หน้าแรก คอลัมนิสต์ เดินหน้าชน พุ...

เดินหน้าชน พุธ 16 พฤษภาคม 2561 : ไปไม่ถึงไหน

16.05.18 | 13:39 น.

การออกมาให้สัมภาษณ์ของ อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมายของรัฐบาล ระบุว่างานด้านการปฏิรูปกฎหมาย 4 ปีที่ผ่านมา ยังไปไม่ถึงไหน

เป็นการสะท้อนภาพการทำงานตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลว่า ยังคงวนเวียนอยู่แต่ประเด็นเดิม ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

สาเหตุบางส่วนเกิดจากการให้หน่วยงานรัฐเป็นคนเขียนแผนปฏิรูป

เหมือนกับการให้คนถูกปฏิรูปมาทำการปฏิรูป หรือเหมือนกับให้ผู้รับเหมาก่อสร้างมาเป็นคนตรวจงานก่อสร้าง แล้วจะสำเร็จได้อย่างไร เพราะธรรมชาติของคน มักจะมองไม่เห็นจุดเสียของตัวเอง

ในเมื่อแผนปฏิรูปไปไม่ถึงไหน ย่อมทำให้เกิดแรงกดดันกับทางรัฐบาล

Advertisement

เพราะที่ผ่านมารัฐบาลประกาศมาตลอดว่า ขอเวลาไม่นานในการปฏิรูปประเทศ

แต่ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาจนถึงขณะนี้ ระยะเวลาเริ่มนับถอยหลัง เป็นช่วงใกล้เลือกตั้งที่ทางรัฐบาลประกาศว่าจะเดินตามโรดแมป คาดกันว่าน่าจะมีการจัดเลือกตั้งประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562

ทำให้เริ่มเกิดคำถามหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่าไหนรัฐบาลบอกว่าจะปฏิรูป ไม่เห็นมีอะไรใหม่เลย

ยิ่งคนไทยเป็นคนเบื่อง่ายด้วยแล้วละก็ กระแสโจมตีเรื่องการปฏิรูปจะหนักขึ้นเรื่อยๆ และจะแรงที่สุดในช่วงก่อนการเลือกตั้ง หลังจากมีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้

เมื่อถึงเวลานั้น รับรองได้ว่า กระแสโจมตีเรื่องการปฏิรูปจะหนักหน่วงกว่านี้อีกมาก

เชื่อว่ารัฐบาลก็รู้ปัญหานี้อยู่เต็มอก ดังนั้น นับจากนี้ไปคงสั่งเดินหน้าปฏิรูปในด้านต่างๆ อย่างเต็มตัว

แต่ก็อย่างที่อาจารย์บวรศักดิ์ชี้ให้เห็นปัญหา ภาคราชการไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง และไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับประเทศไทย หากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จนถึงขั้นที่เรียกว่าการปฏิรูปในด้านต่างๆ

การพูดอาจง่าย แต่การปฏิบัติ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

และยิ่งมาเจอกับสถานการณ์ที่ทางรัฐบาลต้องเร่งรวบรวมเสียง ส.ส.ให้เพียงพอต่อการสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีก หลังการเลือกตั้ง

มีการใช้พลังดูด ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้มาสนับสนุน ด้วยวิธีต่างๆ ทำให้นักการเมืองออกมาโจมตีว่าวิธีการไม่ต่างจากนักการเมืองที่นายกรัฐมนตรีเคยวิจารณ์เอาไว้ ทั้งการกดดันตัวบุคคลอดีต ส.ส. หรือแม้แต่การดึงงบประมาณลงพื้นที่

ยิ่งเหมือนเป็นการสะท้อนภาพของการปฏิรูปไปไม่ถึงไหนให้ชัดเจนขึ้น

แต่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้น ควรระวังว่าประเด็นเรื่องการปฏิรูป จะกลายเป็นเหมือนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น

มักถูกนำไปใช้เป็นเหตุผลข้ออ้างในการยึดอำนาจของทหาร

แต่จนถึงที่สุดแล้ว เมื่อมีการยึดอำนาจแล้ว การทุจริตคอร์รัปชั่นก็ไม่ได้ลดลงไป แต่อาจจะเปลี่ยนมือจากกลุ่มหนึ่งไปอีกกลุ่มหนึ่งหรือไม่

การปฏิรูปก็เช่นกัน อาจเป็นเพียงข้ออ้างว่าการปฏิรูปยังไม่เสร็จ ตามที่รับปากกับพี่น้องประชาชนไว้ว่าจะต้องทำก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงยังไม่ควรจะมีการเลือกตั้ง

จะกลายเป็นว่า ทั้งการปฏิรูปและการปราบทุจริต จะเป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อให้ผู้มีอำนาจได้ยึดอำนาจ สืบทอดอำนาจต่อไป หรืออาจเป็นเพราะรู้ดีว่า เมื่อลงหลังเสือแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา