การงดเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดด่านถาวรที่คลองหาด สระแก้ว คือ ผลสะเทือนอย่างเป็นรูปธรรมอย่างที่เรียกกันว่า “บุรีรัมย์ เอฟเฟ็กต์”
หรือจะเรียกว่า “บุรีรัมย์ โฟเบีย” ก็ย่อมได้
คำแถลงที่ว่าเนื่องจาก นายกรัฐมนตรีฮุน เซน แห่งกัมพูชาติดภารกิจ ถือได้ว่าเป็นเหตุผลอย่างเป็นทางการ
แต่ลึกๆ แล้วยังผวาจาก “บุรีรัมย์” ไม่หาย
จาก ครม.สัญจรระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคม ผ่านมา 1 สัปดาห์ ยิ่งวันเมื่อมีการประเมินผล ยิ่งเด่นชัดว่าไม่เป็นผลดี
นั่นก็คือ “ลบ” มากกว่า “บวก”
อนุมัติเงินงบประมาณไปแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท แต่แทบไม่มีอะไรมั่นใจได้เลยว่าจะได้พรรคภูมิใจไทยไปเป็นส่วนหนึ่งในแผนระดม 126 เสียงให้ได้ก่อนเลือกตั้ง
ทำไม
หากดูจากคำแถลงของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ดำเนินไปแบบเดียวกับคำแถลงของ นายสนธยา คุณปลื้ม อย่างมั่นคง
1 จะไม่มีการยุบสลายพรรค
1 จะยังดำรงทิศทางในการกำหนดตัวนายกรัฐมนตรีโดยจะชูหัวหน้าพรรคของแต่ละพรรคให้ดำรงตำแหน่งนี้
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลของ “การเลือกตั้ง”
พิมพ์เขียวของ “พรรค คสช.” ที่จะสร้างความมั่นใจในจำนวน 126 ส.ส.เพื่อไปผนวกตัวรวมพลังกับ 250 ส.ว.จึงยังไม่ราบรื่น
ไม่มีใครงอก่องอขิง
พรรคพลังชลก็ได้ตำแหน่งในทางการเมืองไปแล้ว พรรคภูมิใจไทยก็ได้งบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาทไปแล้ว
คำถามอยู่ที่ว่าใครดูดใคร ใครได้ประโยชน์
ต้องย้อนกลับไปศึกษาบทเรียนภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 จึงจะเข้าใจ ต้องย้อนกลับไปศึกษาบทเรียนภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 จึงจะเข้าใจ
ทำไมแผนบันได 4 ขั้นจึงพังครืน
ทำไมแผนผนวกตัวรวมพลังจากสถานการณ์เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 จึงล้มเหลวอย่างไม่เป็นกระบวน
คำตอบก็คือ ผลการเลือกตั้ง
เพราะว่าเมื่อเดือนธันวาคม 2550 พรรคพลังประชาชนมาเป็นอันดับ 1 เพราะว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 1
การตัดสินใจของ “ประชาชน” ต่างหากที่ยิ่งใหญ่
การวางกฎกติกาผ่าน “รัฐธรรมนูญ” อาจสร้างความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่ถึงที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะเลือกใคร
คะแนนและความนิยมเป็นอย่างไร
จากนี้จึงเห็นได้ว่า กรณีที่สนามช้าง อารีนา บุรีรัมย์ แทนที่จะเป็นผล “บวก” กลับส่อแนวโน้มไปในทาง “ลบ” จึงต้องถอยหนีจาก “สระแก้ว”
แม้จะมีการเสนอเป้าหมายใหม่ไปที่ “สุราษฎร์ธานี”
สุราษฎร์ธานีอันมีฐานมวลชนแข็งแกร่งยิ่งของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองรับทำนองเดียวกับที่บุรีรัมย์ซึ่งมี นายเนวิน ชิดชอบ
จนป่านนี้ยังไม่มีคำตอบจาก “คสช.”

