ประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวม 7 คน
ที่ประชุม สนช.มีมติแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการฯร่วมกับ สนช.รวม 17 คน เมื่อ 11 พฤษภาคม
ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมาธิการมีมติเลือก ทำหน้าที่คุมหัวโต๊ะ ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ แคนดิเดต กกต.ทั้ง 7 มีกรอบการทำงาน 60 วัน
เกิด 19 ธันวาคม 2497 ตท.14 วิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตร ปรอ.รุ่นที่ 19
ข้าราชการบำนาญ
อดีตเป็น ผอ.สำนักนโยบายและแผนกลาโหม
เกษียณอายุกันยายน 2558 ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม
ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง สนช.ในล็อตแรก 200 คน 31 กรกฎาคม 2557 เมื่อครั้งนั่งเก้าอี้รองปลัดกระทรวงฯ
ยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สิน และหนี้สิน โดยมีทรัพย์สิน 28,369,663.21 บาท
ได้รับแต่งตั้งนั่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติว่าที่ 7 เสือ ซึ่งมีการทบทวนใหม่ แต่เดิมมี พล.อ.อู้ด เบื้องบน ดำรงตำแหน่งประธาน
เป็นประธานชุดเดียวกันกับที่ตรวจสอบประวัติว่าที่ กกต.7 รายก่อนหน้านี้ ที่ สนช.โหวตล้มกระดานยกเข่ง และเป็นประธานตรวจสอบประวัติว่าที่ กสทช.14 คน ที่ สนช.มีมติไม่เลือกรายชื่อแคนดิเดตทั้งหมด โดยมีคลิปหลุดนายกฯไม่แฮปปี้ เล่าเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลัง
พล.อ.ไพชยนต์ยืนยันจะพิจารณาตรวจสอบประวัติด้วยความเป็นธรรม เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม สนช.พิจารณาต่อไป โดยการตัดสินว่าจะเลือกบุคคลใดบ้าง ขึ้นกับการตัดสินใจของ สนช. ไม่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการ

