รู้สึกแปลกใจไม่น้อยกับท่าทีของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต่อกรณี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรีเปิดรับสมัครนักศึกษาที่ถูกรีไทร์หรือพ้นสภาพการเป็นนักศึกษากลับเข้ามาเรียนระดับปริญญาตรีใหม่ในปีการศึกษา 2561
ท่าทีที่ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) หน่วยงานที่ดูแลมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ มองกรณีการรับนักศึกษารีไทร์ของ มทร.ธัญบุรีเข้าเรียนว่า “สามารถทำได้ หากไม่ผิดระเบียบของมหาวิทยาลัย ถือเป็นการให้โอกาสนักศึกษา และไม่อยากให้มองในภาพลบว่าเป็นการเพิ่มยอดนักศึกษา”
เพราะการรับนักศึกษาที่ถูกรีไทร์เข้าเรียนต่อด้วยวิธีการคัดเลือกพิเศษนี้ยังไม่เคยมีมหาวิทยาลัยไหนทำมาก่อน
ที่ผ่านมาเมื่อเด็กโดนรีไทร์หากจะเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยเดิมหรือแห่งอื่นก็ต้องสมัครและสอบเข้ามาเรียนใหม่เช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป
การให้โอกาสเด็กกลุ่มนี้เข้ามาเรียนด้วยวิธีคัดเลือกพิเศษจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม
ยิ่งในสภาพปัจจุบันที่มหาวิทยาลัยไทย “ถึงจุดอิ่มตัว” ขาดการแข่งขันด้านวิชาการ แย่งเด็กเข้าเรียน จนมองข้ามคำว่า “คุณภาพ” การรับเด็กที่ถูกรีไทร์กลับเข้าเรียนด้วยวิธีพิเศษจึงยิ่งตอกย้ำภาพเหล่านี้
นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า “การรับเด็กรีไทร์กลับเข้ามาเรียนปริญญาตรีเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มทร.ธัญบุรีควรจะต้องคิดให้รอบคอบและถี่ถ้วนมากกว่านี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วย มองว่าไม่เหมาะสม ถือเป็นความล้มเหลว เพราะเป็นเรื่องที่ตอบสังคมยากมากว่าทำไมถึงรับเด็กที่ไม่มีคุณสมบัติกลับเข้ามาเรียนอีก ที่ผ่านมา มทร.สร้างภาพลักษณ์ได้ดีแล้ว โดยร่วมผลิตอาชีวะอุดมศึกษา ควรจะมุ่งภารกิจในเรื่องนี้
ระยะยาวจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัยแน่ ซึ่งไม่ใช่แค่กับ มทร.ธัญบุรีเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อสถาบันอุดมศึกษาโดยภาพรวม”
น่าห่วงว่าหากมหาวิทยาลัยอื่นนำโมเดล มทร.ธัญบุรีไปใช้บ้างจะเกิดอะไรขึ้นกับอุดมศึกษาไทย เพราะดูจากท่าทีของผู้บริหารหลายมหาวิทยาลัยแล้วค่อนข้างเห็นด้วย และมองว่าเป็นเรื่องของโอกาสที่ไม่กระทบคุณภาพแน่นอน
อย่างเช่นที่ นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) ออกมาหนุนว่า เคยเสนอให้ มร.สส.รับเด็กที่เคยถูกรีไทร์กลับเข้ามาเรียนใหม่ แต่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยเกรงว่าจะกระทบต่อคุณภาพการศึกษา ซึ่งไม่จริง ถือว่า มทร.ธัญบุรีตัดสินใจอย่างกล้าหาญ จากนี้จะรอดูผลการรับเด็กกลุ่มนี้ของ มทร.ธัญบุรีก่อน หากเป็นไปในทิศทางที่ดี อาจจะเสนอให้ฝ่ายบริหารของ มร.สส.พิจารณาอีกครั้ง
ขณะที่ มทร.ธัญบุรีได้ออกมาชี้แจงว่าโครงการนี้เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะขาดแคลนนักศึกษานั้นแต่เป็นการให้โอกาสเด็กได้กลับมาเรียน เพราะบางคนที่ถูกรีไทร์เกิดจากหลายปัจจัย เช่น ขาดแคลนทุนทรัพย์ ไม่ถนัดกับสาขาที่เรียนอยู่ อีกทั้งไม่ได้รับทุกคนที่กลับเข้ามา เด็กที่ถูกรีไทร์จากความประพฤติ จะไม่รับกลับมาเรียนเด็ดขาด
เหตุผลและคำชี้แจงจะฟังขึ้นหรือไม่คงอยู่ที่การตัดสินของสังคมว่าจะยอมรับมากแค่ไหน
นอกจากประเด็นที่น่าห่วงในเรื่องคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของอุดมศึกษาไทยแล้ว ยังวิตกกังวลว่า การรับนักศึกษาที่ถูกรีไทร์เข้าเรียนจะเป็นการปลูกฝังค่านิยมใหม่ทำให้นักศึกษามองเรื่องการถูกรีไทร์เป็นสิ่งที่ปกติ เพราะถึงอย่างไรก็ยังกลับเข้ามาเรียนที่เดิมด้วยวิธีการพิเศษได้
การรับเด็กที่ถูกรีไทร์เข้าเรียนจึงไม่ควรเป็นเพียงแค่การให้โอกาส แต่ควรตระหนักถึงผลกระทบกับอุดมศึกษาไทยในภาพรวมด้วย

