เหนื่อยเรื่อง คุณเปรมชัย กรรณสูต มา 3 เดือน สาธารณชนร่วมกันแสดงออกว่า “รสนิยม” แบกปืนล่าสัตว์ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ คุณเปรมชัยออกมาแสดงความ “ตกใจ” ว่ารสนิยมในยุคแกหนุ่มๆ ที่เอาปืนยิงสัตว์ป่าสนุกๆ แค่นี้ทำไมสังคมเขารู้สึกอะไรใหญ่โตขนาดนั้น
ผมเชื่อว่าการแสดงออกร่วมกันของสังคมมีส่วนอย่างยิ่งให้คดีนี้ “เร็ว” หมายถึงอัยการสั่งฟ้องไม่ล่าช้า แต่ขนาดนี้คนไม่เข้าใจกระบวนการก็ยังคิดว่าเรื่องเงียบแสดงว่า “หลุด” ทั้งๆ ที่คดีนี้เร็วมากเมื่อเทียบกับการฟ้องความผิดแบบนี้ในคดีอื่นๆ และผู้ต้องหาสำคัญคือคุณเปรมชัย และข้อหาสำคัญเรื่องการล่าสัตว์ป่ายังอยู่ครบ
ถ้าจะหลุดก็เพราะเรื่องทางเทคนิคที่ฝ่ายกฎหมายเก่งๆ ของคุณเปรมชัยวางเกมล้ำลึก และอาจจะทำให้พยานบางปากสลับสนับสนุนบันทึกจับกุมต่างๆ จนยกประโยชน์ให้จำเลย แต่ผมก็คิดว่าอัยการไม่น่าจะปล่อยให้ไปอย่างนั้น เพราะนั่นหมายความว่า ถึงวันนั้นใครเป็นรัฐบาลก็เหนื่อยแน่
หมู่บ้านป่าแหว่งที่ตีนดอยสุเทพต้องหยุดโครงการที่เดินหน้ามาไกล เพราะเชื่อว่ารสนิยมการปลูกบ้านพักใหญ่ให้ผู้พิพากษาในที่ดินราชพัสดุไม่น่าจะผิดอะไร แต่พอเปิดป่า สร้างบ้านจริงๆ มันโดดเด่นเป็นที่อุจาดทาง Remote Sensing หมายถึงการมองเห็น สัมผัสในระยะไกล ตามเทคโนโลยีอย่าง Google Earth ที่เสิร์ฟถึงหน้าจอของทุกคนง่ายๆ
ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องรสนิยมเก่าๆ ที่ล้าสมัย ใครมีอภิสิทธิ์จะเอาของส่วนรวมไปเกิดความสุขส่วนตัวโต้งๆ มันไม่มีใครยอม กระบวนการทักท้วงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียพร้อมมากในการตัดสินใจ
และคงไม่ใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมเรื่องเดียว
รสนิยมเรื่องนาฬิกาหรู และการปกป้องพวกพ้อง นี่ก็เป็นรสนิยมที่ล้าสมัย รอเวลากลับมาแน่ๆ ถ้าฝ่ายเสนาธิการยังตัดสินใจอุ้มกันไว้แบบไม่อายอะไรแบบนี้ต่อ
ที่สำคัญคือ การทดลองเข้าสู่มรรคาการเมืองแบบรสนิยมเก่าๆ ที่อ้างครรลองที่ฟังไม่ขึ้นว่าเป็นประชาธิปไตยไทยของรุ่นใคร มองยังไงก็ยุ่งเมื่อผ้าขาวม้ามัดขึ้นมาท่วมหัวใจใครบางคน
รสนิยมแบบนี้ ล้าสมัย หากชะล่าใจ เดินเข้าการเมืองแบบความหวังเก่า สามัคคีอธรรม เสียบเพื่อชาติที่แล้วมาต่อชาตินี้ ชาติหน้า เสียชาติเพื่อสัตว์ แปลงร่างพลังธรรม ไทยรักวังน้ำเขียว แม่พระธรณีบีบบุรีรมย์ ปลาไหลใหม่ใส่ไม่ยั้ง อะไรทำนองนี้
ผมว่ารสนิยมแบบนี้อาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นยิงเสือดำ ถ้าจังหวะพลาดพลั้ง และประมาท ไม่ใช่ใครคนใดกลุ่มใด แต่มันพร้อมพังกันทั้งชาติ ล่มสลายไปทั้งหมดเอาง่ายๆ
วันนี้มีข่าวว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังโยนหินก้อนใหญ่ใส่หอศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมือง มีการจัดงานแสดงอะไรที่เป็นรสนิยมร่วมสมัยใครมาก็ภูมิใจว่า กรุงเทพฯมีอะไรที่สร้างสติปัญญา ดูดี มีรสนิยม งานดีๆ ทั้งประเทศ ต่างประเทศ รุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ รุ่นใหม่ รุ่นเก่า ประเดประดังมาที่หอศิลป์ พร้อมๆ กับหัวใจเสรีที่เดินมาพบกันกลางเมืองในประเด็นต่างๆ
นี่ผมเพิ่งไปธุระที่นั่นมา และบังเอิญเจองานแสดงศิลปะระดับคาราวัจโจ ศิลปินอิตาลีโบราณที่มาจัดแสดง ถึงกับขนลุกว่า อยู่ดีๆ ก็มีบุญตามาเห็นงานระดับนี้ที่กลางกรุงเทพฯ เดินออกมายังเจองานมาสเตอร์พีซของชาติอีกมากมาย แต่ที่เชื่อว่าคนเดี๋ยวนี้เขามีรสนิยมก็เพราะงานต่างๆ แทนที่จะเงียบเหงาปีนบันไดดูไม่ถึงสำหรับประชาชน กลับมีคนหลากหลาย วัยรุ่น หนุ่มสาว เดินดู ถ่ายรูปเซลฟี่กันเต็มๆ ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ผมกลับมาก็เจอข่าวว่า กทม.อยากดึง
สถานที่ดีๆ ที่ กทม.สนับสนุนงบประมาณเป็นหน้าเป็นตาประเทศ และมีรูปแบบบริหาร
ทันสมัยตั้งเป็นมูลนิธิมาจัดการอย่างอิสระ
เดาว่านี่ก็จะเป็นปัญหาเชิงรสนิยม มีไม่มี ถึงไม่ถึง ที่จะสะท้อนอะไรบางอย่าง และอาจจะขยายผลไปไม่น้อยแน่นอนไปพร้อมๆ กัน

