผู้เสพติดบุหรี่สามารถรักษาให้เลิกสูบได้ เพราะผู้สูบบุหรี่ที่ยากจนจำนวนมากอยากเลิกบุหรี่แต่ไม่สามารถที่จะเลิกเองได้

กระทรวงไอซีที มีหน้าที่ประสานงานควบคุมการโฆษณาและส่งเสริมการขายบุหรี่ในอินเตอร์เน็ต กระทรวงการคลัง มีหน้าที่ปรับปรุงโครงสร้างภาษีที่ล้าสมัยและขึ้นภาษียาสูบต่อเนื่อง แก้กฎหมายให้ยาเส้นพันธุ์พื้นเมืองต้องเสียภาษีและควบคุมการค้ายาสูบผิดกฎหมาย

กระทรวงศึกษาธิการ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในโรงเรียนอย่างเข้มงวด และบรรจุความรู้พิษภัยของยาสูบไว้ในหลักสูตรทุกชั้นเรียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องกำกับให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามขายบุหรี่แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ

ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่าง

โดยรวมคือ การลดอัตราและจำนวนผู้สูบบุหรี่ เป็นหน้าที่ของเกือบทุกกระทรวงในรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุข หรือ สสส.ที่จะสามารถทำให้การสูบบุหรี่ลดลงได้

เป้าหมายที่กำหนดตามยุทธศาสตร์ชาตินั้น วางอยู่บนเงื่อนไขว่าทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไม่มีหน่วยงานใดที่ทำตามแผนยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างครบถ้วนตามที่กำหนด

ขอยกตัวอย่างที่สำคัญๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข ยังไม่สามารถผลักดันให้ยาอดบุหรี่อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของ สปสช.ทำให้การรักษาเพื่อเลิกบุหรี่น้อยมาก ที่เป็นปัญหาใหญ่คือ ยังไม่มีผู้รับผิดชอบงานควบคุมยาสูบที่ชัดเจนและจริงจังในแต่ละจังหวัด ทั้งๆ ที่ร้อยละ 92 ของคนไทยที่สูบบุหรี่อาศัยในจังหวัดต่างๆ

การปรับปรุงกฎหมายควบคุมยาสูบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อควบคุมการตลาดของบริษัทบุหรี่ ที่ใช้เวลาดำเนินการกว่าสี่ปี และเป็นร่างกฎหมายเร่งด่วนลำดับแรกของกระทรวงสาธารณสุขที่เสนอให้รัฐบาล คสช.พิจารณา จนป่านนี้ยังไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. เนื่องจากมีบริษัทบุหรี่ และฝ่ายที่สนับสนุนบริษัทบุหรี่ขัดขวางทุกขั้นตอนของการเสนอร่าง กฎหมาย

กระทรวงการคลังขึ้นภาษียาสูบเมื่อสิงหาคม พ.ศ.2555 การประเมินผลภายหลังหกเดือน พบว่ามีผู้เลิกสูบบุหรี่เพียงร้อยละ 2 เนื่องจากโครงสร้างภาษียังเปิดโอกาสให้บริษัทบุหรี่ผลิตบุหรี่ที่ราคาถูกออกสู่ตลาด ทำให้ผู้สูบบุหรี่หันไปสูบบุหรี่ราคาถูก หรือเปลี่ยนไปสูบยาเส้นที่ไม่เสียภาษีแทนการเลิกสูบ จนมีการขึ้นภาษีอีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยปรับแก้กฎหมายเพื่อให้ยาเส้นต้องเสียภาษี เพราะมีคนไทยสูบยาเส้นถึงเกือบครึ่งหนึ่งของผู้สูบบุหรี่ 11 ล้านคน ก็คืบหน้าเพียงรอเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ในปีนี้ มาตรการภาษีที่เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการทำให้คนสูบบุหรี่ลดลงหรือเลิกสูบ และป้องกันไม่ให้เด็กๆ เข้ามาติดบุหรี่ใหม่ จึงไม่ได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

และแทบจะไม่มีหน่วยงานใดที่ตั้งงบประมาณสนับสนุนงานควบคุมยาสูบตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตามมติ ครม.

จึงเป็นความยากลำบากของ สสส.เองที่นำเป้าหมายการลดการบริโภคยาสูบของแผนยุทธศาสตร์ชาติ ไปกำหนดเป็นเป้าหมายแผนงานของ สสส.แต่ สสส.ทำงานไม่ได้ผลเลยจริงหรือ คงต้องมาติดตามในตอนต่อไป และร่วมกันขบคิดเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน สนับสนุนการปกป้องคนไทยจากพิษภัยของการเสพติดยาสูบ ไม่ใช่โยนบาปให้กับใครเพียงคนเดียว!